thansettakij
thansettakij
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

ปกรณ์ ชงผลสอบ 'ทุจริตสอบท้องถิ่น' ล้างบางข้าราชการเอี่ยว ปิดตายเล่นการเมือง

08 ก.ค. 69 | 05:37 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ค. 69 | 05:54 น.

รองนายกฯ ปกรณ์ นัดถกคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เตียมสรุปผลให้นายกฯ 15 ก.ค. ใครเอี่ยวเจอฟันจริยธรรม ปิดช่องทางห้ามเข้ามาเล่นการเมืองต่อ

KEY

POINTS

  • รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 โดยชี้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่ทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบการปกครอง
  • การตรวจสอบจะดำเนินการอย่างจริงจัง ครอบคลุมทั้งทางกฎหมาย วินัย และมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  • มีเป้าหมายเพื่อกำจัดข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตออกจากระบบ และปิดโอกาสในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองในอนาคต
  • คณะกรรมการฯ มีกรอบเวลาทำงาน 30 วัน โดยจะเร่งสรุปรายงานชุดแรกเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายในวันที่ 15 ก.ค. 2569

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ครั้งที่ 1 

ก่อนเริ่มประชุม นายปกรณ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะงานปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลักสำคัญหลักหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มาตรา 249 ของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า ให้จัดให้มีการปกครองส่วนท้องถิ่นตามเจตนารมณ์ของประชาชน และมีการกระจายอำนาจ 

"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องที่ทำลายความเชื่อมั่นของกระบวนการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างรุนแรง เป็นสิ่งที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง มาตรา 251 ของรัฐธรรมนูญ พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า เรื่องการบริหารงานส่วนบุคคลจะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันร้ายแรงเกินกว่าที่จะใช้คำว่า ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรมได้ โดยคิดว่า คณะกรรมการชุดนี้มีโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่จะล้างบ้านนี้ให้สะอาด นายกฯได้มอบหมายและสั่งการตนด้วยวาจาให้เคร่งครัดกับเรื่องนี้" นายปกรณ์ ระบุ

นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง อยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้ และขอฝากไปยังเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พิจารณา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยสิ่งที่ต้องตรวจสอบนอกจากกฎหมาย กฎระเบียบ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษแล้ว ยังต้องจัดการเรื่องมาตรฐานจริยธรรมอย่างจริงจังด้วย

"หากสาวถึงใคร ใช้มาตรฐานทางจริยธรรมในการจัดการส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงถึงขนาดเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ คนที่เข้ามาโดยระบบแบบนี้และใช้ช่องทางนี้หากิน เราไม่ควรให้อยู่ในระบบการเมืองต่อไปด้วยซ้ำ จึงขอฝากปลัดสำนักนายกฯ และเลขาธิการ ก.พ.พิจารณา" รองนายกฯ กล่าว

นายปกรณ์ กล่าวว่า กรอบเวลาทำงานของคณะกรรมการ 30 วัน โดยรายงานชุดแรกจะออกก่อนวันที่ 15 ก.ค. และจะนำเสนอต่อนายกฯ ในวันที่ 15 ก.ค. ส่วนรายงานชุดที่ 2 จะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 27 ก.ค.นี้

สำหรับกระบวนการทำงาน จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาหนึ่งชุด โดยมีองค์ประกอบ ทั้งสำนักงาน ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ป.ป.ท. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อทำงานคู่กับส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

นายปกรณ์ กล่าวว่า การปกครองท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นโครงสร้างพื้นฐานส่วนหนึ่งของการกระจายอำนาจที่เราเรียกร้องกัน แต่การกระจายอำนาจต้องโปร่งใส ชัดเจน ใครที่ทำไม่ดีต้องพ้นจากระบบ

ส่วนการดำเนินคดีอาญา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะรับไปดำเนินการ ขณะที่เรื่องของวินัย กระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้ดูแล โดยสิ่งที่คณะกรรมการฯ ชุดนี้รับผิดชอบคือ จะดูกระบวนการว่า มีช่องโหว่ตรงไหน ต้องปิดตรงไหน รวมถึงจะดูเรื่องการประพฤติผิดจริยธรรมของข้าราชการและท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยคิดว่า ต้องกำจัดคนที่ขาดจริยธรรมให้ออกจากระบบ และต้องป้องกันไม่ให้เข้ามาสู่ระบบมากที่สุดด้วย