
ราชกิจจาฯ ออกกฎใหม่ 3 วิธีเช็ก ‘คนเมา’ ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนขาย มีผลบังคับใช้ทันที
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกรมควบคุมโรค กำหนดนิยาม “อาการมึนเมา” ชัดครั้งแรก พร้อม 3 วิธีทดสอบใช้งานจริง ผู้ประกอบการร้านอาหาร-บาร์ต้องปรับตัวทันที ลดเสี่ยงผิดกฎหมายและเหตุไม่พึงประสงค์
KEY
POINTS
- ราชกิจจานุเบกษาประกาศหลักเกณฑ์ใหม่จากกรมควบคุมโรค เพื่อใช้เป็นแนวทางตรวจสอบอาการมึนเมา
- กำหนดวิธีการทดสอบ 3 รูปแบบที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ได้ ได้แก่ การเดินต่อเท้าเป็นเส้นตรง, การใช้นิ้วแตะปลายจมูก และการยืนขาเดียว
- มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใช้เป็นมาตรฐานในการประเมินลูกค้า เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและปัญหาสังคม
- นอกจากวิธีทดสอบร่างกาย ยังระบุอาการอื่น ๆ ที่ใช้สังเกตได้ เช่น ตาแดง พูดไม่ชัดเจน และมีพฤติกรรมก้าวร้าว
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง “หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบอาการมึนเมา พ.ศ. 2569” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เพื่อกำหนดแนวทางให้ผู้ประกอบการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถประเมินอาการมึนเมาของผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและปัญหาสังคม
ประกาศดังกล่าวลงนามโดย นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 29 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
ชี้ชัด “อาการมึนเมา” ต้องดูทั้งพฤติกรรมและร่างกาย
สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ คือการกำหนดนิยาม “บุคคลที่มีอาการมึนเมา” ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ขายใช้เป็นเกณฑ์พิจารณา โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. อาการที่ส่งผลต่อการควบคุมร่างกายและพฤติกรรม
ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์จนเกิดความบกพร่องในการทรงตัวหรือการเคลื่อนไหว เช่น เดินเซ ยืนไม่อยู่ รวมถึงมีพฤติกรรมหรือวาจาที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือรบกวนความสงบเรียบร้อย
2. มีกลิ่นแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย และมีอาการร่วมอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
2.1 อาการทางกายภาพที่สังเกตได้ชัดเจน ได้แก่
(ก) ตาแดงก่ำ หรือมีอาการตากระตุก
(ข) การควบคุมการเคลื่อนไหวบกพร่องอย่างชัดเจน เช่น เดินเซ เดินไม่ตรงทาง ยืนลำบาก ล้มเซ หรือมือสั่นอย่างเห็นได้ชัด เป็นต้น
2.2 อาการทางวาจาและพฤติกรรม หรือใช้ความรุนแรง ดังต่อไปนี้
(ก) พูดไม่ชัดเจน พูดอ้อแอ้ พูดรวบคำ หรือพูดซ้ำซากวกวนไปมา
(ข) มีภาวะอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย แสดงอารมณ์ก้าวร้าว
(ค) ลวนลามผู้อื่น หรือแสดงพฤติกรรมส่อไปในทางเพศ
(ง) กล่าววาจาในลักษณะข่มขู่หรือยั่วยุให้เกิดความไม่สงบ
(จ) สติสัมปชัญญะถดถอย เช่น สับสน ง่วงซึม เป็นต้น
เปิด 3 วิธี “ทดสอบมึนเมา” ใช้ได้จริงในสถานประกอบการ
ประกาศยังระบุวิธีการตรวจสอบอาการมึนเมาที่ผู้ขายสามารถนำไปใช้ได้ โดยเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งตามความเหมาะสม ได้แก่ การทดสอบแตะจมูก การเดินต่อเท้า และการยืนขาเดียวพร้อมนับเลข ซึ่งหากพบความผิดปกติตามเกณฑ์ที่กำหนด จะสามารถพิจารณาได้ว่าเข้าข่ายมีอาการมึนเมา
มีผลบังคับใช้ทันที เน้น “ตรวจเท่าที่จำเป็น”
ประกาศระบุชัดว่าให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยย้ำหลักการสำคัญคือ ผู้ขายต้องตรวจสอบอาการ “เท่าที่จำเป็นและสมควร” เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิส่วนบุคคลเกินความจำเป็น
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอาจต้องปรับกระบวนการทำงานและฝึกอบรมพนักงานเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถประเมินอาการมึนเมาได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน





