thansettakij
thansettakij
แบกต่อไม่ไหว 14 มี.ค. เรือเฟอร์รี่ 'ดอนสัก-สมุย-พะงัน'ปรับขึ้นราคาหลังสงครามยืดเยื้อ

แบกต่อไม่ไหว 14 มี.ค. เรือเฟอร์รี่ 'ดอนสัก-สมุย-พะงัน'ปรับขึ้นราคาหลังสงครามยืดเยื้อ

13 มี.ค. 2569 | 09:08 น.
อัปเดตล่าสุด :13 มี.ค. 2569 | 09:21 น.

แบกต่อไม่ไหว เรือเฟอร์รี่ 'ดอนสัก-สมุย-พะงัน' ประกาศปรับขึ้นราคา 10 บาท หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อ ต้นทุนขนส่งพลังงานพุ่ง

KEY

POINTS

  • บริษัท ซีทราน เฟอร์รี่ ประกาศปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารเส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย และดอนสัก-เกาะพะงัน เนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันสูงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม
  • การปรับราคาจะมีผลตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้สามารถรักษามาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัย
  • เส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย ปรับราคาจาก 170 บาท เป็น 180 บาท และเส้นทางดอนสัก-เกาะพะงัน ปรับจาก 240 บาท เป็น 250 บาท

 

สถานการณ์ สงครามการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้นและหากยืดเยื้อ ประเมินว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมราคาได้ โดยเฉพาะตุ้นทุนค่าขนส่ง ล่าสุด บริษัท Seatran Ferry (ซีทราน เฟอร์รี่) ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่มาตรฐานสากล สำหรับขนส่งผู้โดยสารและยานพาหนะ เส้นทางหลัก ดอนสัก (สุราษฎร์ธานี) - เกาะสมุย และเกาะพะงัน แจ้งปรับอัตราค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่  

โดยระบุว่าเนื่องจากสถานการณ์ด้านพลังงานและเชื้อเพลิงทั่วโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการให้บริการเรือเฟอร์รี่ของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น เพื่อให้บริษัทสามารถรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร และรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการเดินเรือ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคงไว้ซึ่งมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัย บริษัทจึงมีความจำเป็นต้อง ปรับอัตรค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ ตามกรอบที่ทางราชการกำหนด เพื่อรองรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น มีผลตั้งแต่ 14 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

 โดย เส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย-ดอนสัก ค่าตั๋วจาก 170 บาท เป็น 180 บาท และเส้นทางดอนสัก-เกาะพะงัน-ดอนสัก ค่าตั๋วจาก 240 บาท เป็น 250 บาท

 

ขณะที่เรือเฟอร์รี่ ที่จังหวัด ตราด เกาะช้าง  ยังยืนยันไม่ขึ้น ค่าโดยสาร-ค่ารถยนต์ข้ามเกาะ อนาคตหากน้ำมันปรับสูงขึ้น ยอม แบกรับภาระค่าโดยสารคงเดิมได้ 2 เดือน เกินกว่านั้น ขาดทุนแน่ ต้องเสนอ รัฐบาล หามาตรช่วย ผู้ประกอบการ ส่วนเครื่องบินยังไม่มีนโยบายเรื่องขยับราคาค่าโดยสาร

นายภานุพงศ์ เมตตา ผู้จัดการท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะช้าง อ.แหลมงอบ จ.ตราด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงและไม่ยุติง่าย ทำให้ บริษัท ต้องใช้น้ำมันดีเซล ในเรือเฟอร์รี่ 3-5 ลำ เพื่อเดินทางไป-กลับ จากฝั่ง อ.แหลมงอบ-เกาะช้างมีการเดินทางทุกชั่วโมง รวมแล้วเกือบ 20 เที่ยว ต้องใช้น้ำมันวันละ 4,000 -5,000 ลิตร เราสต๊อกน้ำมัน ที่ซื้อจากโรงกลั่นไว้ 60,000 ลิตร

สามารถรับสถานการณ์ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ หากเกินจากนี้ อาจจะไม่สามารถรับภาระนี้ได้ ซึ่งจะต้องขึ้นราคา แต่การขึ้นราคา จะต้องได้รับการอนุญาตจาก สำนักงานเจ้าท่าตราดก่อนโดยราคาค่าโดยสาร สำหรับผู้โดยสาร คิด 80 บาท/เที่ยว/คน ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคล คิด 120 บาท/คัน/เที่ยว หากเป็นรถบรรทุก คิดราคา 400 บาท/เที่ยว/คัน (ราคาสมาชิก)

 

 

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ต้องมีเที่ยววิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งในวันปกติจะมีผู้โดยสารประมาณ 4,000 คน รถยนต์ประมาณ 1,000-1,500 คัน แต่หากเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือหยุดยาว หรือช่วงสงกรานต์ จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นมาก อาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันที่สต๊อกไว้ที่เหลือเพียงไม่กี่วัน

“ทางบริษัทฯ ขอยืนยันว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ บริษัทสามารถแบกรับภาระราคาน้ำมันที่อาจจะสูงขึ้นในอนาคต และจะสามารถรับภาระค่าโดยสารไว้คงเดิมไว้ได้ 2 เดือน หากเกินกว่านี้อาจจะขาดทุน และต้องเสนอทางเจ้าท่าตราด เพื่อขอขึ้นราคาค่าโดยสาร เนื่องจากไม่สามารถแบกภาระได้"