
ศึกมรดก 'ตระกูลธรรมวัฒนะ' ระอุรอบใหม่! 'ณฤมล' ฟ้องนพดล-พวก เรียกคืน 423 ล้าน
ปิดศึกมรดกตระกูลธรรมวัฒนะรอบใหม่ ณฤมล ธรรมวัฒนะ ยื่นฟ้องศาลแพ่งเรียกคืนทรัพย์สิน "สุวพีร์" ทั้งไทยและต่างประเทศรวมกว่า 423 ล้านบาท พร้อมร้องถอนผู้จัดการมรดกยกชุด อ้างละเลยหน้าที่จนกองมรดกเสียหาย ยันสู้คดีมา 2 ปีจนพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้สำเร็จ
KEY
POINTS
- นางสาวณฤมล ธรรมวัฒนะ ยื่นฟ้องนายนพดล ธรรมวัฒนะ และพวก เพื่อเรียกคืนทรัพย์มรดกของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ มูลค่ากว่า 423 ล้านบาท
- นอกจากการเรียกคืนทรัพย์สิน ณฤมลยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ถอดถอนนพดลและพวกออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก
- ศาลแพ่งมีคำสั่งรับฟ้องคดีเรียกคืนทรัพย์สินและรับคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกแล้ว โดยนัดไต่สวนในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
- ณฤมลระบุว่าการฟ้องร้องครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกองมรดกและทายาททั้งหมด ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัว
นางสาวณฤมล ธรรมวัฒนะ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนพดล ธรรมวัฒนะ นางมัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ และนางสาวดลนภา ธรรมวัฒนะ ต่อศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก
เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ919/2569 เพื่อเรียกร้องและติดตามทรัพย์มรดกของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ ทั้งในและต่างประเทศคืนจากนายนพดลฯ นางมัลลิการ์ฯ และนางสาวดลนภาฯ รวมมูลค่ากว่า 423 ล้านบาท
ในเรื่องนี้ ศาลแพ่งได้พิจารณาคำฟ้องและพยานหลักฐานของนางสาวณฤมลฯ แล้ว มีคำสั่งรับฟ้องพร้อมกำหนดนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น.
นอกจากนี้ นางสาวณฤมลฯ ในฐานะทายาทของนางสุวพีร์ฯ ยังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนนายนพดลฯ นางมัลลิการ์ฯ และนางสาวคนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสุวพีร์ฯ
อันเนื่องมาจากการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการมรดกจนทำให้เกิดความเสียหายแก่กองมรดกและบรรดาทายาทของนางสุวพีร์ฯ โดยศาลมีคำสั่งรับคำร้องและนัดไต่สวนคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น.
นางสาวณฤมลฯ กล่าวว่าคำฟ้องและพยานหลักฐานที่นำเสนอต่อศาลเป็นข้อมูลที่นางสาวณฤมลฯ เพิ่งรวบรวมได้จากทนายความและผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดจึงทราบว่ายังคงมีทรัพย์มรดกของนางสุวพีร์ฯ อีกหลายรายการที่อยู่ในความครอบครองของนายนพดลฯ กับพวก
หากนางสาวณฤมลฯ ยังคงเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดๆ กองมรดกและบรรดาทายาทของนางสุวพีร์ฯ ก็จะยังคงได้รับความเสียหายอยู่เช่นนี้ต่อไป ฉะนั้น การยื่นฟ้องนายนพดลฯ กับพวกในครั้งนี้จึงไม่ใช่มาจากปัญหาความขัดแย้งหรือผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นการออกมาใช้สิทธิเรียกร้องและปกป้องผลประโยชน์กองมรดกและบรรดาทายาททั้งหมดของนางสุวพีร์ฯ ไม่ให้ได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้
นางสาวณฤมลฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนข้อพิพาทที่นายนพดลฯ กับพวกฟ้องร้องดำเนินคดีกับนางสาวณฤมลฯ และกลุ่มบริษัทตลาดยิ่งเจริญตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา นางสาวณฤมลฯ ได้ใช้สิทธิต่อสู้คดีด้วยความอดทนและอดกลั้นจนสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อศาล และปัจจุบันคดีเกือบทั้งหมดได้คลี่คลายลงหมดแล้ว

