thansettakij
thansettakij
โค้งสุดท้าย! คนขับแอปฯ ต้องจดทะเบียน รย.17/18 ภายใน 28 ก.พ. นี้ ฝ่าฝืนปรับหนัก-สั่งหยุดบริการ

โค้งสุดท้าย! คนขับแอปฯ ต้องจดทะเบียน รย.17/18 ภายใน 28 ก.พ. นี้ ฝ่าฝืนปรับหนัก-สั่งหยุดบริการ

23 ก.พ. 2569 | 08:00 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.พ. 2569 | 08:17 น.

รัฐบาลย้ำเตือนผู้ขับขี่ Ride Sharing เร่งลงทะเบียนผ่านระบบ Driver Verify และจดทะเบียนรถสาธารณะให้ถูกต้องตามกำหนด เพื่อยกระดับความปลอดภัยและเลี่ยงโทษปรับ 2,000 บาท ดีเดย์บังคับใช้กฎหมายเข้ม 31 มี.ค. 69 เป็นต้นไป

KEY

POINTS

  • ผู้ขับขี่รถยนต์ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ต้องดำเนินการจดทะเบียนรถประเภท รย.17/18 กับกรมการขนส่งทางบกให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
  • หลังจากจดทะเบียนแล้ว จะต้องนำรถไปเปลี่ยนสถานะเป็นรถสาธารณะให้ครบถ้วนภายในวันที่ 1–30 มีนาคม 2569 ก่อนประกาศใหม่จะมีผลบังคับใช้
  • ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 หากฝ่าฝืนใช้รถส่วนบุคคลรับส่งผู้โดยสาร จะมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท และแพลตฟอร์มผู้ให้บริการอาจถูกสั่งระงับธุรกิจได้

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบการให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Ride Sharing) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและทำให้การรับผู้โดยสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะอย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่ให้บริการผ่านแอปฯ ต้องดำเนินการจดทะเบียนรถประเภท รย.17/18 ให้เรียบร้อยภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมา คนขับจำนวนหนึ่งใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสารผ่านแอปฯ โดยยังไม่ได้เปลี่ยนสถานะเป็นรถสาธารณะ ส่งผลให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย ขณะนี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้ดำเนินการจัดระบบผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน โดยเปิดระบบ Driver Verify เพื่อให้ผู้ขับขี่ลงทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งล่าสุดมีผู้ขับขี่ลงทะเบียนผ่านระบบแล้วจำนวน 34,434 ราย สะท้อนถึงความตื่นตัวของผู้ให้บริการในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับใบรับรองผ่านระบบดังกล่าว ต้องดำเนินการจดทะเบียนรถประเภท รย.17/18 กับกรมการขนส่งทางบก ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และนำรถไปเปลี่ยนสถานะเป็นรถสาธารณะให้ครบถ้วนภายในช่วงวันที่ 1–30 มีนาคม 2569 ก่อนที่ประกาศเกี่ยวกับ Ride Sharing Platform จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มีนาคม 2569

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ภายหลังวันที่ 31 มีนาคม 2569 หากยังมีการใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนการขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และหากแพลตฟอร์มฝ่าฝืนข้อกำหนด อาจถูกสั่งระงับการดำเนินธุรกิจได้

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับใบรับรองผ่านระบบดังกล่าว ต้องดำเนินการจดทะเบียนรถประเภท รย.17/18 กับกรมการขนส่งทางบก ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และนำรถไปเปลี่ยนสถานะเป็นรถสาธารณะให้ครบถ้วนภายในช่วงวันที่ 1–30 มีนาคม 2569 ก่อนที่ประกาศเกี่ยวกับ Ride Sharing Platform จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มีนาคม 2569

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ภายหลังวันที่ 31 มีนาคม 2569 หากยังมีการใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนการขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และหากแพลตฟอร์มฝ่าฝืนข้อกำหนด อาจถูกสั่งระงับการดำเนินธุรกิจได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ขับขี่ดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอน จะสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจภายใต้กรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์จากระบบที่สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่และยานพาหนะ มีระบบติดตามตำแหน่ง (GPS) และมีช่องทางร้องเรียนที่ชัดเจน เพิ่มความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการใช้บริการ

“การจัดระเบียบครั้งนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานบริการ Ride Sharing ของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับกฎหมายและสร้างความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการในระยะยาว” รองโฆษกฯ กล่าว