
3 หน่วยงานรัฐผนึกกำลัง ปลดล็อกผูกขาดโลจิสติกส์ งัดโทษปรับแรง 10% ของรายได้
กขค. / สคบ. / ETDA เร่งผลักดัน (ร่าง) ประกาศแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิรซ์ ห้ามบังคับใช้ขนส่งรายเดียว-สกัดการดั๊มพ์ราคาทำลายคู่แข่ง
KEY
POINTS
- 3 หน่วยงานรัฐ ได้แก่ กขค., สคบ., และ ETDA ร่วมมือกันออกประกาศเพื่อกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (E-Commerce)
- มีเป้าหมายหลักเพื่อปลดล็อกการผูกขาดในธุรกิจโลจิสติกส์ โดยห้ามแพลตฟอร์มบังคับให้ผู้ขายหรือผู้ซื้อใช้บริการขนส่งเพียงรายเดียว
- กำหนดบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยมีโทษปรับสูงสุดถึง 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด
จับตากติกาใหม่คุม “โลจิสติกส์” ชงโทษปรับสูงสุด 10% ของรายได้
น.ส.ปิยาพัชร ทับอินทร์ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานคดี รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานคดี สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. เปิดเผยว่า การกำกับภายใต้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ครอบคลุมทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ผู้ขาย และบริการเกี่ยวเนื่อง เช่น โลจิสติกส์และโฆษณา
ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำ (ร่าง) ประกาศแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ในกลุ่มอีคอมเมิร์ซ เพื่อกำกับทั้งพฤติกรรมด้านราคาและเงื่อนไขทางธุรกิจ
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การห้ามกำหนดเงื่อนไขบังคับเลือกบริษัทขนส่งรายเดียว หลังมีข้อร้องเรียนว่าแพลตฟอร์มบางแห่งออกแบบโครงสร้างค่าธรรมเนียมและระบบหลังบ้านจนผู้ขายหรือผู้ซื้อไม่สามารถเลือกผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นได้อย่างแท้จริง ซึ่งอาจเข้าข่ายจำกัดการแข่งขัน
“เราได้หารือผู้ประกอบการหลายรายแล้ว ภาคเอกชนมีแนวโน้มให้ความร่วมมือ เพราะการแข่งขันที่เปิดกว้างจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและขยายตลาดในระยะยาว”
ขณะนี้ภาครัฐ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค.,สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ., และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กำลังเร่งผลักดัน (ร่าง) ประกาศแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (E-Commerce) โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดจากระบบ "ปิด" (Closed Ecosystem) ให้เป็นระบบ "เปิด" (Open Competition) ซึ่งมีประเด็นกลยุทธ์ที่ต้องจับตา 4 ด้าน ดังนี้
1. ปลดล็อกพันธนาการโลจิสติกส์ (Freedom of Choice)
- มาตรการ: ห้ามแพลตฟอร์มออกแบบระบบบังคับให้ผู้ขายหรือผู้ซื้อเลือกใช้บริษัทขนส่งเพียงรายเดียว (มักเป็นบริษัทในเครือ)
- นัยสำคัญ: แพลตฟอร์มต้องเปิดทางให้มีการแข่งขันด้านบริการโลจิสติกส์อย่างอิสระ โครงสร้างค่าธรรมเนียมหลังบ้านต้องโปร่งใส ไม่มีการตั้งเงื่อนไขที่บีบให้คู่แข่งรายอื่นเสียเปรียบ
2. สกัดสงครามราคาและการใช้อำนาจเหนือตลาด (Anti-Predatory Pricing)
- มาตรการ: ตรวจสอบการตั้งราคาต่ำผิดปกติ (ขายต่ำกว่าทุน) เพื่อกีดกันคู่แข่งรายเล็ก
- บทลงโทษ: หากพบการกระทำผิดทางปกครอง จะมีโทษปรับสูงสุด ไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำผิด ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมากและมีผลต่อบรรทัดสุดท้าย (Bottom line) ของงบการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
3. ความโปร่งใสและความปลอดภัยของผู้บริโภค (Trust & Security)
- ยืนยันตัวตน (KYC): บังคับใช้ระบบยืนยันตัวตนร้านค้าและบัญชีรับเงินต้องตรงกัน เพื่อสกัดกั้น "บัญชีม้า" และร้านค้าเถื่อน
- ความรับผิดชอบ: หากแพลตฟอร์มไม่สามารถระบุตัวตนผู้ขายได้เมื่อเกิดความเสียหาย แพลตฟอร์มอาจต้องร่วมรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
4. กำหนดการบังคับใช้ (Timeline)
- กุมภาพันธ์ 2569: บอร์ด กขค. เตรียมสรุปและเห็นชอบร่างประกาศฯ รอบสุดท้าย
- ลำดับถัดไป: ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและเริ่มมีผลบังคับใช้ทันที.







