thansettakij
3 หน่วยงานรัฐผนึกกำลัง  ปลดล็อกผูกขาดโลจิสติกส์ งัดโทษปรับแรง 10% ของรายได้

3 หน่วยงานรัฐผนึกกำลัง ปลดล็อกผูกขาดโลจิสติกส์ งัดโทษปรับแรง 10% ของรายได้

17 ก.พ. 2569 | 09:02 น.

กขค. / สคบ. / ETDA เร่งผลักดัน (ร่าง) ประกาศแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิรซ์ ห้ามบังคับใช้ขนส่งรายเดียว-สกัดการดั๊มพ์ราคาทำลายคู่แข่ง

KEY

POINTS

  • 3 หน่วยงานรัฐ ได้แก่ กขค., สคบ., และ ETDA ร่วมมือกันออกประกาศเพื่อกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (E-Commerce)
  • มีเป้าหมายหลักเพื่อปลดล็อกการผูกขาดในธุรกิจโลจิสติกส์ โดยห้ามแพลตฟอร์มบังคับให้ผู้ขายหรือผู้ซื้อใช้บริการขนส่งเพียงรายเดียว
  • กำหนดบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยมีโทษปรับสูงสุดถึง 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด

จับตากติกาใหม่คุม “โลจิสติกส์” ชงโทษปรับสูงสุด 10% ของรายได้

น.ส.ปิยาพัชร ทับอินทร์ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานคดี รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานคดี สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. เปิดเผยว่า การกำกับภายใต้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ครอบคลุมทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ผู้ขาย และบริการเกี่ยวเนื่อง เช่น โลจิสติกส์และโฆษณา

ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำ (ร่าง) ประกาศแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ในกลุ่มอีคอมเมิร์ซ เพื่อกำกับทั้งพฤติกรรมด้านราคาและเงื่อนไขทางธุรกิจ

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การห้ามกำหนดเงื่อนไขบังคับเลือกบริษัทขนส่งรายเดียว หลังมีข้อร้องเรียนว่าแพลตฟอร์มบางแห่งออกแบบโครงสร้างค่าธรรมเนียมและระบบหลังบ้านจนผู้ขายหรือผู้ซื้อไม่สามารถเลือกผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นได้อย่างแท้จริง ซึ่งอาจเข้าข่ายจำกัดการแข่งขัน

“เราได้หารือผู้ประกอบการหลายรายแล้ว ภาคเอกชนมีแนวโน้มให้ความร่วมมือ เพราะการแข่งขันที่เปิดกว้างจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและขยายตลาดในระยะยาว”

ขณะนี้ภาครัฐ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค.,สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ., และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ  ETDA กำลังเร่งผลักดัน (ร่าง) ประกาศแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (E-Commerce) โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดจากระบบ "ปิด" (Closed Ecosystem) ให้เป็นระบบ "เปิด" (Open Competition) ซึ่งมีประเด็นกลยุทธ์ที่ต้องจับตา 4 ด้าน ดังนี้

1. ปลดล็อกพันธนาการโลจิสติกส์ (Freedom of Choice)

  • มาตรการ: ห้ามแพลตฟอร์มออกแบบระบบบังคับให้ผู้ขายหรือผู้ซื้อเลือกใช้บริษัทขนส่งเพียงรายเดียว (มักเป็นบริษัทในเครือ)
  • นัยสำคัญ: แพลตฟอร์มต้องเปิดทางให้มีการแข่งขันด้านบริการโลจิสติกส์อย่างอิสระ โครงสร้างค่าธรรมเนียมหลังบ้านต้องโปร่งใส ไม่มีการตั้งเงื่อนไขที่บีบให้คู่แข่งรายอื่นเสียเปรียบ

 

รอลุ้นกติกาใหม่คุม “โลจิสติกส์” ผูกขาด ชงโทษปรับสูงสุด 10% ของรายได้

2. สกัดสงครามราคาและการใช้อำนาจเหนือตลาด (Anti-Predatory Pricing)

  • มาตรการ: ตรวจสอบการตั้งราคาต่ำผิดปกติ (ขายต่ำกว่าทุน) เพื่อกีดกันคู่แข่งรายเล็ก
  • บทลงโทษ: หากพบการกระทำผิดทางปกครอง จะมีโทษปรับสูงสุด ไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำผิด ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมากและมีผลต่อบรรทัดสุดท้าย (Bottom line) ของงบการเงินอย่างมีนัยสำคัญ

3. ความโปร่งใสและความปลอดภัยของผู้บริโภค (Trust & Security)

  • ยืนยันตัวตน (KYC): บังคับใช้ระบบยืนยันตัวตนร้านค้าและบัญชีรับเงินต้องตรงกัน เพื่อสกัดกั้น "บัญชีม้า" และร้านค้าเถื่อน
  • ความรับผิดชอบ: หากแพลตฟอร์มไม่สามารถระบุตัวตนผู้ขายได้เมื่อเกิดความเสียหาย แพลตฟอร์มอาจต้องร่วมรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

4. กำหนดการบังคับใช้ (Timeline)

  • กุมภาพันธ์ 2569: บอร์ด กขค. เตรียมสรุปและเห็นชอบร่างประกาศฯ รอบสุดท้าย
  • ลำดับถัดไป: ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและเริ่มมีผลบังคับใช้ทันที.