รมว.ศธ.สดุดี 4 ทีมอาชีวะแชมป์แกะสลักหิมะฮาร์บิน ฮีโร่หัวใจไม่ยอมแพ้

15 ม.ค. 2569 | 05:26 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 2569 | 05:40 น.

รมว.ศธ.มอบรางวัลเกียรติคุณ 4 ทีมอาชีวะไทย คว้าแชมป์เวทีโลกแกะสลักหิมะฮาร์บิน แม้ไม่มีหิมะ ฝึกซ้อมด้วยโฟม-ทราย สู้หนาวติดลบ ศักยภาพไทยไม่แพ้ชาติใด

KEY

POINTS

  • รมว.ศึกษาธิการ จัดพิธีมอบรางวัลและเชิดชูเกียรติ 4 ทีมอาชีวศึกษาที่ชนะการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ณ เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน
  • ยกย่องนักศึกษาว่ามี "หัวใจที่ไม่ยอมแพ้" สามารถสร้างผลงานระดับโลกได้สำเร็จ แม้ต้องเผชิญอุปสรรคทั้งการฝึกซ้อมที่ไม่มีหิมะจริงและสภาพอากาศที่หนาวจัด
  • ทีมอาชีวะไทย 4 แห่งสามารถคว้ามาได้ 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ 2 ทีม, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ครั้งที่ 18 (18th International Collegiate Snow Sculpture Contest 2026) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) พร้อมผู้บริหารระดับสูง ครู และนักเรียนนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่ได้รับรางวัลทั้ง 4 แห่ง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม 5 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569

                              รมว.ศธ.สดุดี 4 ทีมอาชีวะแชมป์แกะสลักหิมะฮาร์บิน ฮีโร่หัวใจไม่ยอมแพ้

รมว.ศธ. กล่าวแสดงความชื่นชมและขอบคุณผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียนนักศึกษาทุกคน ที่นำความสำเร็จและความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศชาติ โดยระบุว่า ตั้งแต่ทราบข่าวว่านักเรียนนักศึกษาอาชีวะไทยสามารถคว้ารางวัลระดับนานาชาติได้ แม้ประเทศไทยจะไม่มีหิมะ และหลายคนเพิ่งได้เห็นหิมะเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ทุกคนต้องเผชิญการแข่งขันท่ามกลางอากาศหนาวจัดติดลบและลมแรงในเมืองฮาร์บิน ก็ยังสามารถเอาชนะอุปสรรคและสร้างผลงานระดับโลกได้อย่างน่าประทับใจ

รมว.ศธ. ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะการฝึกซ้อมที่ไม่สามารถใช้หิมะจริง ต้องใช้โฟมหรือทรายทดแทน ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งจากหลายประเทศที่มีความพร้อมมากกว่า แต่เด็กอาชีวะไทยก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “หัวใจที่ไม่ยอมแพ้” และความมุ่งมั่นตั้งใจ สามารถเอาชนะทุกข้อจำกัด และนำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง

                  รมว.ศธ.สดุดี 4 ทีมอาชีวะแชมป์แกะสลักหิมะฮาร์บิน ฮีโร่หัวใจไม่ยอมแพ้

“ดิฉันและคนไทยทั้งประเทศติดตามข่าวและส่งกำลังใจให้พวกเรามาโดยตลอด หลายสื่อต่างชาติยังตั้งคำถามว่าเด็กไทยทำได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีหิมะ สิ่งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของครูและนักเรียน ตั้งแต่การออกแบบ การแก้ปัญหา ไปจนถึงการทำงานเป็นทีมภายใต้ความกดดัน และอยากย้ำว่าสิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงถ้วยรางวัล แต่คือประสบการณ์ระหว่างทาง ความอดทน ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะติดตัวพวกเราไปตลอดชีวิต” รมว.ศธ. กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมถึงโอกาสทางการศึกษาต่อว่า นักเรียนนักศึกษาหลายคนมีความฝันที่จะศึกษาต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องกับทักษะที่ได้ฝึกฝนจากการแข่งขัน อาทิ วิจิตรศิลป์ หรือคอมพิวเตอร์เพื่อการออกแบบ ซึ่งบางคนได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว

ขณะที่ผู้ที่สนใจทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งให้ความสำคัญกับเยาวชนไทยเป็นอย่างมาก ได้มอบหมายให้เลขาธิการ กอศ. ดูแลสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมฝากให้ทุกคนพัฒนาทักษะภาษาจีน เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานและการแข่งขันในระดับสากล

                   รมว.ศธ.สดุดี 4 ทีมอาชีวะแชมป์แกะสลักหิมะฮาร์บิน ฮีโร่หัวใจไม่ยอมแพ้

พร้อมกันนี้ รมว.ศธ. ได้เน้นย้ำให้เยาวชนอาชีวศึกษาภาคภูมิใจในเส้นทางที่เลือกเดิน และขอให้สังคมไทยหันมาให้ความสำคัญกับการศึกษาอาชีวะมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยยกตัวอย่างประเทศพัฒนาแล้วอย่างเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ที่ระบบอาชีวะเป็นกำลังหลักของชาติ และแม้แต่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เช่น MIT หรือ CalTech ก็มีรากฐานจากสายอาชีวศึกษา

“อาชีวะคือเส้นทางหลัก ไม่ใช่ทางเลือกสำรอง เป็นสายการศึกษาที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานมากที่สุด และเป็นอนาคตสำคัญของประเทศ ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าเดินมาถูกทางแล้ว” รมว.ศธ. กล่าว

                  รมว.ศธ.สดุดี 4 ทีมอาชีวะแชมป์แกะสลักหิมะฮาร์บิน ฮีโร่หัวใจไม่ยอมแพ้

สำหรับผลการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ครั้งที่ 18 (ICSSC 2026) ตัวแทนอาชีวศึกษาไทยสามารถคว้ารางวัลได้รวม 4 รางวัล ประกอบด้วย

รางวัลชนะเลิศ (Top Grade Awards) จำนวน 2 ทีม ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย จากผลงาน “Fighting Frost Through Fire and Life” และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา จากผลงาน “เทพีแห่งชีวิต – ผู้ประทานน้ำ” (Goddess of Life – Water Giver)

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จากผลงาน “มรดกบรรพการ จุดประกายฝันใต้เงาหิมะ”

และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี จากผลงาน “เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต”