thansettakij
กทม. เผย 27 ม.ค. PM2.5 เกินมาตรฐาน 70 พื้นที่ สีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ

กทม. เผย 27 ม.ค. PM2.5 เกินมาตรฐาน 70 พื้นที่ สีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ

27 ม.ค. 2569 | 03:48 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ม.ค. 2569 | 04:37 น.

กทม.เผยค่าฝุ่น PM2.5 เช้าวันที่ 27 ม.ค. สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน 70 พื้นที่ อยู่ระดับสีส้ม เริ่มกระทบสุขภาพ เหตุอากาศปิด–การระบายอากาศอ่อน คาดฝุ่นสะสมต่อเนื่อง 1–2 วันนี้ ก่อนเริ่มคลี่คลายปลายเดือน

KEY

POINTS

  • กทม. รายงานสถานการณ์วันที่ 27 ม.ค. พบค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 70 พื้นที่ ทำให้คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)
  • ค่าฝุ่นเฉลี่ยอยู่ในช่วง 41.9–67.4 มคก./ลบ.ม. โดยพื้นที่เขตบางรักมีค่าฝุ่นสูงสุด ตามด้วยเขตหนองแขมและเขตประเวศ
  • สาเหตุหลักเกิดจากสภาพอากาศปิดและการระบายอากาศไม่ดี ทำให้ฝุ่นละอองสะสมตัว แต่ไม่พบจุดความร้อน (hotspot) จากการเผาในพื้นที่กรุงเทพฯ
  • ประชาชนทั่วไปได้รับคำแนะนำให้สวมหน้ากากและจำกัดกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารโดยเด็ดขาด

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ประจำวันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของฝุ่น PM2.5 อยู่ในช่วง 41.9–67.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้คุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครโดยรวมอยู่ในระดับสีส้ม หรือ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” ครอบคลุมพื้นที่ตรวจวัดจำนวน 70 แห่ง

พื้นที่ที่ตรวจพบค่าฝุ่นสูงสุด คือ เขตบางรัก บริเวณข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า วัดได้ 67.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมา ได้แก่ เขตหนองแขม บริเวณสามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 วัดได้ 66.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตประเวศ บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ วัดได้ 65.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ขณะที่พื้นที่ชั้นในและย่านเศรษฐกิจสำคัญหลายแห่งยังคงมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูง อาทิ เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ วัดได้ 62.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตตลิ่งชัน บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดถนนบรมราชชนนี วัดได้ 62.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก วัดได้ 61.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขต วัดได้ 61.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ ยังพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในหลายเขตพื้นที่รอบนอกและย่านชุมชนหนาแน่น เช่น เขตสายไหม เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง เขตบางขุนเทียน เขตทวีวัฒนา เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบึงกุ่ม เขตบางเขน เขตคลองเตย เขตพระโขนง เขตหนองจอก เขตจตุจักร เขตสาทร เขตพระนคร ไปจนถึงพื้นที่สวนสาธารณะหลายแห่ง อาทิ สวนเสรีไทย สวนธนบุรีรมย์ สวนลุมพินี สวนเบญจกิติ และสวนจตุจักร ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาฝุ่นละอองยังคงกระจายตัวครอบคลุมเกือบทุกโซนของกรุงเทพมหานคร

สำหรับพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นต่ำสุดในกลุ่มที่ยังเกินมาตรฐาน คือ สวนลุมพินี เขตปทุมวัน วัดได้ 41.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ยังอยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามเกณฑ์ของดัชนีคุณภาพอากาศ

กทม. เผย 27 ม.ค. PM2.5 เกินมาตรฐาน 70 พื้นที่ สีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ดัชนีคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีส้ม สอดคล้องกับการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดว่า กรุงเทพมหานครจะมีอากาศเย็นและมีหมอกบางในช่วงเช้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละอองใกล้ผิวพื้น

ในด้านปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่ส่งผลต่อสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 27–28 มกราคม 2569 สภาพการระบายอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่ในเกณฑ์ “อ่อน” ขณะที่ชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิด ส่งผลให้ฝุ่นละอองมีแนวโน้มสะสมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 29 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ คาดว่าชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นจะมีลักษณะเปิดสลับปิด และได้รับอิทธิพลจากลมใต้ที่พัดมาจากอ่าวไทย ซึ่งจะช่วยให้การสะสมของฝุ่นละอองลดลง

กทม. เผย 27 ม.ค. PM2.5 เกินมาตรฐาน 70 พื้นที่ สีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ

ขณะเดียวกัน การตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียมจากหน่วยงาน NASA ไม่พบจุดความร้อนหรือค่าความร้อนสูงผิดปกติจากผิวโลกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สะท้อนว่าปัญหาฝุ่นละอองในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเผาในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยตรง

กทม. เผย 27 ม.ค. PM2.5 เกินมาตรฐาน 70 พื้นที่ สีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ

สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ระบุว่า ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เพื่อบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน พร้อมทั้งขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง เช่น การงดเผาขยะ การลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และการดูแลเครื่องยนต์ไม่ให้ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน

ด้านคำแนะนำด้านสุขภาพ ระบุว่า ประชาชนทั่วไปควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที