KEY
POINTS
นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ดำเนินการยกระดับการผลิตอ้อยและน้ำตาลให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการเผาอ้อย ลดฝุ่นPM 2.5 รวมถึงวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
โดยผ่านการดำเนินการรร่วมกับสถาบันอาหาร เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน รวมถึงกิจกรรมการตรวจประเมินและการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อนำไปสู่การจัดทำ Sugar Ecolabel ซึ่งเป็นฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย โดยมุ่งสร้างกลไกเชิงรูปธรรม
ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาแนวทางการตรวจประเมินและรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งแนวทางการรับรองดังกล่าวนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สอดรับกับแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน
“ฉลากรับรองดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงรูปธรรมที่เชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับโรงงานและห่วงโซ่อุปทาน สอน. จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน ตั้งแต่เกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม ไบโอเอทานอล ไปจนถึงภาคผู้บริโภค เพื่อให้ได้เกณฑ์และแนวทางการรับรองฉลากที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงของอุตสาหกรรม”
นายใบน้อย กล่าวอีกว่า ได้มีการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) กับผู้แทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละระดับของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและทดลองตรวจประเมินในสถานประกอบการและกลุ่มเกษตรกร สามารถแบ่งออกเป็น กลุ่มโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ ผู้แทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผู้บริโภค ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ รวมกว่า 400 รายเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ ข้อเสนอแนะ ก่อนนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และพัฒนาเป็นแนวทางการจัดทำ Sugar Ecolabel
อย่างไรก็ดี จากการรับฟังความคิดเห็นและการเก็บข้อมูลภาคสนาม สามารถสรุปประเด็นสาระสำคัญที่นำมาใช้ในการออกแบบ Sugar Ecolabel ได้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย
“จากการดำเนินการดังกล่าวช่วยให้มองเห็นทั้งโอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรม และสอน.ได้นำข้อคิดเห็นเหล่านี้มาสังเคราะห์เป็นแนวทางการตรวจประเมิน Sugar Ecolabel ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เกิดการพัฒนาตนเองและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องบริบททางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ”