‘สอน.’ ดัน ‘Sugar Ecolabe’ ยกระดับผลิตอ้อย-น้ำตาลลดเผา ฝุ่น PM2.5

21 ม.ค. 2569 | 03:13 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 03:13 น.

‘สอน.’ ดัน Sugar Ecolabe ยกระดับผลิตอ้อยและน้ำตาลให้เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม มุ่งลดปัญหาการเผา และฝุ่น PM2.5 วางรากฐานอุตสาหกรรมยั่งยืน

KEY

POINTS

  • สอน. ริเริ่มโครงการ "Sugar Ecolabel" เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดการเผาอ้อยและปัญหาฝุ่น PM2.5
  • ฉลากดังกล่าวจะเป็นกลไกรับรองการผลิตที่ได้มาตรฐาน โดยจัดทำเกณฑ์จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร โรงงาน ไปจนถึงผู้บริโภค
  • เกณฑ์การประเมินจะมุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจให้ลดการเผาอ้อย ส่งเสริมบทบาทโรงงานในการสนับสนุนเกษตรกร และครอบคลุมมิติความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ดำเนินการยกระดับการผลิตอ้อยและน้ำตาลให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการเผาอ้อย ลดฝุ่นPM 2.5 รวมถึงวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โดยผ่านการดำเนินการรร่วมกับสถาบันอาหาร เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน รวมถึงกิจกรรมการตรวจประเมินและการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อนำไปสู่การจัดทำ Sugar Ecolabel ซึ่งเป็นฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย โดยมุ่งสร้างกลไกเชิงรูปธรรม

ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาแนวทางการตรวจประเมินและรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งแนวทางการรับรองดังกล่าวนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สอดรับกับแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน 

‘สอน.’ ดัน ‘Sugar Ecolabe’ ยกระดับผลิตอ้อย-น้ำตาลลดเผา ฝุ่น PM2.5

“ฉลากรับรองดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงรูปธรรมที่เชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับโรงงานและห่วงโซ่อุปทาน สอน. จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน ตั้งแต่เกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม ไบโอเอทานอล ไปจนถึงภาคผู้บริโภค เพื่อให้ได้เกณฑ์และแนวทางการรับรองฉลากที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงของอุตสาหกรรม”

นายใบน้อย กล่าวอีกว่า ได้มีการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) กับผู้แทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละระดับของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและทดลองตรวจประเมินในสถานประกอบการและกลุ่มเกษตรกร สามารถแบ่งออกเป็น กลุ่มโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ ผู้แทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผู้บริโภค ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ รวมกว่า 400 รายเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ ข้อเสนอแนะ ก่อนนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และพัฒนาเป็นแนวทางการจัดทำ Sugar Ecolabel

อย่างไรก็ดี จากการรับฟังความคิดเห็นและการเก็บข้อมูลภาคสนาม สามารถสรุปประเด็นสาระสำคัญที่นำมาใช้ในการออกแบบ Sugar Ecolabel ได้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย 

  • ความจำเป็นในการลดการเผาอ้อยอย่างเป็นระบบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นตรงกันว่า ปัญหาการเผาอ้อยและฝุ่น PM 2.5 ต้องได้รับการแก้ไขผ่านกลไกที่สร้างแรงจูงใจ ไม่ใช่เพียงการกำกับควบคุม
  • บทบาทของโรงงานน้ำตาลในการสนับสนุนเกษตรกรต้นน้ำ โรงงานน้ำตาลควรมีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อยลดการเผาอ้อย และเพิ่มปริมาณอ้อยตัดสดในกระบวนการผลิต

‘สอน.’ ดัน ‘Sugar Ecolabe’ ยกระดับผลิตอ้อย-น้ำตาลลดเผา ฝุ่น PM2.5

  • เกณฑ์การประเมินและรับรองที่สะท้อนการปฏิบัติจริงของโรงงานน้ำตาล เกณฑ์การประเมินมีความชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินงานจริง เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง
  • ความสำคัญของการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนต้องคำนึงถึงทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อม ประสิทธิภาพการผลิต และความรับผิดชอบต่อแรงงานและชุมชน

“จากการดำเนินการดังกล่าวช่วยให้มองเห็นทั้งโอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรม และสอน.ได้นำข้อคิดเห็นเหล่านี้มาสังเคราะห์เป็นแนวทางการตรวจประเมิน Sugar Ecolabel ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เกิดการพัฒนาตนเองและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องบริบททางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ”