'เซฟ เดอะ ชิลเดรน' เตือนการศึกษาชายแดนไทย–เมียนมา เด็กหลุดระบบพุ่ง กระทบทุนมนุษย์ระยะยาว

20 ม.ค. 2569 | 11:55 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ม.ค. 2569 | 11:55 น.

เซฟ เดอะ ชิลเดรน เผยการศึกษาเด็กในพื้นที่พักพิงและชุมชนชายแดนไทย–เมียนมาเผชิญแรงกดดันหนัก จำนวนนักเรียนเพิ่ม แต่เด็กหลุดจากระบบสูงขึ้น เหตุเศรษฐกิจ เอกสาร และข้อจำกัดเชิงนโยบาย

KEY

POINTS

  • องค์กรเซฟ เดอะ ชิลเดรน เปิดเผยรายงานว่าสถานการณ์การศึกษาชายแดนไทย-เมียนมาน่ากังวล โดยอัตราเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติที่พุ่งขึ้นกว่า 6 เท่าในรอบ 2 ปี
  • สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบมาจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ การย้ายถิ่นของครอบครัว และความรู้สึกสิ้นหวังต่ออนาคตจากข้อจำกัดด้านสถานะทางกฎหมายและการเดินทาง
  • อุปสรรคสำคัญอื่นๆ ที่ทำให้เด็กไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ คือการขาดเอกสารจำเป็นในการเข้าเรียน และปัญหาทักษะภาษาไทยที่ไม่เพียงพอต่อการเรียนในระบบโรงเรียนรัฐ
  • วิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว และสะท้อนให้เห็นว่านโยบาย "การศึกษาสำหรับทุกคน" ยังไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในพื้นที่

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 องค์กรเซฟ เดอะ ชิลเดรน ออกมาเตือนถึงสถานการณ์การเข้าถึงการศึกษาของเด็กในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา และชุมชนตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ความแออัดของสถานศึกษา และอัตราเด็กหลุดออกจากระบบที่สูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ข้อมูลดังกล่าวมาจากรายงาน “Education on the Edge” ซึ่งเป็นผลการสำรวจการเข้าถึงการศึกษาของนักเรียนผู้หนีภัยการสู้รบและนักเรียนข้ามชาติ เปิดตัวภายในงานเสวนาเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ณ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย โดยเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูล 2,464 คน ประกอบด้วย นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569

รายงานระบุว่า ระหว่างปี 2563–2568 จำนวนผู้เรียนตามแนวชายแดนไทย–เมียนมาในหลากหลาย “เส้นทางการศึกษา” เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 โดยศูนย์การเรียนรู้ของเด็กข้ามชาติมีจำนวนผู้เรียนเพิ่มสูงถึงร้อยละ 107 สะท้อนแรงกดดันต่อระบบการศึกษาที่มีทรัพยากรจำกัด

'เซฟ เดอะ ชิลเดรน' เตือนการศึกษาชายแดนไทย–เมียนมา เด็กหลุดระบบพุ่ง กระทบทุนมนุษย์ระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนผู้เรียนจะเพิ่มขึ้น แต่อัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษากลับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ พบว่าเด็กหลุดออกจากระบบมากกว่า 6 เท่า จาก 464 คนในปี 2566 เพิ่มเป็น 2,722 คนในปี 2568 คิดเป็นร้อยละ 14 ของผู้เรียนทั้งหมด สาเหตุหลักมาจากการย้ายถิ่นของครอบครัวและแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

ขณะที่พื้นที่พักพิงชั่วคราว มีนักเรียนหลุดออกจากระบบราว 1,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 4–5 ของผู้เรียนทั้งหมด โดยมีสาเหตุจากความรู้สึกสิ้นหวังต่ออนาคต เนื่องจากข้อจำกัดด้านสถานะทางกฎหมายและการเดินทาง ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการทำงานหรือศึกษาต่อ รวมถึงการตัดลดความช่วยเหลือ ทำให้เด็กบางส่วนต้องออกมาทำงานหรือดูแลสมาชิกในครอบครัว ที่น่ากังวลคือ เกือบครึ่งหนึ่งของเด็กที่หลุดออกจากระบบไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้ขาดการคุ้มครองและหลุดพ้นจากการติดตามของระบบการศึกษา

'เซฟ เดอะ ชิลเดรน' เตือนการศึกษาชายแดนไทย–เมียนมา เด็กหลุดระบบพุ่ง กระทบทุนมนุษย์ระยะยาว

ด้านคุณภาพการเรียนรู้ รายงานสะท้อนปัญหาความไม่ต่อเนื่องของการเรียนการสอน โดยเฉพาะในพื้นที่พักพิงชั่วคราว ซึ่งครูได้รับค่าตอบแทนเฉลี่ยเพียง 1,000–1,160 บาทต่อเดือน และมีอัตราการเปลี่ยนครูสูงถึง 4–5 คนต่อโรงเรียนต่อปี ส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง เด็กต้องปรับตัวกับครูและรูปแบบการสอนใหม่อยู่ตลอด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเรียนไม่ทันและการหลุดออกจากระบบ

รายงานยังชี้ถึงอุปสรรคเชิงโครงสร้างในการเข้าถึงโรงเรียนของรัฐ โดยร้อยละ 61 ของเด็กในศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติขาดเอกสารที่จำเป็นต่อการเข้าเรียน และร้อยละ 46 ของเด็กในพื้นที่พักพิงชั่วคราวไม่มีเอกสารหรือไม่ทราบสถานะทางกฎหมายของตนเอง

'เซฟ เดอะ ชิลเดรน' เตือนการศึกษาชายแดนไทย–เมียนมา เด็กหลุดระบบพุ่ง กระทบทุนมนุษย์ระยะยาว

ขณะเดียวกัน อุปสรรคด้านภาษายังคงเป็นปัญหาสำคัญ เด็กในพื้นที่พักพิงชั่วคราวร้อยละ 76 และเด็กในศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติร้อยละ 40 ไม่มีทักษะการเขียนภาษาไทย ส่งผลต่อการเรียนต่อและการปรับตัวในระบบการศึกษาไทย

นายกีโยม ราชู ผู้อำนวยการบริหาร เซฟ เดอะ ชิลเดรน ระบุว่า แม้ประเทศไทยจะมีนโยบาย “การศึกษาสำหรับทุกคน” ที่เปิดโอกาสให้เด็กข้ามชาติ เด็กไร้เอกสาร และเด็กไร้รัฐเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐได้ แต่จากข้อมูลภาคสนามพบว่า เด็กจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิดังกล่าวได้จริง เนื่องจากข้อจำกัดด้านเอกสาร ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และการดำเนินงานที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

'เซฟ เดอะ ชิลเดรน' เตือนการศึกษาชายแดนไทย–เมียนมา เด็กหลุดระบบพุ่ง กระทบทุนมนุษย์ระยะยาว

ทั้งนี้ เด็กในพื้นที่พักพิงชั่วคราวทั้ง 9 แห่ง ยังเผชิญข้อจำกัดเชิงนโยบายเพิ่มเติม ซึ่งลดทอนโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่ต่อเนื่องและได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ องค์กรจึงเรียกร้องให้มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมและสอดประสานกันมากขึ้น เพื่อให้สิทธิด้านการศึกษาที่มีอยู่สามารถนำไปใช้ได้จริงอย่างเท่าเทียม

เซฟ เดอะ ชิลเดรน ย้ำว่า การศึกษาไม่ควรเป็นสิทธิพิเศษของคนบางกลุ่ม แต่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว การเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเข้าถึงการศึกษาอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับประเทศในอนาคต