KEY
POINTS
จากการที่กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นต่อ "ร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา พ.ศ. ...." ในระหว่างวันที่ 1 - 15 ธันวาคม 2568 นั้น ผลการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายฉบับนี้ หากวิเคราะเชิงลึกจะพบว่า ครอบคลุมหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น
1. ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ที่ไม่ได้เป็นเพียงกฎหมายเพื่อการควบคุมเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบมาให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ในหลายด้าน
ประการแรก : ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นการปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งหวังให้สถาบันสังคมร่วมกันปลูกฝังภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจและสังคม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี
ประการที่สอง : สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป และมีกฎหมายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ประการสุดท้าย : สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ในการยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
2. เหตุผลความจำเป็นและปัญหาที่นำไปสู่การจัดทำร่างประกาศ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกระบุว่าเป็นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบทั้งในด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ ปัญหาหลักที่พบคือความจำเป็นในการจำกัดการเข้าถึงทางกายภาพ โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาและหอพัก
แม้ว่าพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 จะมีการบังคับใช้มานานกว่า 17 ปี แต่ผลจากการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2562 พบว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
กรมควบคุมโรคจึงได้เสนอเนื้อหาการปรับปรุงมาตรการควบคุมสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษาต่อที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบในหลักการเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3. วัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของการแทรกแซงทางกฎหมาย เป้าหมายสำคัญของร่างประกาศนี้คือการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาหรือหอพักบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 (8) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
4. การเปรียบเทียบกับมาตรการในต่างประเทศ จากการศึกษามาตรการควบคุมสถานที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในต่างประเทศ พบว่าหลายประเทศมีมาตรการที่คล้ายคลึงกันหรือเข้มงวดกว่า เช่น:
• ประเทศสหรัฐอเมริกา : ที่รัฐอิลลินอยส์มีกฎหมาย "Liquor Control Act" ห้ามออกใบอนุญาตขายเหล้าให้ร้านค้าที่อยู่ในรัศมี 100 ฟุต จากโรงเรียน (ยกเว้นสถาบันอุดมศึกษา) ขณะที่รัฐฮาวาย กำหนดห้ามออกใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรัศมี 500 ฟุตจากโรงเรียนประถม มัธยม หรือสนามเด็กเล่นสาธารณะ
• ประเทศญี่ปุ่น: กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถห้ามการดำเนินกิจการร้านอาหารที่ให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงกลางคืนในพื้นที่ที่กำหนดเพื่อป้องกันการทำลายศีลธรรมอันดีหรือขัดขวางการพัฒนาเด็กและเยาวชน
• ประเทศเกาหลีใต้: กำหนดพื้นที่ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณที่จำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายและปรับปรุงสุขภาพของผู้อยู่อาศัย
• ประเทศออสเตรเลีย (รัฐวิกตอเรีย): ห้ามออกใบอนุญาตในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี
การประกาศใช้ร่างกฎหมายฉบับนี้ย่อมส่งต่อผู้ประกอบการ ที่ต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับข้อกฎหมายอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา ซึ่งต้องปฏิบัติตามร่างประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีบทกำหนดโทษทางอาญา
ขณะที่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ อาจสร้างความสับสนให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณดังกล่าวได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยวไปใช้บริการในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นแทน
ส่วนผลเชิงบวกทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคม ลดอุบัติเหตุทางถนน และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนจากการบริโภคแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป นอกจากนี้ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย ลดความเสี่ยงต่อเยาวชนไม่ให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายเกินไป
ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมในหลายด้าน เพื่อให้การดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและลดผลกระทบต่อธุรกิจ ทั้งการตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของสถานประกอบการอย่างละเอียด ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าร้านค้าหรือสถานประกอบการของตน ตั้งอยู่ในบริเวณหรือรัศมีที่กฎหมายกำหนดให้เป็นเขตห้ามขายหรือไม่
โดยร่างประกาศนี้มุ่งเน้นไปที่การห้ามขายในสถานศึกษา หรือบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา รวมถึงหอพักที่อยู่บริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา, ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และรัศมีที่ชัดเจนจะถูกกำหนดโดยประกาศของอธิบดีกรมควบคุมโรคในลำดับถัดไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน
การติดตามข้อมูลข่าวสารและแนวทางปฏิบัติจากภาครัฐในทุกช่องทาง รวมทั้งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีอยู่อย่าง เช่น การต่อใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกฮอล์ การปฏิบัติตามข้อกฎหมายหรือร่างประกาศต่างๆ เป็นต้น