คุมเข้มเหล้า-เบียร์รอบรั้วสถานศึกษา เซฟโซนเยาวชนที่กลุ่มทุนต้องตระหนัก

18 ม.ค. 2569 | 06:44 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ม.ค. 2569 | 06:49 น.

สรุปผลรับฟังความเห็นร่างประกาศเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รอบสถานศึกษา พ.ศ... ย้ำชัดช่วยลดอาชญากรรมและอุบัติเหตุ ผู้ประกอบการต้องตระหนักและปรับตัวรับ

KEY

POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการร่างประกาศฯ เพื่อกำหนดเขตห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา
  • เป้าหมายหลักคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและจำกัดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชน
  • ผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงสถานศึกษาต้องเตรียมปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ ซึ่งมีบทลงโทษทางอาญาหากฝ่าฝืน
  • มาตรการนี้สอดคล้องกับแนวทางในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดเช่นกัน

จากการที่กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นต่อ "ร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา พ.ศ. ...." ในระหว่างวันที่ 1 - 15 ธันวาคม 2568 นั้น ผลการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายฉบับนี้ หากวิเคราะเชิงลึกจะพบว่า ครอบคลุมหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น

1. ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ที่ไม่ได้เป็นเพียงกฎหมายเพื่อการควบคุมเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบมาให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ในหลายด้าน

ประการแรก : ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นการปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งหวังให้สถาบันสังคมร่วมกันปลูกฝังภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจและสังคม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี

ประการที่สอง : สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป และมีกฎหมายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ประการสุดท้าย : สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ในการยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

2. เหตุผลความจำเป็นและปัญหาที่นำไปสู่การจัดทำร่างประกาศ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกระบุว่าเป็นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบทั้งในด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ ปัญหาหลักที่พบคือความจำเป็นในการจำกัดการเข้าถึงทางกายภาพ โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาและหอพัก

คุมเข้มเหล้า-เบียร์รอบรั้วสถานศึกษา เซฟโซนเยาวชนที่กลุ่มทุนต้องตระหนัก

แม้ว่าพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 จะมีการบังคับใช้มานานกว่า 17 ปี แต่ผลจากการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2562 พบว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

กรมควบคุมโรคจึงได้เสนอเนื้อหาการปรับปรุงมาตรการควบคุมสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษาต่อที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบในหลักการเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

3. วัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของการแทรกแซงทางกฎหมาย เป้าหมายสำคัญของร่างประกาศนี้คือการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาหรือหอพักบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 (8) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

4. การเปรียบเทียบกับมาตรการในต่างประเทศ จากการศึกษามาตรการควบคุมสถานที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในต่างประเทศ พบว่าหลายประเทศมีมาตรการที่คล้ายคลึงกันหรือเข้มงวดกว่า เช่น:

• ประเทศสหรัฐอเมริกา : ที่รัฐอิลลินอยส์มีกฎหมาย "Liquor Control Act" ห้ามออกใบอนุญาตขายเหล้าให้ร้านค้าที่อยู่ในรัศมี 100 ฟุต จากโรงเรียน (ยกเว้นสถาบันอุดมศึกษา) ขณะที่รัฐฮาวาย กำหนดห้ามออกใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรัศมี 500 ฟุตจากโรงเรียนประถม มัธยม หรือสนามเด็กเล่นสาธารณะ

• ประเทศญี่ปุ่น: กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถห้ามการดำเนินกิจการร้านอาหารที่ให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงกลางคืนในพื้นที่ที่กำหนดเพื่อป้องกันการทำลายศีลธรรมอันดีหรือขัดขวางการพัฒนาเด็กและเยาวชน

• ประเทศเกาหลีใต้: กำหนดพื้นที่ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณที่จำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายและปรับปรุงสุขภาพของผู้อยู่อาศัย

• ประเทศออสเตรเลีย (รัฐวิกตอเรีย): ห้ามออกใบอนุญาตในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี

คุมเข้มเหล้า-เบียร์รอบรั้วสถานศึกษา เซฟโซนเยาวชนที่กลุ่มทุนต้องตระหนัก

การประกาศใช้ร่างกฎหมายฉบับนี้ย่อมส่งต่อผู้ประกอบการ ที่ต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับข้อกฎหมายอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา ซึ่งต้องปฏิบัติตามร่างประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีบทกำหนดโทษทางอาญา

ขณะที่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ อาจสร้างความสับสนให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณดังกล่าวได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยวไปใช้บริการในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นแทน

ส่วนผลเชิงบวกทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคม ลดอุบัติเหตุทางถนน และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนจากการบริโภคแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป นอกจากนี้ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย ลดความเสี่ยงต่อเยาวชนไม่ให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายเกินไป

ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมในหลายด้าน เพื่อให้การดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและลดผลกระทบต่อธุรกิจ ทั้งการตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของสถานประกอบการอย่างละเอียด ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าร้านค้าหรือสถานประกอบการของตน ตั้งอยู่ในบริเวณหรือรัศมีที่กฎหมายกำหนดให้เป็นเขตห้ามขายหรือไม่

โดยร่างประกาศนี้มุ่งเน้นไปที่การห้ามขายในสถานศึกษา หรือบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา รวมถึงหอพักที่อยู่บริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา, ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และรัศมีที่ชัดเจนจะถูกกำหนดโดยประกาศของอธิบดีกรมควบคุมโรคในลำดับถัดไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน

การติดตามข้อมูลข่าวสารและแนวทางปฏิบัติจากภาครัฐในทุกช่องทาง รวมทั้งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีอยู่อย่าง เช่น การต่อใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกฮอล์ การปฏิบัติตามข้อกฎหมายหรือร่างประกาศต่างๆ เป็นต้น