KEY
POINTS
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากลักลอบเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย นั้น รัฐบาล สั่งการฝ่ายความมั่นคงบูรณาความร่วมมือร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ติดต่อกับชายแดนเฝ้าระวัง ตรวจสอบ ป้องกัน และสกัดกั้นแรงงานจากประเทศเพื่อนเข้ามาทำงานในประเทศไทย
พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวและสถานประกอบการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าไทยทำงานผิดกฎหมาย หากพบทำงานผิดกฎหมายจะดำเนินคดีโดยเด็ดขาด
“คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และจะถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ
ขณะที่นายจ้าง/สถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี” นางสาวอัยรินทร์ ย้ำ
รัฐบาลขอความร่วมมือสถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาสิทธิแรงงานไทย และสร้างระบบการจ้างงานที่มีมาตรฐาน หากประชาชนพบเห็นการจ้างแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน หรือที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 และสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน