thansettakij
ประชาชนบุก TCC ทวงคำตอบ “สภาผู้บริโภค” ปมควบรวม AWN–3BB เงียบ 2 เดือน

ประชาชนบุก TCC ทวงคำตอบ “สภาผู้บริโภค” ปมควบรวม AWN–3BB เงียบ 2 เดือน

15 ม.ค. 2569 | 11:59 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ม.ค. 2569 | 12:35 น.

TCC เงียบเกินไปหรือไม่? ประชาชนยื่นหนังสือถึง “สารี อ๋องสมหวัง” ทวงความคืบหน้าฟ้องคดี AWN–3BB ชี้ประชาชนไม่ควรถูกเมิน

KEY

POINTS

  • ประชาชนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตเดินทางไปที่สภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) เพื่อทวงถามความคืบหน้ากรณีการควบรวมกิจการระหว่าง AWN และ 3BB
  • สภาผู้บริโภคไม่มีการตอบกลับหรือแจ้งความคืบหน้าใดๆ เป็นเวลากว่า 2 เดือน หลังได้รับการร้องเรียนให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
  • ผู้ร้องเรียนกังวลว่าการควบรวมจะลดทางเลือกของผู้บริโภค และตั้งคำถามถึงการทำงานที่อาจเป็น “2 มาตรฐาน” เมื่อเทียบกับกรณีควบรวมทรู-ดีแทค
  • มีการยื่นหนังสือเรียกร้องให้สภาผู้บริโภคชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน ถึงสาเหตุของความล่าช้า

นายสรศักย์ เรืองวิเศษ ประชาชนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน เดินทางไปยังสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) เพื่อ ยื่นหนังสือ “สอบถามติดตามความคืบหน้า” ถึงนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค หลังจากเคยยื่นหนังสือครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ขอให้ TCC ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการคุ้มครองผู้บริโภคจากผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) และ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำตอบหรือความชัดเจนอย่างเป็นทางการ จากเลขาธิการสำนักงานฯ

ประชาชนบุก TCC ทวงคำตอบ “สภาผู้บริโภค” ปมควบรวม AWN–3BB เงียบ 2 เดือน
นายสรศักย์ระบุว่า การมายื่นหนังสือวันนี้เป็นการ “ทวงคำตอบ” ต่อบทบาทของสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภคโดยตรง เพราะกรณีควบรวม AWN–3BB มีลักษณะชัดเจนว่าอาจส่งผลให้ “ทางเลือกของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านลดลง” และกระทบต่อโครงสร้างการแข่งขันในตลาด ซึ่งเข้าข่ายกระทบสิทธิผู้บริโภคจำนวนมาก

“ผมยื่นเรื่องมาแล้วกว่า 2 เดือน แต่กลับไม่มีการแจ้งความคืบหน้าใด ๆ ทั้งที่เรื่องนี้กระทบสิทธิผู้บริโภคโดยตรง หากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายยังเงียบ ประชาชนจะพึ่งใคร” นายสรศักย์กล่าว

ประชาชนบุก TCC ทวงคำตอบ “สภาผู้บริโภค” ปมควบรวม AWN–3BB เงียบ 2 เดือน

นายสรศักย์เปิดเผยว่า หนังสือที่ยื่นในวันนี้เป็นการติดตามกรณีที่ตนได้ขอให้น.ส.สารี ในฐานะเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ใช้อำนาจยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษา เพิกถอนมติที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ที่อนุญาตให้มีการควบรวมกิจการดังกล่าว

ทั้งนี้ นายสรศักย์ได้ขอให้เลขาธิการสำนักงานฯตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ พร้อมระบุว่า การตอบกลับจะเป็นตัวสะท้อนว่า เหตุใดที่ผ่านมาจึงล่าช้า และเป็นความล่าช้าจากกระบวนการ หรือมี “เจตนาเพิกเฉย” ต่อหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่

นายสรศักย์กล่าวว่า หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีความคืบหน้า ตนจะติดตามทวงถามอีกครั้ง และอาจยกระดับการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่สูงกว่านี้ เพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความเห็นของนายสรศักย์ต่อข้อกังวลว่า การดำเนินการที่ล่าช้าอาจเข้าข่าย “2 มาตรฐาน” หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมา TCC เคยดำเนินการทางกฎหมายในกรณีควบรวมโทรศัพท์มือถือ ทรู–ดีแทค ด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

นายสรศักย์กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคู่กรณีกับสภาฯ แต่การกระทำของสภาฯ เองจะเป็นคำตอบ เพราะเมื่อกรณีหนึ่งสามารถดำเนินการได้ แต่ในอีกกรณีกลับไม่มีความชัดเจน ย่อมทำให้ประชาชนตั้งคำถามได้ว่าเป็นการดำเนินการที่แตกต่างกันหรือไม่

“ประชาชนอาจมองได้ว่าเข้าข่าย 2 มาตรฐานหรือไม่ เพราะกรณีอื่นดำเนินการได้ แต่กรณีนี้กลับเงียบ ทั้งที่เป็นเรื่องสิทธิผู้บริโภคโดยตรง” นายสรศักย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายสรศักย์ย้ำว่า ยังคงคาดหวังให้สภาองค์กรของผู้บริโภคดำเนินการอย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรม เพื่อยืนอยู่ข้างผู้บริโภคอย่างแท้จริง ไม่ปล่อยให้ “ความเงียบ” กลายเป็นคำตอบ ในประเด็นที่กระทบสิทธิประชาชนในวงกว้าง