
"หนิง ปัทมา" สาบานวัดพระแก้ว-ศาลหลักเมือง ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยเป็นเมียน้อย
"หนิง ปัทมา" เข้าวัดพระแก้ว-ศาลหลักเมือง สาบานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ปฏิเสธเป็น "เมียน้อย" พร้อมท้าผู้กล่าวหาพิสูจน์ความจริง
KEY
POINTS
- หนิง ปัทมา เข้าสาบานตนที่วัดพระแก้ว และ ศาลหลักเมือง เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจหลังตกเป็นข่าวฉาว
- ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่เคยเป็นเมียน้อย หรือ มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับฝ่ายชายตามที่ถูกกล่าวหา
- ชี้แจงว่าการเดินทางร่วมกันทุกครั้ง เป็นการไปทำงานในฐานะนักร้องที่ได้รับการว่าจ้าง ไม่ใช่การท่องเที่ยวส่วนตัว
- ท้าทายผู้ที่กล่าวหาให้ออกมาสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกันเพื่อพิสูจน์ความจริง
"หนิง ปัทมา" มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 เดินทางเข้าสักการะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พร้อมกล่าวคำสาบานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ หลังตกเป็นประเด็นข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัว ย้ำไม่เคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับฝ่ายชาย ระบุทุกการเดินทางร่วมงาน เป็นการรับจ้างร้องเพลงตามอาชีพ พร้อมท้าผู้ที่กล่าวหา หรือ เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ออกมาสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน
วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในสังคมออนไลน์ เมื่อ หนิง ปัทมา มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 เดินทางเข้าสักการะ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) และ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อประกอบพิธีสาบานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ หลังตกเป็นกระแสข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งเธอระบุว่า ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนเอง ครอบครัว รวมถึงองค์กรที่สังกัด
ในการเดินทางครั้งนี้ หนิง ปัทมา กล่าวว่า การกล่าวคำสาบานมีขึ้นเพื่อยืนยันว่า ข้อเท็จจริงที่เธอแถลงต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่า พร้อมรับผลจากคำสาบานหากสิ่งที่กล่าวไม่เป็นความจริง
ยืนยันไม่เคยเดินทางท่องเที่ยวกับฝ่ายชาย
หนิง ปัทมา ยืนยันว่า ไม่เคยเดินทางไปท่องเที่ยวกับฝ่ายชายที่เป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ หรือ สถานที่อื่น ๆ
สำหรับกรณีที่มีการเชื่อมโยงว่า เคยพบกันที่สถานบันเทิงชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่นั้น เธอชี้แจงว่า เป็นเพียงการพบกันโดยบังเอิญที่ร้านวอร์มอัพ เชียงใหม่ และ ไม่ได้มีการนัดหมาย หรือเดินทางไปท่องเที่ยวร่วมกันตามที่มีการกล่าวอ้างในสื่อสังคมออนไลน์
พร้อมย้ำว่า ข่าวลือที่เกิดขึ้นทำให้สังคมเข้าใจผิด และไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ปัดเป็น "เมียน้อย" ชี้คำให้สัมภาษณ์ของฝ่ายชายทำให้เกิดความเข้าใจผิด
หนิง ปัทมา ยังกล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ของฝ่ายชายในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีบางประเด็นที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และใช้ถ้อยคำในลักษณะกำกวม จนทำให้สังคมตีความไปในทางที่ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของเธอ
หนิง ปัทมา ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่เคยเป็นเมียน้อย ไม่เคยเป็นแฟน ไม่เคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับฝ่ายชาย
พร้อมระบุว่า ตลอดเวลาที่รู้จักกัน ให้ความเคารพอีกฝ่ายในฐานะ "พี่ชาย" เท่านั้น และเห็นว่า การสื่อสารที่ไม่ชัดเจนทำให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายได้รับความเสียหายจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์
ย้ำทุกการเดินทางเป็น "งานจ้าง"
สำหรับกระแสข่าวที่เชื่อมโยงถึงการเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ บุรีรัมย์ และ ประเทศสหรัฐอเมริกา หนิง ปัทมา ระบุว่า ทุกครั้งเป็นการเดินทางไปทำงานในฐานะนักร้องที่ได้รับการว่าจ้างอย่างถูกต้อง
“ไม่เคยเดินทางไปท่องเที่ยวส่วนตัวกับฝ่ายชาย และสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้จากการทำงาน จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ในลักษณะที่ถูกกล่าวหา”
พร้อมกันนี้ หนิง ปัทมา ได้กล่าวขอโทษ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล และองค์กร มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชันแนล ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยอมรับว่า อาจรับงานจำนวนมากจนขาดความรอบคอบ และจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปเป็นบทเรียนในการใช้ชีวิตและการทำงาน
กล่าวคำสาบานเดิมพันชีวิตและครอบครัว
ภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หนิง ปัทมา ได้กล่าวคำสาบานต่อหน้าองค์พระแก้วมรกต และศาลหลักเมือง โดยระบุว่า หากคำชี้แจงทั้งหมดที่เคยแถลงไว้เป็นความจริง ขอให้ตนเองและครอบครัวประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง
แต่หากมีข้อความใดที่เป็นเท็จ แม้เพียงประเด็นเดียว ก็ขอให้ตนเองและครอบครัวได้รับผลแห่งคำสาบานตามที่กล่าวไว้
นอกจากนี้ หนิง ปัทมา ยังกล่าวว่า หากตนพูดความจริง แต่ยังมีผู้ใดเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ใส่ร้าย หรือ สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและหน้าที่การงานของเธอ รวมถึงผู้ว่าจ้าง ก็ขอให้บุคคลดังกล่าวได้รับผลจากการกระทำของตนเอง
ท้าผู้กล่าวหาออกมาสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ช่วงท้าย หนิง ปัทมา ได้เชิญชวนผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลหรือกล่าวหาว่าเธอมีความสัมพันธ์กับฝ่ายชาย หากมั่นใจว่า ข้อมูลที่เผยแพร่เป็นความจริง ก็ขอให้ออกมาประกอบพิธีสาบานต่อองค์พระแก้วมรกตและศาลหลักเมือง พร้อมเดิมพันด้วยชีวิตและครอบครัวเช่นเดียวกับที่เธอได้กระทำ
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นที่สนใจของสังคม โดยข้อกล่าวหาและคำชี้แจงจากแต่ละฝ่ายยัง เป็นข้อมูลที่แต่ละฝ่ายกล่าวอ้าง ซึ่งยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยหรือข้อยุติจากกระบวนการทางกฎหมาย






