ค้าปลีกหนุน 'พรรคการเมือง' ออกนโยบายเพิ่มรายได้-การลงทุน-จ้างงาน

14 ม.ค. 2569 | 09:10 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ม.ค. 2569 | 09:15 น.

ภาคค้าปลีก หนุนพรรคการเมืองเดินหน้านโยบายเพิ่มรายได้ประชาชน กระตุ้นภาคเอกชนลงทุนเพิ่ม หวังเกิดการจ้างงาน พร้อมยกระดับค่าแรงตามมาตรฐานวิชาชีพ

KEY

POINTS

  • นโยบายที่พรรคการเมืองควรให้ความสำคัญคือการสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่สามารถสร้างผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว
  • เสนอให้ปรับนโยบายด้านแรงงานจากการเน้นค่าจ้างขั้นต่ำ ไปสู่การให้ค่าจ้างตามทักษะและความสามารถ (Skill-Based) เพื่อกระตุ้นการพัฒนาฝีมือ
  • เรียกร้องให้มีนโยบายกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการจ้างงานและเพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ

การเลือกตั้งปี 2569 กำลังเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง โดยพรรคการเมืองต่างเสนอนโยบายที่แตกต่าง เพื่อดึงความสนใจจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ให้กับประชาชน และการกระตุ้นการลงทุนในภาคธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างการจ้างงานและขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต

ดร. ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ เลขาธิการสมาพันธ์ผู้ค้าปลีกแห่งเอเชียแปซิฟิก (FARPA) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ที่นำเสนอในการเลือกตั้ง 2569 นั้น มีความน่าสนใจแตกต่างกันไป ในความเห็นส่วนตัวให้ความสำคัญกับนโยบายที่มุ่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนเป็นหลัก เช่นนโยบายด้านการเกษตร

“อุตสาหกรรมการเกษตรไทยสามารถสร้างจีดีพีได้ 8-10%  มีแรงงานในอุตสาหกรรมราว 30 ล้านคน นโยบายที่ออกมาต้อง Quick Win ทำให้ประชาชนมีรายได้ เกิดการจ้างงาน เมื่อมีรายได้ก็มีการจับจ่ายมากขึ้น”

ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์

ขณะที่นโยบายด้านแรงงาน การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำอาจจะไม่ช่วยมากนัก แต่ควรให้ความสำคัญกับ Skill- Based ทักษะความสามารถที่แท้จริง ตามมาตรฐานวิชาชีพหรือมาตรฐานฝีมือแรงงานเป็นตัวกำหนดรายได้ ซึ่งในแต่ละวิชาชีพมีมาตรฐานกำหนดตามระดับขั้นอยู่แล้ว ซึ่งการให้ค่าจ้างแรงงานตามลำดับมาตรฐานวิชาชีพ จะช่วยให้แรงงานเองมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองยิ่งขึ้น

อีกนโยบายที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือ ด้านการลงทุน ซึ่งปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ภาคเอกชนมีการลงทุนต่ำ ดังนั้นควรจะมีนโยบายในการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนมากขึ้น ซึ่งการลงทุนจะช่วยให้เกิดการจ้างงาน เมื่อเกิดการจ้างงาน แรงงานก็จะมีรายได้ มาจับจ่ายดำรงชีพ ดังนั้นต้องมีการให้อินเทนซีฟแก่บริษัทที่มาลงทุน ไม่ใช่แค่การขอใบสมัครเพื่อส่งเสริมการลงทุน แต่เกิดการลงทุนจริง เหมือนเช่นที่ผ่านมา

“สิ่งที่ต้องเร่งลงทุนมีหลายธุรกิจที่น่าสนใจ เช่น ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เช่น การสร้างดิสนีย์แลนด์ ซึ่งพบว่ามีคนให้ความสนใจเยอะมาก เพราะเมื่อลงทุนวันนี้จะยังไม่เห็นผลทันที แต่จะเห็นผลในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งแน่นอนว่าจะเกิดการจ้างงานจำนวนมาก และสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวได้อีกด้วย”