กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ล่าสุด 6 ม.ค.69 หลังเกิดเหตุปะทะพื้นที่ช่องบก

06 ม.ค. 2569 | 10:51 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ม.ค. 2569 | 11:04 น.

กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุด วันที่ 6 มกราคม 2569 ในพื้นที่ช่องบก เนิน 469 ย้ำการปฏิบัติการของกำลังพลเป็นไปเพื่อการปกป้องอธิปไตยและสันติภาพ

วันที่ 6 มกราคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.25 น. กองกำลังสุรนารีได้รับรายงานเหตุการณ์การระเบิดในพื้นที่ช่องบก บริเวณเนิน 469 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัด อุบลราชธานี ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 นาย คือ จ่าสิบเอกปรัชญา พิลาชัย ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ 6021 (RDF) มีอาการบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา

โดยแพทย์ประเมินอาการเป็นผู้ป่วยระดับเขียว ซึ่งไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยในพื้นที่ได้ดำเนินการปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามขั้นตอนทางการแพทย์สนาม และได้ทำการพยาบาลและส่งกลับผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ปฏิบัติการโดยทันที ปัจจุบันได้นำผู้บาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดเชียงมุน และได้ส่งต่อเพื่อรับการรักษาต่อ ณ โรงพยาบาลน้ำยืนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผู้บาดเจ็บมีอาการปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
 

อัปเดตความคืบหน้าล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา และท่าทีในการรักษาอธิปไตยและสันติภาพ

ตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้มีหนังสือแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ในพื้นที่ ช่องบกอำเภอน้ำยืนจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่ง ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 สามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง กำลังพลมีความพร้อม ทั้งด้านการเฝ้าตรวจและการป้องกันพื้นที่ มีการบริหารจัดการสถานการณ์ด้วยความรอบคอบ เข้มแข็ง และเป็นระบบ การปฏิบัติการเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลตลอดแนวชายแดน เป็นไปเพื่อการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทย ตามสิทธิอันชอบธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและหลักการสากลมาโดยตลอด ไทยยึดมั่นในพันธกรณีและข้อตกลงที่ได้ร่วมลงนาม ใช้ความอดกลั้นและความรับผิดชอบสูงสุด หลีกเลี่ยง การใช้กำลังเกินสมควร และดำเนินการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ บนพื้นฐานของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค
 

ในส่วนของความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กองทัพภาคที่ 2 คาดหวังให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างจริงจังและเปิดเผย การกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก รวมทั้งการประสานงาน ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ลดความหวาดระแวง และฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว อันจะนำไปสู่สันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน