เปิดเกณฑ์ใหม่เยียวยาชายแดนไทย–กัมพูชา เสียชีวิตชดเชยสูงสุด 10 ล้าน

03 ม.ค. 2569 | 07:59 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ม.ค. 2569 | 08:02 น.

ครม. ไฟเขียวปรับเกณฑ์เยียวยาชายแดนไทย–กัมพูชา ชดเชยเสียชีวิตสูงสุด 10 ล้านบาท พร้อมอนุมัติงบกลาง 577.3 ล้านบาท รองรับสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลาย

คณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อ 30 ธ.ค.68 มีมติเห็นชอบ ทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐมีความครอบคลุม ชัดเจน และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง

มติดังกล่าวให้ ยกเลิกหลักเกณฑ์เดิมตามมติ ครม. วันที่ 5 สิงหาคม 2568 และใช้ หลักเกณฑ์ฉบับปรับปรุง มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ จนกว่า สมช.หรือคณะรัฐมนตรีจะมีมติว่าสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ โดยกำหนดให้การจ่ายเงินเยียวยาครอบคลุมเฉพาะ ผู้ได้รับผลกระทบที่มีสัญชาติไทย

สาระสำคัญของหลักเกณฑ์ใหม่ กำหนดกรอบอัตราเงินเยียวยา ดังนี้

เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ

  • ประชาชน: 8 ล้านบาทต่อราย
  • เจ้าหน้าที่รัฐ: รับเพิ่ม ค่าเสี่ยงภัย 2 ล้านบาทต่อราย

บาดเจ็บสาหัส

  • ประชาชน: 800,000 บาทต่อราย
  • เจ้าหน้าที่รัฐ: รับเพิ่ม 200,000 บาท

บาดเจ็บมาก

  • ประชาชน: 400,000 บาทต่อราย
  • เจ้าหน้าที่รัฐ: รับเพิ่ม 100,000 บาท

หลักเกณฑ์คำนวณเงินเยียวยาอิงข้อมูลรายได้จริง

  • กรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพ คำนวณจาก รายได้เฉลี่ยต่อหัว (Per Capita Income)
  • ชดเชยค่าเสียโอกาสในการทำงาน 30 ปี
  • กรณีบาดเจ็บ คำนวณจาก อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยในพื้นที่ชายแดน

กำหนดเอกสารประกอบการเยียวยาให้ชัดเจน

  • ประชาชน: ใช้รายงานการชันสูตรพลิกศพ หรือรายงานสอบสวนของพนักงานสอบสวน
  • เจ้าหน้าที่รัฐ: ใช้เอกสารรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัดและเอกสารทางการแพทย์

แยกบทบาทหน่วยงานรับผิดชอบการเบิกจ่าย เพิ่มความชัดเจน ลดความซ้ำซ้อนในการเบิกจ่าย

  • กระทรวงมหาดไทย: รับผิดชอบเยียวยาประชาชน
  • หน่วยงานต้นสังกัด: ดูแลการเยียวยาเจ้าหน้าที่รัฐ

ด้านงบประมาณ ครม. เห็นชอบ กรอบวงเงินงบกลาง จำนวน 577.3 ล้านบาท สำหรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในช่วง 3 สิงหาคม – 25 ธันวาคม 2568 โดยแบ่งเป็น

  • งบเยียวยา เจ้าหน้าที่รัฐ 562.5 ล้านบาท (ทหาร 545.5 ล้านบาท ตำรวจ 17 ล้านบาท)
  • ประชาชน 14.8 ล้านบาท

ส่วนกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย ให้ใช้เงินช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

การทบทวนมติดังกล่าวจะช่วยให้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเดือดร้อน และรองรับสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลายในระยะต่อไป