
93 ปี สมาคมชาวปักษ์ใต้จัดใหญ่ “สารทเดือนสิบไนท์แฟร์” กระตุ้น ศก.
สมาคมชาวปักษ์ใต้ จัดงานครบรอบ 93 ปี ควบมหกรรมบุญ “สารทเดือนสิบไนท์แฟร์” 12-22 ก.ย. 68 ตั้งเป้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เผยประวัติศาสตร์การก่อตั้งสมาคมกว่าเก้าทศวรรษ
KEY
POINTS
- สมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ จัดงาน "สารทเดือนสิบไนท์แฟร์" เนื่องในโอกาสครบรอบ 93 ปี เพื่อสืบสานประเพณีและกระตุ้นเศรษฐกิจ
- งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–22 กันยายน 2568 ณ ที่ทำการสมาคมฯ ฝั่งธนบุรี ภายใต้แนวคิด "ช็อป กิน เที่ยว"
- ภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นเมือง การแสดงทางวัฒนธรรมภาคใต้ เช่น หนังตะลุง มโนราห์ และ คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง
- มีการจัดกิจกรรมทำบุญตามประเพณีสารทเดือนสิบ และอัญเชิญ "พระอุเชนทร์" จากวัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช มาให้ประชาชนสักการะ
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 93 ปี อย่างยิ่งใหญ่ โดยปีนี้มี นายโกเมน รุ่งเรืองสกุล ประธานชมรมนักธุรกิจชาวใต้แห่งประเทศไทย รับหน้าที่ประธานจัดงาน พร้อมระดมเครือข่ายนักธุรกิจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อเตรียมการจัด “งานสารทเดือนสิบไนท์แฟร์” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–22 กันยายน 2568 ณ สมาคมชาวปักษ์ใต้ ฝั่งธนบุรี
ไฮไลต์ของงานปีนี้ คือการเสวนาพิเศษหัวข้อ “ประวัติสมาคมชาวปักษ์ใต้ใน 3 ยุค” โดยมี ดร.สุเมต สุวรรณพรหม นักจัดรายการชื่อดังคลื่น FM 90.5 และ คุณสุจิตรา หมวดพล (จอย) นักธุรกิจสาวชาวใต้ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของสมาคมฯ
ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2475 จากการรวมตัวของคนใต้ 85 คนที่ร้านกาแฟย่านฝั่งธนบุรี รวบรวมเงินเพียง 116 บาท เพื่อเป็นทุนตั้งต้น ก่อนจดทะเบียนสมาคมสำเร็จเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมปีเดียวกัน นับเป็นสมาคมที่ 2 ของประเทศต่อจากสโมสรคณะราษฎร
ตลอด 9 ทศวรรษ สมาคมชาวปักษ์ใต้ได้ผ่าน 3 ยุคสำคัญ ได้แก่
1.ยุคแรก (ยุคบุกเบิก)
เริ่มจากการหาสถานที่ทำการหลายแห่ง ก่อนสร้างที่ทำการถาวร ณ ซอยมหานาค โดยมีสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จฯ เป็นประธานเปิดอาคาร ต่อมาสมัย พล.ต.อ.มนัส ครุฑไชยันต์ เป็นนายกสมาคม ได้ย้ายที่ทำการมายังฝั่งธนบุรีบนที่ดินกว่า 8 ไร่ และก่อสร้างสมาคมแห่งใหม่ในปี 2530 โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานวางศิลาฤกษ์
2.ยุคสืบสาน (ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน)
ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ดรุณ โสตถิพันธุ์ สมาคมได้ขอพระราชทานอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ในปี 2537 ในรัชสมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 และต่อมา พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ เป็นนายกสมาคมยาวนานถึง 24 ปี สร้างเครือข่ายสมาคมชาวใต้ครบทั้ง 14 จังหวัด รวมถึงริเริ่มกิจกรรมสำคัญ อาทิ การสร้างวิหารหลวงพ่อทวด–พ่อท่านคล้าย จัดงานบุญ–งานกีฬา “ฟุตบอลปักษ์ใต้คัพ” และงานบุญสารทเดือนสิบอย่างต่อเนื่อง
3.ยุคพัฒนา (คนใต้หัวใจเดียวกัน)
ยุคปัจจุบันภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมฯ ที่ผลักดันโครงการสังคม เช่น มอบทุนการศึกษา จัดโครงการ “ส่งคนใต้กลับบ้านฟรี” ทั้งรถทัวร์และสายการบินแอร์เอเชีย รวมถึงการปรับปรุงอาคารสมาคมใหม่สู่มาตรฐานเทียบโรงแรม มีห้องพักและศูนย์ให้คำปรึกษากฎหมาย คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569
สำหรับปีนี้ สมาคมฯ ปรับโฉมงานบุญเป็น “สารทเดือนสิบไนท์แฟร์” ภายใต้คอนเซ็ป “ช็อป กิน เที่ยว งานแฟร์ชาวปักษ์ใต้” เปิดพื้นที่จำหน่ายอาหารพื้นเมือง สินค้าพื้นบ้าน และของดีจากทุกภาค ในราคาย่อมเยา พร้อมกิจกรรมบันเทิง อาทิ การแสดงหนังตะลุง มโนราห์ และคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง เช่น บ่าววี, ไทธนาวุฒิ, หลวงไก่ และวงมาลีฮวนน่า
นอกจากนี้ ยังมีการอัญเชิญ พระอุเชนทร์ (พระพิฆเนศปางหนึ่ง) ซึ่งถือเป็นพระเทวรูปคู่บุญบารมี “พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์” จากวัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช มาประดิษฐานให้ประชาชนสักการะตลอดงาน
ด้าน นายเกรียงไกร โกรนรา ประธานจัดงานสารทเดือนสิบ ปีนี้ ย้ำว่า กิจกรรมจะครอบคลุมตั้งแต่ วันทำบุญรับตายาย (8 กันยายน), พิธีบวงสรวงบรรพบุรุษ (12 กันยายน) ไปจนถึง พิธีชิงเปรต–ส่งตายาย (22 กันยายน) เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ และสืบทอดวัฒนธรรมพื้นถิ่นภาคใต้ให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมเรียนรู้
ทั้งนี้ สมาคมฯ ยืนยันว่า “สารทเดือนสิบไนท์แฟร์” ไม่เพียงเป็นงานบุญประเพณี แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางภาวะชะลอตัว เปิดพื้นที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ร้านค้า และผู้ประกอบการ พร้อมสร้างความสามัคคีระหว่างคนใต้และพี่น้องประชาชนทุกภาคทั่วประเทศ






