
เปิด 6 อุทยานตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาให้ทหารใช้เป็นฐานปฏิบัติการ
กรมอุทยานฯ เปิดพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอยู่ในแนวชายแดนไทย - กัมพูชา 6 แห่ง ให้ทหารใช้เป็นฐานปฏิบัติการวางแผนและตอบโต้ปฏิบัติการทางทหาร
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชทุกนายออกจากพื้นที่แล้วทั้งหมด หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยและให้ทหารเข้าไปใช้พื้นที่ของอุทยานฯ เป็นฐานปฏิบัติการวางแผนตอบโต้
ในบางพื้นที่ได้ให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่เชี่ยวชาญเรื่องการเดินสำรวจอยู่ปฏิบัติงาน เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลาดตระเวนด้วย เนื่องจากมีความชำนาญการ เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านี้ออกเดินลาดตระเวนตามระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (สมาร์ทพาโทรล) ทุกวัน จึงสามารถให้ข้อมูลกับทหารได้เป็นอย่างดี
กรมอุทยานฯ จะเป็นแนวเสริมคอยสนับสนุนทหาร เช่น การนำส่งเสบียง การให้ข้อมูลพื้นที่เกี่ยวกับการลาดตระเวน เพราะการสู้รบเป็นของทหาร
สำหรับกรมอุทยานฯ ได้เปิดพื้นที่ให้ทหารใช้เป็นจุดปฏิบัติการ โดยมีพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอยู่ในแนวชายแดนไทย - กัมพูชา 6 แห่ง ประกอบด้วย
- อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จ.อุบลราชธานี บริเวณ อ.บุณฑริก , อ.นาจะหลวย , อ.น้ำยืน
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม จ.อุบลราชธานี บริเวณ อ.น้ำยืน
- อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ บริเวณ อ.กันทรลักษ์ และจ. อุบลราชธานี บริเวณ อ.น้ำยืน, อ.น้ำขุ่น
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก จ.ศรีสะเกษ บริเวณ อ.ขุนหาญ , อ.กันทรลักษ์
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา จ.ศรีสะเกษ บริเวณ อ.ขุนหาญ , อ.ขุขันธ์ , อ.ภูสิงห์
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์ บริเวณ อ.กาบเชิง , อ.สังขะ , อ.พนมดงรัก , อ.บัวเชด






