
สภาวิชาชีพวิทย์ฯ "รับสมัครด่วน” ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย รับกฎหมายใหม่
"สภาวิชาชีพวิทย์ฯ เตรียมรับมือกฎกระทรวงบำบัดน้ำเสียฉบับใหม่ เปิดรับสมัครผู้ควบคุมมลพิษทางน้ำ ปัจจุบันมีเพียง 52 ราย ด่วน! สมัครได้ถึง 31 มี.ค. 68
ผศ.ดร.บุญส่ง ไข่เกษ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สชวท.) เป็นประธานแถลงถึงบทบาทสำคัญของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.2551
โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภาคอาชีพ รวมถึงการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนท่ามกลางการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โครงสร้างและบทบาทภายในสภา
สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินงานโดยคณะกรรมการจำนวน 21 ท่าน ซึ่งประกอบด้วย
- 12 ท่าน ที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิก
- 4 ท่าน ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐมนตรี โดยดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่
- ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
- เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
- ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
- ผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- และกรรมการอีก 4 ท่าน โดยดำรงตำแหน่งตามความรับผิดชอบเฉพาะ
คณะกรรมการมีวาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี ปัจจุบัน สชวท. มีสมาชิกกว่า 7,729 คน พร้อมภาคีเครือข่ายมากกว่า 50 เครือข่าย
ในส่วนของการควบคุมและกำกับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สชวท. ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการวิชาชีพควบคุมออกใบอนุญาตใน 8 สาขา โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานในแต่ละสาขาดังนี้
- สาขานิวเคลียร์ – ศ.ดร.สุพิชชา จันทรโยธา
- สาขาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษ – น.ส.ขนิษฐา ทักษิณ
- สาขาการผลิต การควบคุมและการจัดการสารเคมีอันตราย – ศ.ดร.สุภา หารหนองบัว
- สาขาการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์และการใช้จุลินทรีย์ก่อให้เกิดโรค – ผศ.ดร.ไตรเทพ วิชย์โกวิทเทน
- สาขาธรณีวิทยา – ดร.สมหมาย เตชวาล
- สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม – รศ.ดร.สุเทพ ศิลปานันทกุล
- สาขานิติวิทยาศาสตร์ – รศ.ดร.บุษบา ฤกษ์อำนวยโชค
- สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย – รศ.วิชัย พฤกษ์ธาราธิกูล
นอกจากนี้ สภายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกและบุคคลทั่วไปผ่านการอบรมโดยคณะอนุกรรมการฝึกอบรม ที่มี ดร.กิตติพจน์ เพิ่มพูล เป็นประธาน และการเผยแพร่ข่าวสารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงทีผ่านคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม ภายใต้การนำของ ดร.กล้า มณีโชติ
ภารกิจเร่งด่วน: เตรียมบุคลากรสำหรับมาตรฐานระบบบำบัดน้ำเสีย
ด้วยสถานการณ์มลพิษทางน้ำในปี 2566 ที่พบแหล่งปล่อยน้ำเสียจากร้านอาหาร ตลาด อาคารราชการ สำนักงาน อาคารชุด ห้างสรรพสินค้า และโรงแรม ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงมีภารกิจเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้ได้มาตรฐานรองรับการบังคับใช้ กฎกระทรวงการปฏิบัติงานเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียและรับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสีย พ.ศ.2567
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติร่างกฎกระทรวงดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 โดยมีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ขณะนี้มีผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมมลพิษทางน้ำกับสภาเพียง 52 ราย ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในการขยายฐานบุคลากรให้เพียงพอ
สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเชิญชวนผู้ที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์
- มีการศึกษาหลักสูตรเกี่ยวกับการควบคุมมลพิษทางน้ำไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต
เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมมลพิษทางน้ำ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการดูแลและควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียตามกฎหมายใหม่ โดยเปิดรับสมัครและสอบใบอนุญาตลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2568 และมีกำหนดสอบในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2568
ช่องทางการติดต่อ
สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ที่
- ที่อยู่: อาคารพระจอมเกล้า ห้องเลขที่ 327 ชั้น 3, 75/47 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไทย, เขตราชเทวี, กรุงเทพฯ 10400
- โทรศัพท์: 0 2333 3700 ต่อ 3010, 3020, 3021 (ฝ่ายนโยบายและแผน), 3022, 3891 (ฝ่ายการเงินและบัญชี)
- โทรศัพท์เคลื่อนที่: 081 148 6766, 096 798 2441, 095 360 6202
- อีเมล: [email protected]
Social Media:
- Facebook: facebook.com/cstp.or.th
- Youtube: youtube.com/@cstp.official
- Tiktok: tiktok.com/@cstp.official
- Website: cstp.or.th
- Line Official: @cstp
ด้วยบทบาทสำคัญในการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและคุ้มครองความปลอดภัยด้านวิทยาศาสตร์ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายเพื่อรองรับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในยุคของนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง.






