
เตือนไข้เลือดออกระบาดพร้อมโควิด สังเกตอาการแบบไหนที่มีความเสี่ยง
โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ห่วงใยสุขภาพประชาชนเสี่ยงเป็นโรคไข้เลือดออกในช่วงพายุฤดูร้อน แนะสังเกตอาการใกล้ชิด แบบไหนที่มีความเสี่ยง เพื่อการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม พร้อมเตือนภัยอันตรายจากสัตว์ดุร้ายและมีพิษที่มาพร้อมฝน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ห่วงใยสุขภาพประชาชนในช่วงที่สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนจากพายุฤดูร้อน เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีน้ำขัง กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก
จึงได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยสอดส่อง ดูแล ประชาชน รวมทั้ง ป้องกัน ทำลาย แหล่งเพาะเชื้อยุง เพื่อสุขภาพอนามัยของประชาชน
สำหรับข้อแนะนำ และสังเกตอาการ มีดังนี้
- หากมีอาการป่วย มีไข้สูง หรืออ่อนเพลีย ให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
- ปัจจุบันมีการระบาดของโรคโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ร่วมด้วย อาจทำให้ผู้ป่วยสับสนว่าเป็นอาการของโรคใดจนอาจได้รับการรักษาล่าช้า และแม้มีอาการเริ่มต้นคล้ายกัน เช่น มีไข้สูง หรืออ่อนเพลีย
- หากตรวจ ATK แล้วผลเป็นลบ และเมื่อดูอาการครบ 48 ชม. แล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น ให้รีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน
รวมทั้งยังได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่มีพาหะจากยุง รวมถึงการใช้ยาให้ถูกโรค และต้องมีแพทย์หรือเภสัชกรคอยแนะนำเสมอ โดยกลุ่มอาการของ ไข้เลือดออก เช่น
- มีไข้สูง
- อ่อนเพลีย
- ถ่ายเหลว
- อาเจียน
- รู้สึกระสับกระส่าย
- เริ่มมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง
แตกต่างจากโรคโควิด-19 ที่แสดงอาการปัญหาระบบทางเดินหายใจและมีสารคัดหลั่งที่ชัดเจน เช่น
- เป็นหวัด
- น้ำมูกไหล
- ไอ
- มีเสมหะ
- เจ็บคอ
ทั้งนี้ที่ผ่านมาสถิติการเฝ้าระวังการเกิดโรคไข้เลือดออกระหว่างปี 2563-2564 พบว่า
- ปี 2562 เคยสูงถึง 131,157 ราย
- ปี 2563 ลดลงเหลือ 72,130 ราย
- ปี 2564 ลดลงเหลือ 8,754 ราย
อย่างไรก็ตามหลังจากกรมควบคุมโรคได้คาดการณ์ว่าในปี 2565 นี้อาจมีการระบาดเพิ่มขึ้น นายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการเคร่งครัด บังคับใช้มาตรการป้องกันโรคไข้เลือดออกในทุกจังหวัดอย่างเร่งด่วน จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเพื่อสำรวจและพ่นสารกำจัดลูกน้ำยุงลาย รณรงค์การกำจัดยุงลายผ่านมาตรการ 3 เก็บ คือ
- เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงเกาะพัก
- เก็บขยะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
- เก็บน้ำให้มิดชิดไม่ให้ยุงวางไข่
เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ
- โรคไข้เลือดออก
- โรคไวรัสซิกา
- โรคปวดข้อยุงลาย
นอกจากอันตรายของโรคไข้เลือดออกแล้ว ในฤดูนี้ยังมีอันตรายจากสัตว์ดุร้ายและมีพิษที่มาจากการหลบฝนหนีน้ำ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง แมลงก้นกระดก รวมถึงพยาธิที่อาศัยในแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ลดความเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของประชาชนเสมอมา
โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหาแนวทางด้านสาธารณสุขเพื่อรับมืออุบัติเหตุจากสัตว์ร้ายและมีพิษกัด ต่อย ในช่วงมีฝน ให้คำแนะนำด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งผู้ป่วยถึงมือหมอ
พร้อมเชิญชวนประชาชนในการดูแลตนเอง เช่น หมั่นสำรวจบริเวณบ้าน จัดระเบียบของให้สะอาดตาเพื่อลดมุมอับที่สัตว์สามารถเข้าไปอยู่ได้ ตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมในเครื่องนุ่งห่มก่อนสวมใส่ หลีกเลี่ยงการลุยน้ำย่ำโคลน และเมื่อพบสัตว์มีพิษให้เรียกผู้เชี่ยวชาญมาช่วย เป็นต้น
“นายกรัฐมนตรีห่วงใยต่อสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน เนื่องจากภูมิอากาศของไทยที่เปลี่ยนแปลงบ่อยส่งผลต่อปัจจัยการเกิดโรค และปัจจัยอันตรายอื่นๆ อย่างมีนัยยะสำคัญ จึงได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความรู้ เตรียมพร้อมรับมือ และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถ เพื่อปกป้องประชาชนจากความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น”
นอกจากนี้ นายกฯ ยังขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน รวมไปถึงประชาชนทุกคนให้ระมัดระวัง ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามมาตรการ และคำแนะนำด้านการป้องกันโรคติดต่อจากรัฐบาลเพื่อลดความเสี่ยง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิต และส่งเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชน





