
เผยเทคนิคกิน ‘ไข่มดแดง’ เมนูอาหารโปรตีนสูง-ไขมันต่ำ
กรมอนามัยเผย "ไข่มดแดง" เป็นอาหารโปรตีนสูง-ไขมันต่ำ มีวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู แต่หากบริโภคผิดวิธี เช่น กินสุก ๆ ดิบ ๆ ก็อาจเสี่ยงท้องร่วงได้ เราจึงมีเทคนิควิธีบริโภคไข่มดแดงอย่างปลอดภัย ถูกหลักอนามัย ได้รสชาติอร่อยมาฝากกัน
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากที่มีการนำเสนอข่าวชาวบ้านในบางพื้นที่ซึ่งว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ได้ออกหา “ไข่มดแดง” มาประกอบอาหาร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ในช่วงราคาสินค้าต่าง ๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถ้าหาได้จำนวนมากก็จะนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เสริมนั้น
จากข้อมูลของ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย พบว่า ไข่มดแดงเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของคนชนบทมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดย ในจำนวนไข่มดแดงปริมาณ 100 กรัมนั้น มีสารอาหาร ดังนี้
- ไขมัน 2.6 กรัม
- โปรตีน 8.2 กรัม
- วิตามินบีหนึ่ง 0.16 กรัม
- วิตามินบีสอง 4.68 มิลลิกรัม
เมื่อนำมาเทียบกับไข่ไก่ จัดว่าไข่มดแดงมีไขมันน้อยกว่า เนื่องจากไข่ไก่มีไขมันสูงถึง 9.65 กรัม โปรตีน 12.77 กรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.17 มิลลิกรัม และวิตามินบีสอง 0.37 มิลลิกรัม
นอกจากนี้ ตัวมดแดงยังมีกรดน้ำส้มให้รสเปรี้ยว สามารถนำมาใช้แทนมะนาวหรือน้ำส้มสายชูในการปรุงอาหารได้อีกด้วย
แนะนำเมนู และวิธีบริโภคที่ถูกต้อง
การนำไข่มดแดงมาปรุงอาหาร ควรทำดังนี้
- ควรล้างให้สะอาดเสียก่อน โดยล้างอย่างน้อย 3 ครั้ง ล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง หรือล้างด้วยการเปิดน้ำไหลผ่านสัก 2 นาที
- หรือ แช่น้ำเกลือ /แช่ในน้ำส้มสายชู /หรือแช่ในเบกกิ้งโซดา (ผงฟู) ละลายในน้ำ แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- นำมาปรุงให้สุกทุกครั้งในทุกเมนู ไม่ควรกินแบบสุก ๆ ดิบ ๆ เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อโรคได้
สำหรับเมนูอาหารที่นิยมนำไข่มดแดงมาปรุง มีความหลากหลาย เช่น
- แกงผักหวานไข่มดแดง
- แกงเห็ดไข่มดแดง
- ต้มยำปลาช่อนไข่มดแดง
- แกงขี้เหล็กไข่มดแดง
- ห่อหมกไข่มดแดง
- ไข่เจียวไข่มดแดง
- ยำไข่มดแดง เป็นต้น
อธิบดีกรมอนามัย ยังเตือนด้วยว่า โดยเฉพาะอาหารประเภทยำนั้น ไม่ควรเก็บเมนูไข่มดแดงไว้ค้างมื้อโดยเด็ดขาด เพราะบูดเสียได้ง่าย อาจทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงต่อการปวดท้องและโรคอุจจาระร่วงตามมา

