โควิดติดเชื้อเดลตาครอนมีจริงหรือไม่ ข่าวจริงหรือปลอมอ่านด่วนที่นี่

10 มกราคม 2565

โควิดติดเชื้อเดลตาครอนมีจริงหรือไม่ ข่าวจริงหรือปลอมอ่านด่วนที่นี่ หลังนักวิจัยไซปรัสประกาศพบสายพันธุ์ผสมระหว่างเดลตา และโอมิครอน

น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" โดยมีข้อความว่า

 

ฟังหูไว้หู !! ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ Deltacron (เดลตาครอน) มีจริงหรือไม่ จะต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมกันต่อไป

 

ขณะนี้มีรายงานข่าวเบื้องต้น จากสำนักข่าวต่างประเทศบางแห่ง ว่าพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ คือเป็นสายพันธุ์เดลตา แต่มีสารพันธุกรรมของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนเข้ามาปน

 

ทำให้ตั้งชื่อใหม่เป็นไวรัส Deltacron : Delta+Omicron ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการยืนยันจากหน่วยงานระหว่างประเทศ หรืออย่างน้อยรอให้องค์การอนามัยโลกออกมารับรองเสียก่อน

 

แหล่งข่าวดังกล่าวได้ อ้างถึง Professor L.Kostrikis ศาสตราจารย์ทางด้านชีววิทยาของมหาวิทยาลัยไซปรัส ซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็กในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนใกล้กับตุรกี
 

ว่าเป็นผู้ค้นพบไวรัสและตั้งชื่อใหม่ว่า Deltacron โดยอ้างว่าพบแล้วถึง 25 ราย แต่ก็บอกด้วยว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกถึงความสามารถด้านต่างๆทั้ง 3 มิติของไวรัสใหม่นี้

 

รวมทั้งได้ส่งข้อมูลไปที่ GSAID ซึ่งเป็นแหล่งรวมรหัสสารพันธุกรรมของไวรัสระดับโลกแล้ว

 

ในขณะเดียวกัน Professor T.Peacock นักไวรัสวิทยาจากคอลเลจลอนดอน ( U. College London ) ได้ให้ความเห็นว่า

 

โควิดสายพันธุ์เดลตา

 

จากลักษณะของสารพันธุกรรมดังกล่าว น่าจะเป็นการปนเปื้อนระหว่างการถอดรหัสไวรัสในห้องปฏิบัติการ

 

และไม่ค่อยจะเหมือนไวรัสสายพันธุ์ใหม่มากนัก โดยมีลักษณะเป็นไวรัสเดลตาเดิมเป็นหลัก แล้วมีสารพันธุกรรมบางส่วนของโอมิครอนเข้าไปปน

 

การปนเปื้อนในห้องปฏิบัติดังกล่าว ถึงแม้จะไม่ได้พบบ่อยนัก แต่ก็สามารถพบได้
Professor Peacock กล่าวว่า การแข่งกันรายงานเพื่อเป็นเจ้าแรกของสำนักข่าวต่างๆ อาจจะทำให้สาธารณะเข้าใจคลาดเคลื่อนได้  

ผู้เขียนคิดว่า เรื่องนี้ต้องฟังหูไว้หูในเบื้องต้น เพราะการแถลงจากนักวิทยาศาสตร์เพียงคนเดียว และยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานในระดับนานาชาติที่เชื่อถือได้ อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด

 

แต่ถ้ายืนยันแล้วว่าเป็นจริงในภายหลัง ก็จะต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว จะมีความสามารถในการแพร่ระบาด  มีความรุนแรงในการเกิดโรค และการดื้อต่อวัคซีนมากน้อยเพียงใด

 

แต่ในขณะนี้ควรรอฟังความชัดเจน และการยืนยันจากหน่วยงานในระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งเสียก่อน

 

อย่างไรก็ดี หมอเฉลิมชัย ได้ระบุข้อความในโพสต่อมาด้วยว่า ถ้า เดลตาครอน เป็นเรื่องจริง จะตั้งชื่อว่า ไวรัส Pi (พาย)

 

โดยที่ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศก็รายงานต่อเนื่องว่า นักชีววิทยาชาวไซปรัสรายดังกล่าว ได้ออกมายืนยันว่าไม่มีการปนเปื้อนของไวรัสตามที่มีการตั้งข้อสังเกตจากนักไวรัสวิทยาชาวอังกฤษ

 

ส่วนการที่จะตั้งชื่อว่า "พาย" นั้น หมอเฉลิมชัยระบุว่า ควรเข้าใจเรื่องพื้นฐาน และการรายงานไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังนี้

 

โควิด-19 เป็นชื่อโรค เกิดจากไวรัสชื่อโคโรนาลำดับที่ 7 ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมเดี่ยวอาร์เอ็นเอ(RNA) จึงทำให้ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ได้ง่าย

 

GSAID เป็นองค์การระหว่างประเทศ ที่รวบรวมข้อมูลไวรัสใหม่ทุกสายพันธุ์ เมื่อตรวจสอบแล้วก็จะรายงานต่อสาธารณะ ที่ผ่านมามีข้อมูลการกลายพันธุ์ไปแล้วมากกว่า 1000 สายพันธุ์หลักและสายพันธุ์ย่อย

 

โควิดสายพันธุ์โอมิครอน

 

แม้พบว่าเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่แล้ว ก็ยังจะต้องติดตามดูว่าไวรัสดังกล่าว มีผลต่อสามมิติของไวรัสหรือไม่อย่างไร ถ้าไม่มีผล ก็ไม่มีความสำคัญที่สาธารณะจะต้องรับรู้ แต่นักวิชาการจะติดตามกันต่อไป

 

3 มิตินั้นประกอบด้วย ความสามารถในการแพร่ระบาด ความสามารถในการก่อความรุนแรงของโรค และความสามารถในการดื้อแต่วัคซีน

 

ถ้าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวกระทบมิติใดมิติหนึ่ง และมีความสำคัญกับมนุษยชาติ องค์การอนามัยโลกจะตั้งชื่อไวรัสตามอักษรกรีก

 

สาธารณะจึงควรสนใจและติดตามใกล้ชิดเฉพาะไวรัสที่มีการตั้งชื่อเป็นอักษรกรีกแล้วเท่านั้น

 

ขณะนี้ได้ใช้อักษรกรีกไปแล้ว 15 ลำดับถึงโอมิครอน อักษรลำดับถัดไปคือ " พาย : Pi "

 

ดังนั้นไวรัสตัวที่จะมีความสำคัญถัดไป จะตั้งชื่อว่า "พาย"