ถกด่วน "ศบค." พรุ่งนี้ สกัด "โอไมครอน" 783 รายมาจากแอฟริกาตามไม่ครบ

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
02 ธ.ค. 2564 เวลา 4:06 น. 5.9k

นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วน "ศบค.ชุดใหญ่" วันพรุ่งนี้(3ธ.ค.) รับมือ เชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ "โอไมครอน" หลังพบ 783 ราย มาจากแอฟริกา แต่ยังตามหาตัวไม่ครบ

วันที่ 2 ธ.ค. 64 รายงานงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันพรุ่งนี้(3ธ.ค.64) จะมีการประชุมศบค.ชุดใหญ่ เพื่อหามาตรการรับมือและสกัดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ "โอไมครอน"    โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศบค. เป็นประธานการประชุมด่วน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

 

 

 ด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พึงพอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยยอดรวมการให้บริการวัคซีนสะสมอยู่ที่   93,929,601 โดส     เข็มที่ 1 สะสม 48,594,537 โดส เข็มที่ 2 สะสม 41,827,020 โดส เข็มที่ 3 สะสม 3,490,779 โดส และเข็มที่ 4 สะสม 17,265 โดส ซึ่งเป็นการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 ธันวาคม 2564   ซึ่งเข้าใกล้เป้าหมายของรัฐบาลที่วางไว้ให้มีการฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 นี้  

ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่กลุ่มนักเรียน/นักศึกษา ที่มีอายุ 12 – 18 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2564 แล้ว กว่า  5,836,791 โดส มากกว่าจำนวนที่เคยได้แจ้งความสมัครใจไว้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรียังได้เตรียมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมสำหรับปี 2565  โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ติดตามการพัฒนาวัคซีนเพื่อเจรจาเพิ่มเติมกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนเพื่อให้ไทยสามารถเปลี่ยนสูตรวัคซีนและนำเข้าเป็นวัคซีน Gen ใหม่ ได้  ควบคู่ไปกับการพัฒนาและผลิตวัคซีนเองภายในประเทศ อาทิ วัคซีน ChulaCov19 และ วัคซีนใบยา (Baiya) เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ  ที่มีการกลายพันธุ์ ได้รวมทั้ง โอไมครอน

แม้แนวโน้มสถานการณ์โควิด-19 ไทยมีทิศทางดีขึ้นทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่และผู้เสียชีวิตน้อยลงต่อเนื่อง แต่นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ. ศบค. ยังกำชับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังไม่ให้มีปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดละลอกใหม่  ทั้งสกัดการลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย พร้อมทั้งให้เร่งติดตามชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง ที่เคยเดินทางเข้ามาก่อนจะมีประกาศห้ามเข้าประเทศไทย รวมทั้ง เคสชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากแอฟริกา จำนวน 783 ราย ให้เร่งติดตามนำกลับมาทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อีกครั้งด้วยวิธี RT-PCR เพื่อเป็นการ เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมเชิงรุกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง