มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่

18 ต.ค. 2564 เวลา 6:50 น. 54.7k

ตรวจสอบ มติศบค.ล่าสุด ที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา มาตรการ “คลายล็อกดาวน์” และประกาศเคอร์ฟิวรอบล่าสุด ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 16 ตุลาคม เป็นต้นไป มีอะไรบ้าง สรุปรายละเอียดให้ที่นี่

ฐานเศรษฐกิจ เกาะติดมติศบค. ล่าสุด ประชุมวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ได้รวบรวมและสรุปมาตรการคลายล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวล่าสุด ให้เข้าใจง่ายๆ  ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาตามขั้นตอนต่อไป  

โดยสาระสำคัญของมติศบค.ล่าสุด คือ เห็นชอบปรับลดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือ พื้นที่สีแดงเข้ม เหลือ 23 จังหวัด จาก 29 จังหวัด ปรับลดเวลาเคอร์ฟิว หรือ ห้ามออกนอกเคหสถาน 23.00-03.00 น. อย่างน้อย 15 วัน 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติศบค.ล่าสุด ที่สำคัญ ดังนี้ 

ปรับระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ดังนี้

  • ลดพื้นที่สีแดงเข้ม หรือ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เดิมมี 29 จังหวัด ลดลงเหลือ 23 จังหวัด ขณะจังหวัดที่ไม่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้มแล้ว ได้แก่ สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี เพชรบูรณ์ สิงห์บุรี อ่างทอง และลพบุรี นครราชสีมา แต่จังหวัดที่เพิ่มมาใหม่ ได้แก่ จันทบุรี นครศรีธรรมราช
  • พื้นที่สีแดง หรือ พื้นที่ควบคุมสูงสุด 30 จังหวัด
  • พื้นที่สีส้ม หรือ พื้นที่ควบคุม 24 จังหวัด

มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่

ปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด(สีแดงเข้ม)

  • ปรับเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน เป็น 23.00 น. - 03.00 น. อย่างน้อย 15 วัน
  • ปรับเวลาเปิดกิจการ/กิจกรรมต่าง ๆ ตามกำหนด จาก 21.00 น. เป็น 22.00 น.
  • จัดการประชุม และจัดงานตามประเพณีนิยมได้ ในศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือ สถานที่จัด นิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้า และโรงแรมได้
  • สถานดูแลผู้สูงอายุให้เปิดดำเนินการแบบรับไป - กลับ ได้

สำหรับทุกพื้นที่ (สีแดงเข้ม สีแดง สีส้ม)

  • ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ ให้เปิด ตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม ที่เล่นรายบุคคล หรือแข่งเป็นคู่ได้ (ยกเว้นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ยังไม่เปิดบริการ)
  • การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ปรับเป็น 50, 100, 200, 300, 500 คน
  • ในส่วนสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ นั้น ที่ประชุม ศบค. ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย  กทม. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เร่งกำหนดมาตรการสำหรับเตรียมการให้แล้วเสร็จภายใน 31 ตุลาคม นี้ 

มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่

เปิดจังหวัดพื้นที่นำร่อง 15 จังหวัด

ที่ประชุม ศบค. เพิ่มจังหวัดนำร่องการท่องเที่ยว ระยะที่ 1 (1-30 พฤศจิกายน 64 ) จาก 10 จังหวัดเป็น 15 จังหวัด ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร
  2. สมุทรปราการ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
  3. กระบี่ (ทั้งจังหวัด)
  4. พังงา (ทั้งจังหวัด)
  5. ประจวบคีรีขันธ์ (ตำบลหัวหิน หนองแก)
  6. เพชรบุรี (เทศบาลเมืองชะอำ)
  7. ชลบุรี (พัทยา อำเภอบางละมุง ตำบลนาจอมเทียน ตำบลบางเสร่ เกาะสีชัง อำเภอศรีราชา)
  8. ระนอง (เกาะพยาม)
  9. เชียงใหม่ (อำเภอเมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า)
  10. เลย (เชียงคาน)
  11. บุรีรัมย์ (เมือง)
  12. หนองคาย (เมือง ศรีเชียงใหม่ ท่าบอ สังคม)
  13. อุดรธานี (เมือง นายูง หนองหาน ประจักษ์ศิลปาคม กุมภวาปี บ้านดุง)
  14. ระยอง (เกาะเสม็ด)
  15. ตราด (เกาะช้าง)

นอกจากนี้มติศบค. ยังเห็นชอบให้จัดหายา Molnupiravir จำนวน 50,000 คอร์สการรักษา  โดยมอบหมายให้กรมการแพทย์ นำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินสำหรับการจัดซื้อยา ต่อไป

มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่

นายธนกร กล่าวอีกว่า ในช่วงท้ายก่อนเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรียังขอบคุณและชื่นชมในความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ และบุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้ปฏิบัติงานในส่วนงานอื่น ๆ ในการจัดหาและให้บริการฉีดวัคซีนได้เกินเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้เป็นอย่างมาก  โดยสามารถฉีดวัคซีนได้เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าจากเดือนพฤษภาคม จนประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในสิบประเทศ ที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุดในโลก

ขณะเดียวกัน ขอให้ทุกหน่วยงานสร้างการรับรู้ สื่อสารให้ชัดเจน สิ่งสำคัญขระนี้ คือรัฐบาลต้องบริหารงานทั้งสองขา คือ ความปลอดภัยด้านสุขภาพ และการเดินหน้าเศรษฐกิจ ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่รัฐบาลก็ได้เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งต้องขอบคุณภาคเอกชนและประชาชนที่ช่วยกัน ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพและคนไทยมีความมั่นคงด้านสุขภาพได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่

จากนั้นวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 35) ]ลงนาม โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุว่า

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไป เป็นคราวที่ 14 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 นั้น

เพื่อเป็นการปรับปรุงและผ่อนคลายความเข้มงวดของมาตรการควบคุมโรคต่าง ๆ ที่ได้กําหนดขึ้น ให้สอดคล้องกับภาพรวมของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศ ที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก ด้วยที่ผ่านมา การปฏิบัติงานพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมและจํากัดขอบเขตพื้นที่การระบาดของโรคได้ ดังเช่น ในหลายจังหวัดพบผู้ติดเชื้อเฉพาะในบางเขตพื้นที่เท่านั้น และผู้ป่วยที่มีอาการของโรครุนแรง ได้ลดจํานวนลง ในขณะที่ผู้ที่ได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติมีจํานวนเพิ่มสูงขึ้น ในส่วนของการดําเนินการ ตามแผนการฉีดวัคซีน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต่างมีส่วนร่วมในการประสาน จัดหาและนําเข้าวัคซีน ชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ฝ่ายสาธารณสุขได้จัดสรรและเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งห้วงเวลา ที่ผ่านมาได้เริ่มฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษาเพื่อให้สามารถกลับมาสู่สภาพ การเรียนการสอนตามปกติได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ รัฐบาลได้เตรียมจัดหายาต้านไวรัส ที่มีประสิทธิภาพซึ่งคาดว่าจะสามารถนํามาใช้เพื่อรักษาโรคนี้ได้ในไม่ช้า อย่างไรก็ดี การติดตามและ กํากับดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่ยังคงมีความสําคัญและจําเป็นอย่างยิ่ง เพื่อควบคุมให้การดําเนินกิจการ และกิจกรรมของทั้งบุคคลและสถานที่ต่าง ๆ อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและ ป้องกันโรคที่ได้ประกาศไว้แล้ว

เช่น มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล มาตรการปลอดภัย สําหรับองค์กร หรือมาตรการควบคุมโรคแนวใหม่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ก็เพื่อขับเคลื่อน ภาคเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการสร้างบรรยากาศ การเข้าใจสถานการณ์ และการรู้จักใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ให้ได้ เพื่อฟื้นฟูความเป็นอยู่ให้ใกล้กับภาวะปกติและกระตุ้นเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการดําเนินมาตรการ ด้านสาธารณสุขเพื่อมุ่งเป้าหมายสู่การป้องกันและควบคุมโรคแก่ประชาชนอย่างสมดุลและยั่งยืน

สอดคล้องกับแผนการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเจตนารมณ์และ แนวทางไว้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกําหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลายตามคําแนะนําของศูนย์บริหาร สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) (ศบค.) ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ ให้ ศบค. มีคําสั่งปรับปรุง เขตพื้นที่จังหวัดจําแนกตามเขตพื้นที่สถานการณ์ตามบัญชีรายชื่อจังหวัดแนบท้ายคําสั่ง เพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยให้นํามาตรการควบคุมแบบบูรณาการที่กําหนดไว้สําหรับ พื้นที่สถานการณ์ระดับต่าง ๆ ข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่ได้ประกาศไว้แล้วก่อนหน้านี้มาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัด หรือแย้งกับข้อกําหนดนี้

สําหรับจังหวัดที่ได้ปรับระดับเขตพื้นที่สถานการณ์ขึ้นใหม่ตามคําสั่งที่ออกตามข้อกําหนดนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมการด้านบุคลากร สถานที่ และ ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมเพื่อการดําเนินการตามมาตรการ ข้อห้ามและข้อปฏิบัติต่าง ๆ เป็นการล่วงหน้า

ข้อ 2 ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค โดยกําหนดปรับปรุงเฉพาะเรื่อง จํานวนบุคคลที่เข้ารวมกลุ่มเพื่อทํากิจกรรมจําแนกตามเขตพื้นที่สถานการณ์ ดังนี้

(1) พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มี จํานวนรวมกันมากกว่าห้าสิบคน

(2) พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจํานวนรวมกัน มากกว่าหนึ่งร้อยคน

(3) พื้นที่ควบคุม ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจํานวนรวมกัน มากกว่าสองร้อยคน

(4) พื้นที่เฝ้าระวังสูง ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจํานวนรวมกัน มากกว่าสามร้อยคน

(5) พื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจํานวนรวมกัน มากกว่าห้าร้อยคน

โดยให้ข้อห้ามการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ขั้นตอนการขออนุญาตจัดกิจกรรม การพิจารณาอนุญาต รวมทั้งกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มที่ได้รับยกเว้นที่สามารถจัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ตามข้อ 4 และข้อ 5 แห่งข้อกําหนด (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ยังคง บังคับใช้ต่อไป

ข้อ 3 การปรับเวลาการห้ามออกนอกเคหสถานสําหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามบุคคลใดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 23.00 น. ถึง  03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564 โดยให้การกําหนดเงื่อนไขการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่และกรณีของบุคคลที่ได้รับยกเว้นที่ได้ประกาศ หรือได้อนุญาตไว้ก่อนหน้านี้ยังคงใช้บังคับต่อไป

ข้อ 4 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการสําหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้บรรดา สถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมในพื้นที่สถานการณ์ที่กําหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดําเนินการแล้วตามข้อกําหนดที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้า เปิดดําเนินการได้ต่อไป โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี กํากับดูแลและติดตามการดําเนินการ และผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคต่าง ๆ ที่ทางราชการกําหนด รวมทั้ง มาตรการที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบกําหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ

(1) เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเวลาการห้ามออกนอกเคหสถาน ให้สถานที่ กิจการ หรือ กิจกรรมที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดําเนินการได้แล้วและมีเงื่อนไขเรื่องกําหนดเวลาทําการไว้ เช่น ร้านจําหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา สวนสาธารณะ สามารถเปิดดําเนินการได้ตามเวลาปกติแต่ไม่เกินเวลา 22.00 น. 

(2) ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด หรือตลาดนัด สามารถเปิดเพื่อการจําหน่ายสินค้า ได้ทุกประเภทตามเวลาปกติจนถึงเวลา 22.00 น. และหากมีการเปิดให้บริการเครื่องเล่น ให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี ประเมินและพิจารณาอนุญาตตามความเหมาะสม สําหรับร้านสะดวกซื้อที่เปิดให้บริการในช่วงเวลากลางคืน ให้ปิดการให้บริการในช่วงระหว่างเวลา 22.00น. ถึง 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

(3) ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สามารถเปิดให้บริการในลักษณะของการดูแลผู้สูงอายุแบบเช้าไป เย็นกลับได้ โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี พิจารณาอนุญาตตามความเหมาะสม โดยกําหนดเงื่อนไขที่ผู้รับบริการและบุคลากร เจ้าหน้าที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกําหนด และให้ผู้ประกอบการสุ่มตรวจ บุคลากรเจ้าหน้าที่ทุกสัปดาห์โดยการใช้ชุดตรวจและน้ํายาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง เพื่อยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรค โควิด - 19 หรือโดยวิธีการที่ทางราชการกําหนด

(4) โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ หรือสถานที่ที่มี ลักษณะคล้ายกัน สามารถเปิดให้บริการเพื่อการจัดประชุม สัมมนา หรือการจัดงานพิธีตามประเพณีนิยม ได้จนถึงเวลา 22.00 น. โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสําหรับองค์กรที่กําหนด เช่น การจํากัดจํานวนผู้เข้าร่วมงาน การให้ผู้เข้าร่วมงานสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา การจัดให้มีช่วงเวลาพักเพื่อการระบายอากาศของห้องประชุม การจัดเตรียมอาหารแบบแยกเป็นชุด การเว้นระยะห่างไม่ให้แออัด รวมทั้งดําเนินการตามแนวปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสํานักงาน ส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กําหนดอย่างเคร่งครัด

(5) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบกิจการอื่นที่มีลักษณะ คล้ายกัน สามารถเปิดให้บริการเพื่อการจัดประชุม สัมมนา หรือการจัดงานพิธีตามประเพณีนิยม ได้จนถึงเวลา 22.00น. และให้ปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสําหรับองค์กรที่กําหนดเช่นเดียวกับ กรณีตาม (4) โดยยังคงให้งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และปิดให้บริการในส่วนที่เป็นร้านเกม ตู้เกม เครื่องเล่น สวนสนุก และสวนน้ํา

ข้อ 5 การขนส่งสาธารณะ การขนส่งผู้โดยสารสาธารณะทุกประเภทในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุ และเข้มงวด และการขนส่งสาธารณะระหว่างจังหวัดทุกประเภททั่วราชอาณาจักรให้ผ่อนคลายมาตรการ จํากัดจํานวนผู้โดยสารที่ใช้บริการตามที่ได้เคยประกาศไว้เดิมในข้อ 7 แห่งข้อกําหนด (ฉบับที่ 32 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564 โดยผู้ประกอบการหรือผู้รับผิดชอบต้องปฏิบัติตามมาตรการ ด้านสาธารณสุขตามที่ทางราชการกําหนดและสอดคล้องกับความเหมาะสมของยานพาหนะและสภาพ การเดินทางให้กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร จังหวัด หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบและ กํากับดูแลการให้บริการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะทุกประเภทในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมทั้งการขนส่งสาธารณะระหว่างจังหวัดทุกประเภททั่วราชอาณาจักรให้เป็นไปตามแนวทางที่ศูนย์ปฏิบัติกา ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 (ศปก.ศบค.) กําหนด โดยจัดการให้การขนส่งสาธารณะ แก่ประชาชนมีจํานวนเพียงพอและเหมาะสมแก่การให้บริการประชาชน

ข้อ 6 การปฏิบัติงานนอกสถานที่ทําการของหน่วยงานในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและเอกชนยังคงให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรในความรับผิดชอบปฏิบัติงาน นอกสถานที่ทําการอย่างเต็มความสามารถที่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติได้ โดยการปฏิบัติงาช ดังกล่าวต้องไม่กระทบกับภารกิจเพื่อการให้บริการประชาชน

ข้อ 7 การผ่อนคลายมาตรการเพื่อกิจการหรือการดําเนินกิจกรรมบางประเภท

(1) ร้านเกม ตู้เกม หรือเครื่องเล่น ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล หรือสถานประกอบกิจการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ที่มิได้อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้สามารถเปิดดําเนินการได้ในลักษณะของเกมหรือเครื่องเล่นเฉพาะที่มีผู้เล่นเป็นผู้ใช้เครื่องเล่นเดี่ยวหรือ การเล่นเป็นคู่เท่านั้น โดยให้ผู้เล่นสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา แต่สวนสนุกและสวนน้ํา ยังคงให้ปิดดําเนินการ

(2) การปรับเงื่อนไขกําหนดเวลาการให้บริการของสวนสาธารณะ สนามกีฬา ยิม ฟิตเน หรือสถานที่เพื่อการออกกําลังกายทุกประเภท ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้สามารถเปิดดําเนินการไ ตามเวลาปกติแต่ไม่เกินเวลา 22.00น. 

ข้อ 4 การเตรียมความพร้อมเพื่อการผ่อนคลายมาตรการสําหรับกิจการบางประเภพ ในอนาคต สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บา คาราโอเกะ ยังคงให้ปิดดําเนินการทั่วราชอาณาจักรในช่วงเวลานี้

ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานประกอบการควรเตรียมความพร้อมในการปรับปรุง สภาพแวดล้อม การจัดการสถานที่และบุคลากรเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่หรือติดโรค เช่น การจัดสถานที่ให้อากาศสามารถหมุนเวียนถ่ายเทได้ดีหรือมีระบบฟอกอากาศ การให้พนักงาน ผู้ให้บริการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกําหนด รวมทั้งการปฏิบัติตามมาตรการ คําแนะนํา และแนวปฏิบัติของทางราชการ

ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดําเนินการเพื่อเตรียมพร้อมในการกํากับดูแลให้สถานประกอบการดําเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่ได้กําหนดไว้ เพื่อการผ่อนคลายให้สามารถเปิดดําเนินการได้ในอนาคตตามความพร้อมและ ความเหมาะสม รวมทั้งเป็นไปตามแผนและกรอบเวลาที่รัฐบาลกําหนด

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16ตุลาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่ มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่ มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่ มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่ มาตรการคลายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวล่าสุด เริ่ม 16 ต.ค.64 เช็คคำสั่งศบค.ที่นี่ ที่มา ราชกิจจานุเบกษา 
 

แท็กที่เกี่ยวข้อง