29 ก.ย. " วันหัวใจโลก " แพทย์แนะ 8 ข้อ ลดเสี่ยง "โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ"

29 ก.ย. 2564 เวลา 2:59 น. 1.3k

29 กันยายน " วันหัวใจโลก " ตระหนักรู้ ต้นเหตุ โรคหัวใจและหลอดเลือดตีบ คร่าทั่วโลกกว่า 17.5 ล้านคนต่อปี ขณะแพทย์แนะ เลี่ยงควันบุหรี่ พร้อม 8 ข้อ การดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคหัวใจ

รู้หรือไม่?  29 กันยายน ของทุกปี วันหัวใจโลก (world heart day) 
เพื่อเตือนให้คนทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งนับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ และเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกกว่า 17.5 ล้านคนต่อปี  โดยโรคหัวใจนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุ หรือ เพศใดเพศหนึ่ง แต่สามารถเกิดได้กับทุกคน

 

รู้จักโรคหัวใจ

ข้อมูลเผยแพร่ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เปาโล ระบุว่า โรคหัวใจโดยทั่วไปจำแนกเป็น3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  • กลุ่มที่มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว
  • กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน
  • กลุ่มที่มีการนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ เช่น โรคหัวใจเต้นพลิ้ว เป็นต้น
     

อาการของโรคหัวใจมีอะไรบ้าง?

  • อาการเจ็บหน้าอก เป็นอาการสำคัญของโรคหัวใจ แต่อย่างไรก็ตามอาจเกิดจากโรคอื่นได้ด้วย ลักษณะอาการเจ็บหน้าอกที่ชวนสงสัยว่าอาจเกิดจากโรคหัวใจขาดเลือด ได้แก่ เจ็บแน่นคล้ายถูกของหนักทับ มักเป็นบริเวณกลางอก ไม่สามารถระบุจุดที่ปวดมากที่สุดชัดเจนได้ อาจมีร้าวไปที่ไหล่ สะบัก ขากรรไกร แขนซ้ายด้านใน หรือแขนทั้งสองข้างได้ อาการเจ็บหน้าอกมักเป็นมากขึ้นตอนออกแรงหรือมีกิจกรรม และอาการจะทุเลาเมื่อหยุดพัก
  • นอกจากนี้ยังมีอาการเจ็บหน้าอกจากสาเหตุอื่นๆ เช่น หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด จะมีความแตกต่างกันคือมีอาการเจ็บหน้าอกแบบแปล๊บแหลม เสียดแทงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ร้าวทะลุกลางหลัง อาจมีอาการเหนื่อยผิดปกติ และหน้ามืดร่วมด้วย หรืออาการเจ็บจากภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ อาจเจ็บบริเวณกลางอกค่อนไปทางด้านซ้าย เจ็บจี๊ด ๆ แหลม ๆ เป็นมากขึ้นเวลาที่หายใจเข้าหรือไอ
  • อาการเหนื่อย ผู้ป่วยจะหายใจเร็วและตื้น ทำกิจกรรมได้อย่างจำกัด อาจมีอาการเป็นมากขึ้นตอนนอนราบ ทำให้นอนราบไม่ได้เมื่อนั่งหรือหนุนหมอนสูงแล้วจะดีขึ้น อาจมีอาการขาบวมร่วมด้วย
  • อาการเขียว เกิดจากออกซิเจนในเม็ดเลือดแดงลดลง อาจมีภาวะเขียวให้เห็นได้ทั้งที่ริมฝีปาก ใบหน้า หรือ ปลายมือปลายเท้า
  • อาการใจสั่น อาการที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นไม่สม่ำเสมอ เต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ อาจเป็นชั่วคราวและหายเองหรือเป็นตลอดเวลา อาจมีอาการหน้ามืด วูบ ร่วมด้วย
  • อาการวูบ หน้ามืด หรือหมดสติ อาจกินเวลาเพียงเสี้ยววินาที หรือเป็นนาทีได้ มีภาวะชักเกร็งได้หลังจากฟื้นรู้ตัว ผู้ป่วยมักจะกลับเป็นปกติ ไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรงใด ๆ
     

29 ก.ย. " วันหัวใจโลก "  แพทย์แนะ 8 ข้อ ลดเสี่ยง "โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ"

"โรคหัวใจและหลอดเลือด" ป้องกันได้ 

อย่างไรก็ตาม "โรคหัวใจและหลอดเลือด" ป้องกันได้  หากทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ ด้วยการปรับพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงโดยเฉพาะบุหรี่ ออกกำลังกายให้มากขึ้น  

 

โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เคยกล่าวถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ที่มีผลต่อหัวใจว่า “จะเห็นได้ว่าผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่มีอัตราที่ลดลง แต่นักสูบหน้าใหม่กลับเพิ่มขึ้น มีความคิดที่ว่าถ้าอยากเลิกบุหรี่ต้องหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทน อันนี้ถือว่าเป็นความคิดที่ผิด เพราะในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคตินและสารพิษอื่น ๆ อีกมากมายหากร่างกายได้รับสารพิษเป็นเวลานานจะส่งผลร้ายโดยตรงทั้งตัวคนสูบและคนรอบข้าง"

 

ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า บุหรี่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่งการรับควันบุหรี่มือสองยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบได้ โดยการรับควันบุหรี่มือสองเพียง 30 นาที ก็เกิดอันตรายต่อเยื่อบุหลอดเลือด และทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจลดลง เป็นสาเหตุให้คนไทยเสียชีวิตจากจากโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองปีละกว่า2,615 คน

 

การดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

  • หลีกเลี่ยงอาหารหวาน อาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว และอาหารเค็มจัด
  • กินอาหารที่มีไขมันน้อย
  • ลดอาหารหวานจัด เค็มจัด
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

29 ก.ย. " วันหัวใจโลก "  แพทย์แนะ 8 ข้อ ลดเสี่ยง "โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ"

 

ที่มา : สสส.

แท็กที่เกี่ยวข้อง