
เปิดแผนวัคซีนโควิดไฟเซอร์ที่ ครม.อนุมัติงบล่าสุด 4,745 ล้านบาท
เปิดเเผนวัคซีนโควิดไฟเซอร์ จำนวนกว่า 10 ล้านโดส ที่ ครม.อนุมัติงบประมาณล่าสุด 4,745 ล้านบาท เพื่อเป้าหมาย 100 ล้านโดสในปีนี้
เมื่อวานนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติงบประมาณ 4,745 ล้านบาท จัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 9,998,820 โดส โดยมั่นใจว่าประเทศไทย จะบรรลุเป้าหมายการจัดหาวัคซีนจำนวน 100 ล้านโดสในปีนี้ โดยกลุ่มเป้าหมายมีจำนวน 6 กลุ่ม ได้แก่
เด็กอายุ 12 - 17 ปี
หญิงมีครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป
บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขด่านหน้า
กลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 โรคเสี่ยง
ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
ผู้ที่มีความจำเป็นจะต้องฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ก่อนที่เดินทางไปต่างประเทศทั้งนักเรียนนักศึกษาหรือนักการทูต
โดยจากงบเงินกู้ตามพระ ราชกำหนดเพิ่มเติมพ.ศ. 2564 ภายใต้แผนหรือโครงการเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ยารักษาโรควัคซีนและการวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนภายในประเทศ ระยะเวลาดำเนินการ 4 เดือน ตั้งแต่กันยายน-ธันวาคม 2564
ทั้งนี้ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้ขออนุมัติจัดซื้อวัคซีนไปแล้วจำนวน 80 ล้านโดส วงเงิน 22,990 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น การจัดซื้อวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส วัคซีนซิโนแวค จำนวน 19 ล้านโดส ไฟเซอร์ 20 ล้านโดส
ฐานเศรษฐกิจ ตรวจสอบพบว่า คณะอนุกรรมการมีข้อสังเกตในเรื่องการบริหารจัดการโครงการเพิ่มเติมงบรายจ่าย รายการค่าขนส่งวัคซีนโควิดไฟเซอร์ภายในประเทศภายใต้โครงการที่เสนอในครั้งนี้มีราคาต่อหน่วยสูงกว่ากรณีของโครงการจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ 20,000,000 โดส ที่เพิ่งได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้เล็กน้อย
ทั้งที่เป็นโครงการจัดหาวัคซีนประเภทเดียวกันและจะต้องดำเนินการขนส่งในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกลุ่ม
จึงควรพิจารณาปรับปรุงงบรายจ่ายรายการดังกล่าวให้สอดคล้องกันเพื่อการใช้จ่ายเงินกู้เป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
โดยปรับแผนการเบิกจ่ายค่าขนส่งวัคซีนให้สอดคล้องกับแผนการจัดหาวัคซีนเพื่อให้การจัดหาวัคซีนสอดคล้องกับข้อเท็จจริงและปรับลดค่าขนส่งวัคซีนต่อหน่วยจาก 42.7329 บาท เป็น 42.1932 บาท หรือลดลง 0.5297 บาทเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราค่าขนส่งวัคซีนรอบที่หนึ่ง ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564
นอกจากนี้ยังให้กรมควบคุมโรค พิจารณาทำสัญญาและวางแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงในการดำเนินโครงการกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนด
เช่น กรณีไม่ได้รับการส่งมอบวัคซีนภายในระยะเวลาที่ระบุกรณีที่อาจมีการเลื่อนการจัดส่งจนทำให้มีวัคซีนจำนวนมากที่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นปัญหาและต้นทุนในการเก็บรักษา
หากไม่สามารถกระจายและฉีดวัคซีนได้ทันและกรณีที่มีวัคซีนรุ่นใหม่ก่อนการส่งมอบวัคซีนที่ได้จัดซื้อไว้ให้สามารถเปลี่ยนเป็นวัคซีนรุ่นใหม่ได้ทั้งนี้เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดำเนินการตามแผนบริหารวัคซีนของประเทศ
และยังเห็นควรมอบหมายให้กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการดำเนินการจัดทำความต้องการใช้จ่ายเป็นรายเดือนเพื่อให้สอบอนอสามารถจัดหาเงินกู้เพื่อใช้จ่ายโครงการตามการตามแผนการใช้เงินที่เกิดขึ้นจริงซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการเงินของภาครัฐ






