thansettakij
thansettakij
พ่อแม่แห่พึ่งโรงตึ๊ง โรงรับจำนำรัฐตุน1.7พันล้านรับเปิดเทอม

พ่อแม่แห่พึ่งโรงตึ๊ง โรงรับจำนำรัฐตุน1.7พันล้านรับเปิดเทอม

03 พ.ค. 59 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :03 พ.ค. 59 | 12:37 น.
2โรงรับจำนำรัฐ เห็นสัญญาณเงินในกระเป๋าระดับชาวบ้านฝืดเคือง เร่งตุนเงินสำรอง 1.7 พันล้านบาทรับเปิดเทอม คาดผู้ปกครองแห่ใช้บริการจำนวนมาก "สถานธนานุเคราะห์"ใจดีไม่คิดดอกเบี้ยกลุ่มเกษตรกรตึ๊งเครื่องมือทางการเกษตร ด้าน "สถานธนานุบาล" จัดให้ดอกเบี้ยพิเศษ ขณะที่ตลาดชุดนักเรียนตึงสุดขีด "น้อมจิตต์" แตกไลน์จับตลาดบน ด้านเอเยนต์ตราสมอและแมมมอสซุ่มหั่นราคา 5-10% ด้าน 2 ยักษ์ไฮเปอร์ฯ เปิดสงครามโปรโมชัน

โรงรับจำนำ หรือที่เรียกกันติดปากว่าโรงตึ๊ง ถือเป็นแหล่งเงินกู้ชั้นเยี่ยมในยามฉุกเฉินเพราะได้เงินด่วนโดยไม่ต้องกลัวถูกเช็กเครดิตบูโร และไม่ต้องเสียเวลาบากหน้าหาคนค้ำประกัน แค่ใช้บัตรประชาชนใบเดียวกับทรัพย์สินมีค่าไปวางจำนำไว้ ก็ได้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อ แลกกับอัตราดอกเบี้ยถูก ดังนั้นในช่วงก่อนเปิดเทอมจะเห็นบรรยากาศการแปลงสภาพสินทรัพย์มีค่ามาเป็นเงินสดเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ด้วยพิษเศรษฐกิจ-ภัยแล้งเล่นงานเรือกสวนไร่นาเสียหาย ส่งผลให้ผู้ปกครองเงินขาดมือ เมื่อรายจ่ายประดังเข้ามาทั้งค่าตำรา ชุดนักเรียน เครื่องเขียน รองเท้า และอีกจิปาถะ

โรงจำนำรัฐตุนเงินรับเปิดเทอม

นายมานะ เกลี้ยงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์(สธค.) โรงรับจำนำของรัฐในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการเตรียมความพร้อมช่วงเปิดเทอมปี 2559 ว่า ช่วงเปิดเทอมของปีนี้ มีแนวโน้มที่ประชาชนจะมีความต้องการจำนำเพิ่มขึ้น จึงเตรียมเงินหมุนเวียนรองรับจำนวน 1,000 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 500 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าประชาชนมีความฝืดเคือง ขณะเดียวกันสินทรัพย์บางประเภทร่อยหรอลง อย่างไรก็ตาม เฉพาะ 3 เดือนของปีนี้ในกรุงเทพฯ 29สาขามียอดจำนำเพิ่ม 2.7%ลูกค้า 2.4แสนรายมูลค่า 3,500ล้านบาท ขณะที่สาขาปริมณฑลลดลง และต่างจังหวัด 2สาขาที่ระยองความต้องการจำนำเพิ่ม 24.5%

อย่างไรก็ดีในช่วงเปิดเทอมปีนี้ สธค.มุ่งช่วยเหลือประชาชน แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าผู้ประสบภัยแล้ง โดยเปิดรับจำนำเครื่องมือทางการเกษตรและไม่คิดอัตราดอกเบี้ย(ปลอดดอกเบี้ย)เป็นเวลา 2เดือนตั้งแต่เดือนเมษายนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559ทั้ง 35สาขาที่กระจายอยู่ในปริมณฑลและต่างจังหวัด ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ปกครองทั่วไป และนิสิต นักศึกษาสธค.ขยายเวลาหรือยืดอายุตั๋วจำนำให้อีก 30วัน จากปกติหน้าตั๋วจำนำกำหนดไว้ที่ 4 เดือนบวก 30วัน แต่ในปีนี้จะบวกเพิ่มอีก 30วัน รวมอายุตั๋วเป็น 6 เดือนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคมปีนี้

 ยืดอายุตั๋ว/ปลอดดบ.ช่วยปชช.

"ปีนี้มองว่าประชาชนมีความฝืดเคืองมากขึ้น แต่บางคนมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้เงินสด โดยเฉพาะเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งให้ใช้เครื่องมือทางการเกษตรมาจำนำโดยปลอดดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 เดือนเพราะคาดว่าฝนน่าจะมาเดือนกรกฎาคม ส่วนนักศึกษาคาดว่าจะมีการใช้เงินช่วงเดือนสิงหาคมเพราะมหาวิทยาลัยเริ่มเปิดเทอมเราจึงยืดอายุตั๋วจำนวนให้อีก 1 เดือน "

นายมานะกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา สธค.ได้รับจำนำในอัตราดอกเบี้ยต่ำมาอย่างต่อเนื่องโดยอัตราปัจจุบัน(ดูตารางประกอบ)กำหนดใช้ไปถึงเดือนกันยายนปีนี้หลังจากนั้นจะพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามปี่นี้ สธค.ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีไว้ที่ 350ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมีรายได้จำนวน 300ล้านบาทโดยทั้งปีคาดหวังลูกค้าใช้บริการเพิ่ม 3% และยอดเงินจำนำเพิ่มกว่า 1%ปัจจุบันยอดจำนำคงค้างอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท โดย 6 เดือนที่ผ่านมา(ต.ค.58 - 27เม.ย.59) คิดเป็นวงเงิน 1หมื่นล้านบาท

 สธก.ลดดบ.พิเศษเหลือ 0.50%

สอดรับกับนางสาววราภรณ์ จันทร์เพ็ญ รองผู้อำนวยการ รักษาการณ์ในตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักงานสถานธนานุบาล(สธก.) กล่าวว่า ช่วงเปิดเทอมปีนี้สธก.เตรียมวงเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยมีมีเงินมากกว่า 700 ล้านบาทโดยไฮไลต์ช่วงเปิดเทอมปีนี้ สธก.ลดดอกเบี้ยพิเศษเหลืออัตรา 0.50% สำหรับวงเงินไม่เกิน 7หมื่นบาทตั้งแต่วั นที่ 1 เมษายน-วันที่ 31พฤษภาคม 2559 จากปกติดอกเบี้ยเงินต้นตั้งแต่ 5,001-15,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน เงินต้นเกิน 15,000 บาท ส่วนผู้ที่ต้องการใช้เงินเกิน 15,000 บาทคิดดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดเช่น เงินต้นไม่เกิน 2,000 บาทคิดอัตรา 2% ต่อเดือน ส่วนที่เกิน 2,000 บาทคิดอัตรา 1.25% ต่อเดือน ทั้งนี้ประชาชนผู้ใช้บริการจะต้องมีเอกสารประกอบการใช้สิทธิเพื่อขอลดอัตราดอกเบี้ยหรือเมื่อมาชำระดอกเบี้ย

สำหรับวงเงินรับจำนำนั้น สธก.กำหนดวงเงินสูงสุดต่อตั๋วรับจำนำ 1ใบไม่เกิน 7 หมื่นบาท ซึ่งเฉลี่ยจะอยู่ในช่วง 3-5 หมื่นบาทคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20%จะเป็นกลุ่มที่ต้องการใช้เงินเพื่อไปลงทุนรายย่อยเช่น ค้าขายอาหาร หรือเบ็ดเตล็ดอื่นๆ โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 15,000 บาทเกือบ 30% นอกจากนี้กลุ่มอาชีพของผู้มาจำนำจะแบ่งเป็นรับจ้างทั่วไป 50% ของยอดเงินจำนำ รองลงมาคือ พนักงานบริษัทเอกชนสัดส่วนประมาณ 12%vที่เหลือเป็นข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พ่อบ้านแม่บ้าน นักเรียน นักศึกษาและอื่นๆรวมกัน 38%

 หลังสงกรานต์ยอดจำนำเพิ่ม

" ความต้องการใช้บริการของลูกค้าปีนี้อยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หลังจากเทศกาลสงกรานต์ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นซึ่งต้องใช้เงินหมุนเวียนเฉลี่ยต่อวัน 5 ล้านบาทจากเดิมอยู่ที่ 1-2ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งปีนี้กำหนดรายได้ทั้งปีไว้ที่ 332 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 225 ล้านบาท"

อย่างไรก็ตาม ช่วง 6 ปีแรกของปีนี้มีลูกค้าทั้งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมาใช้บริการสธก.แล้วกว่า 1.54 แสนราย วงเงินกว่า 3,653 ล้านบาทเศษ เฉลี่ยรับจำนำ 600 ล้านบาทต่อเดือนลูกค้าที่มาใช้บริการเฉลี่ย 4.15 หมื่นรายจากปีก่อนมีผู้ใช้บริการ 1.56 แสนรายวงเงินกว่า 3,712 ล้านบาท

 รับเครื่องปั่นน้ำผลไม้

นายณรงค์ศักดิ์ พิทักษ์วาทิน เจ้าของโรงรับจำนำพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ส่วนใหญ่เมินหมุนเวียนต่อเดือนตกประมาณ 1แสนบาท โดยเน้นกลุ่มลูกค้าระดับล่างที่ทำอาชีพ รับเหมา เกษตรกร ในพื้นที่เป็นหลัก เนื่องจากเป็นโรงรับจำนำเอกชนดังนั้นดอกเบี้ยจึงกำหนดอยู่ที่ 2% เพื่อประกันคงวามเสี่ยง ที่ลูกค้าจะทิ้งสินทรัพย์ โดยสินทรัพย์ที่รับจำนำ จะรับทุกชิ้น แม้แต่ เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เครื่องพ่นยาฆ่าหญ้าฆ่าแมลง ของเกษตรกร และปั๊มน้ำ ทีวีขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 32 นิ้ว เป็นต้น ฯลฯ ซึ่งเข้าใจลูกค้าที่ต้องการใช้เงินแต่มีรายได้ต่อครัวเรือนไม่มาก โดยจะรับจำนำไม่เกิน 50% ของราคาสินค้า แต่จะไม่เน้นรับจำนำทองคำ เนื่องจากทำเลตั้งอยู่ชนบทห่างไกลความเจริญทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยยังไม่ดีพอ

เช่นเดียวกับนายเสกสรร พามะณี ผู้จัดการสถานธนาบุบาล เทศบาลนครอุดรธานี 2 กล่าวว่า มีเงินหมุนเวียนเพียงพอรับมือช่วงเปิดเทอม วงเงินอยู่ที่ 50-70 ล้านบาท เฉลี่ยต่อวัน จะเข้ามาติดต่อขอใช้บริการ กว่า 50 คน เนื่องจากเป็นโรงรับจำนำของรัฐ และมองว่าในช่วงเปิดเทอม น่าจะมีคนมาติดต่อขอใช้บริการมากกว่านี้ และคาดว่ากระทรวงมหาดไทยน่าจะประกาศลดดอกเบี้ยลงเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านเหมือนเช่นทุกปี ที่สำคัญปีนี้อยู่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว และประสบภัยแล้ง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ เช่น จำนำไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ย 1สลึง หรือ 0.25% (ร้อยละ25สตางค์) เป็นต้น โดยในช่วงปกติทั่วไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ ไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ย 0.50 % ไม่เกิน 30,000 บาท ดอกเบี้ย 1% และเกิน 30,000 บาทดอกเบี้ย 1.25% ทรัพย์สินที่จำนำมากที่สุด 95% เป็นทองคำ 1บาท รับจำนำไม่เกิน 80% ของมูลค่าทอง

ต่อข้อถามที่ว่า ช่วงเศรษฐกิจฝืด ภัยแล้งจะกดราคารับจำนำหรือไม่ ผู้จัดการกล่าวว่า ไม่กดราคา เพราะเข้าใจประชาชนที่เดือดร้อนดีแต่จะกำหนดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ นอกจากทองแล้ว อุปกรณ์การเกษตรก็มีเข้ามาจำนำเช่น รถไถนาดีเซลคูโบต้า ซึ่งจะดูที่รุ่นและแรงม้า ของใหม่ราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท โดยรับจำนำได้ไม่เกิน 50% หรือ 2 หมื่นบาท ฯลฯ

  น้อมจิตต์ เบนเข็มจับตลาดบน

สำหรับสภาพตลาดชุดนักเรียนท่ามกลางผู้ปกครองกำลังซื้อลด นายอานนท์ จิตรมีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมจิตต์ แมนนูแฟกเทอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดนักเรียน "น้อมจิตต์" เปิดเผยว่า ตลาดชุดนักเรียนอยู่ในภาวะทรงตัวมาต่อเนื่อง 1-2 ปีมาแล้ว สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้การเลือกซื้อชุดนักเรียนลดลงเหลือเพียง 1-2 ชุดต่อครั้ง จากเดิมที่เคยซื้อ 4-5 ชุดต่อครั้ง ขณะที่ผู้ปกครองบางรายเลือกซื้อเฉพาะเสื้อหรือกางเกงเพื่อนำไปใช้กับชุดนักเรียนเดิมที่มีอยู่ ส่งผลให้ตลาดชุดนักเรียนโดยรวมมีมูลค่าราว 6 พันล้านบาทเท่ากับปีที่ผ่านมา

ส่วนการทำตลาดของน้อมจิตต์ในปีนี้ บริษัทได้ขยายไลน์สินค้าใหม่ในระดับพรีเมียมมากขึ้น โดยเลือกใช้เทคโนโลยีผ้า "ไมโครโนวา" ที่สวมใส่สบายไม่ร้อนออกมาจำหน่าย จับกลุ่มนักเรียนที่ต้องการเสื้อผ้าใส่สบายและเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากสินค้าราคาสูงกว่าชุดนักเรียนทั่วไป 15% นอกจากนี้บริษัทเพิ่มขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ผ่านทางออนไลน์เข้ามา ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดี "การทำตลาดในปีนี้ถือว่ายากขึ้น เพราะราคาขายปลีกไม่ได้ปรับเพิ่มแต่ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นแล้วเฉลี่ย 2-3% ทำให้ผู้ประกอบการต้องประคองธุรกิจด้วยการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ" เช่น การบริหารสต๊อกสินค้าให้เหมาะสมกับยอดขาย การวางแผนการผลิตสินค้าให้ทันกำหนดเวลาขาย เป็นต้น ซึ่งแบรนด์น้อมจิตต์จะเน้นการบริหารสินค้าให้มีครบวงจรตามที่ลูกค้าต้องการ และการออกไปให้บริการจำหน่ายสินค้าถึงโรงเรียนด้วย"

 อุปกรณ์นักเรียนขยับขึ้น 5%

ด้านนายอัครวัฒน์ วิชญไชยนันท์ ผู้บริหารร้านชูศรีพานิชย์ ตัวแทนจำหน่ายชุดนักเรียนตราสมอ และตราช้างแมมมอส กล่าวว่า บรรยากาศการซื้อขายชุดนักเรียนยังคงเป็นปกติ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง อาจจะเป็นเพราะชุดนักเรียนถือเป็นสินค้าจำเป็น ที่ผู้ปกครองจะต้องเลือกซื้อให้กับบุตรหลาน โดยเบื้องต้นประเมินว่าผู้ปกครองจะใช้จ่ายเงินสำหรับซื้อชุดนักเรียนประมาณ 1,500-4,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา และสินค้าอื่นๆ ที่ต้องใช้เพิ่มเติม เช่น ชุดลูกเสือ ชุดเนตรนารี เป็นต้น

"ราคาขายส่งชุดนักเรียนจากโรงงานไม่ได้ปรับสูงขึ้น ทำให้ราคาขายปลีกยังราคาเดิม แต่พบว่ากลุ่มสินค้าอุปกรณ์นักเรียน เช่น เข็มขัด ฯลฯ มีราคาสูงขึ้น 5% ส่วนกลยุทธ์ที่ร้านนำมาใช้ในการกระตุ้นยอดขาย คือ การให้ส่วนลดราคาสินค้า 5-10% สำหรับสาขาที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง เนื่องจากจะช่วยให้ผู้ปกครองตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น และเพิ่มยอดขายได้โดยตรง"

  โลตัส หั่นราคาตัดหน้าบิ๊กซี

ขณะเดียวกันพบว่า 2 ไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างเทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี ต่างงัดกลยุทธ์การทำตลาดออกมาห้ำหั่นกันอย่างเต็มที่ โดยทันทีที่เทสโก้ โลตัสพบว่า บิ๊กซีวางจำหน่ายชุดนักเรียนในราคาเริ่มต้น 59 บาท ก็ตัดสินใจจัดโปรโมชันหั่นราคาชุดนักเรียนที่วางจำหน่ายทั้งระดับอนุบาล ประถม และมัธยม ลงราว 50% อาทิ ชุดนักเรียนอนุบาล จากราคาปกติ 59 บาท ลดลงเหลือตัวละ 29 บาท , ระดับประถม 79 บาท เหลือ 49 บาท เป็นต้น แต่วางจำหน่ายเพียง 3 วันคือ 22-24 เมษายนเท่านั้น นอกจากนี้ยังจัดโปรโมชันออนท็อป ทั้งซื้อ 1 แถม 1 , ซื้อ 3 จ่าย 2 , ผ่อน 0% นาน 6 เดือน และยังลุ้นรับทองคำมูลค่า 1 หมื่นบาททุกสัปดาห์ เมื่อซื้อครบทุก 500 บาทขึ้นไปด้วย

โดยนางสาว สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า การจัดโปรโมชันดังกล่าว เพื่อเป็นการช่วยผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม ซึ่งนอกจากเรื่องของราคาที่ลดลงแล้ว ยังมีโปรโมชันที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้ปกครอง โดยปีนี้เทสโก้ โลตัสมีสินค้ามาวางจำหน่ายเพื่อต้อนรับช่วงเปิดเทอมมากกว่า 1 หมื่นรายการเลยทีเดียว

ส่วนฟาก "บิ๊กซี" นอกจากจะจัด "เปิดเทอมสุขสันต์ ช้อปมันส์ที่บิ๊กซี" โดยนำสินค้าและอุปกรณ์เกี่ยวกับนักเรียนมาจำหน่ายในราคาพิเศษลดสูงสุด 60% แล้ว พบว่าล่าสุดได้เพิ่มโปรโมชัน อาทิ ซื้อ 1 แถม 1 , ซื้อ 3 แถม 1 เป็นต้น เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง นอกจากนี้บิ๊กซี ยังนำนักเรียนในระดับมัธยมปลายซึ่งอยู่ในระหว่างเปิดเทอมมาเป็นพนักงานขาย พาร์ตไทม์ทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า สามารถสื่อสาร ให้คำปรึกษา เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้ปกครองได้ดีกว่า ทำให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นด้วย

 พาณิชย์จัดเทใจ คืนสุขรับเปิดเทอม

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า พาณิชย์ร่วมมือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้ากว่า 1.3 พันสาขาทั่วประเทศ จัดงาน "เทใจ คืนสุข ต้อนรับเปิดเทอม" นำสินค้าอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน เครื่องแบบนักเรียน ฯลฯ มาลดราคาสูงสุด 60-70% นอกจากนี้ยังจัดงานลดราคาสินค้าประจำปี ไทยแลนด์ ช้อปปิ้ง เฟสติวัล ในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว 10 จังหวัด อาทิ กรุงเทพฯ , เชียงใหม่ , อุดรธานี , นครราชสีมา , หาดใหญ่ ฯลฯ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,153 วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline