
เช็คสิทธิประกันสังคมผู้ประกันตนกลุ่มไหนได้เงินเยียวยาล่าสุดถึง1 หมื่น
เช็คสิทธิประกันสังคมผู้ประกันตน ในพื้นที่สีแดงเข้มจำนวน 13 จังหวัด ไขข้อสงสัยผู้ประกันตนม.33 กลุ่มไหนบ้างได้รับสิทธิเงินเยียวยาล่าสุดถึง 1 หมื่นบาท ตรวจสอบที่นี่ที่เดียว
คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ได้อนุมัติมาตรการเยียวยาโควิด สำหรับพื้นที่สีแดงเข้มเพิ่มเติมจากเดิม 10 จังหวัด เพิ่มเป็น 13 จังหวัด ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33,มาตรา 39 และ มาตรา 40 เพื่อรับสิทธิเงินเยียวยาล่าสุดไม่เกิน 1 หมื่นบาท
ซึ่งขณะนี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 มีคำถาม? ตามมาว่าจะได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 1 หมื่นบาทหรือไม่ ซึ่ง “ฐานเศรษฐกิจ” ได้ไปหาคำตอบและไขข้อสงสัยว่าใครบ้างได้สิทธิเงินเยียวยาล่าสุด 10,000 บาท
ผู้ประกันตนม.33 เลิกจ้างได้สิทธิไม่เกิน 1 หมื่นบาท
- สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่สีแดงเข้มจำนวน 13 จังหวัด กรณีที่ยังไม่ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 2,500 บาท ส่วนกรณีที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ถูกเลิกจ้างได้รับเงินเยียวยาเพิ่มอีก 7,500 บาท เนื่องจากผู้ประกอบการยังไม่ได้ปิดกิจการ หมายความว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ถูกเลิกจ้างกรณีที่ผู้ประกอบการยังไม่ปิดกิจการ จะได้รับเงินทั้งสิ้น 9,500 บาท ตามเงื่อนไขของมติครม. โดยสำนักงานประกันสังคมโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ผูกบัตรประชาชน
ขณะที่ นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ โฆษกสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนและการทำความเข้าใจกรณีเงินเยียวยาที่ถูกต้อง ที่จะนำมาเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดว่า
กรณีของผู้ประกันตน มาตรา 33 จะได้รับเงินเยียวยา 2 รูปแบบ คือ
(1) เงินเยียวยาที่มาจากรัฐบาล
(2) เงินชดเชยรายได้ 50% ที่มาจากประกันสังคม
ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 จะได้รับเงินเยียวยา แบ่งเป็น 2 รูปแบบ โดยแบบแรกคือจะได้รับการเยียวยาจากรัฐ คือ เงินเยียวยา 2,500 บาท ซึ่งตรงนี้เป็นเงินจากรัฐบาล ไม่ใช่เงินจากประกันสังคม โดยลูกจ้างสามารถเข้าไปเช็คสิทธิได้ที่ www.sso.go.th คลิกไปที่ ตรวจสอบสิทธิ ผู้ประกันตน มาตรา 33 แล้วกรอกเลขบัตรประชาชนลงไป ก็สามารถเช็คได้เลย
พื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัดมีดังนี้
- กรุงเทพมหานคร
- นครปฐม
- นนทบุรี
- ปทุมธานี
- สมุทรปราการ
- สมุทรสาคร
- นราธิวาส
- ปัตตานี
- ยะลา
- สงขลา
- อยุธยา
- ชลบุรี
- ฉะเชิงเทรา
ใน 9 หมวดประเภทกิจการ ได้แก่
1.ก่อสร้าง
2.ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร
3.ศิลปะ บันเทิงและนันทนาการ
4.กิจกรรมการบริการด้านอื่น ๆ
5.ขายส่งขายปลีกและซ่อมยานยนต์
6.ขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า
7.กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุนกิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์
8.กิจกรรมทางวิชาการ
9.ข้อมูลข่าวสารและสื่อสาร
ที่มา: สำนักงานประกันสังคม






