
วิธีสมัครพร้อมเพย์ "รับเงินเยียวยาประกันสังคม" ครบจบที่เดียว
วิธีสมัครพร้อมเพย์ "รับเงินเยียวยาประกันสังคม" สิ่งที่ต้องใช้ ช่องทาง ขั้นตอนในการลงทะเบียน สำนักงานประกันสังคม ย้ำจะโอนเงินเยียวยาเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น
กรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 13 ก.ค.64 เห็นชอบมาตรการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน"ประกันสังคม" รวมทั้งอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ เป็นเวลา 1 เดือน ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร
- ฉะเชิงเทรา
- ชลบุรี
- นครปฐม
- นนทบุรี
- นราธิวาส
- ปทุมธานี
- ปัตตานี
- พระนครศรีอยุธยา
- ยะลา
- สงขลา
- สมุทรปราการ
- สมุทรสาคร
สำนักงานประกันสังคม ย้ำว่า นายจ้างบุคคลธรรมดาและผู้ประกันตนที่ได้รับรับเงินเยียวยาประกันสังคม จะได้รับเงินผ่านการโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการโอนเงินเข้าบัญชี
วิธีการสมัครพร้อมเพย์
สิ่งที่ต้องใช้ในการลงทะเบียนสมัครพร้อมเพย์ มี 3 อย่าง ดังนี้
- สมุดบัญชีเงินฝาก/เลขที่บัญชีเงินฝาก
- หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน
- หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
การนำหมายบัตรประจำตัวประชาชน/หมายเลขโทรศัพท์มือถือผูกกับบัญชีเงินฝาก หรือการสมัครพร้อมเพย์ มีหลายช่องทาง ดังนี้
- ตู้ ATM
- เว็บไซต์ธนาคาร
- Mobile Banking
- สาขาธนาคาร
"ฐานเศรษฐกิจ"ขอนำตัวอย่างการลงทะเบียนพร้อมเพย์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีดังนี้
ขั้นตอนการลงทะเบียนพร้อมเพย์
ตู้ Krungsri ATM
- เลือกเมนู “สมัคร/เปลี่ยนแปลงบริการกรุงศรี พร้อมเพย์ และบริการอื่นๆ" • เลือกเมนู “บริการกรุงศรี พร้อมเพย์"
- เลือกประเภทการสมัคร (ลงทะเบียนด้วยหมายเลขบัตรประชาชน/เบอร์มือถือ)
- เลือกประเภทบัญชีในบัตรที่ต้องการสมัครบริการกรุงศรี พร้อมเพย์
- ระบุเบอร์มือถือ ในกรณีที่ลงทะเบียนด้วยเบอร์มือถือ
- ตรวจสอบความถูกต้องและยืนยันการลงทะเบียน
Krungsri Online / KMA /Krungsri Biz Online
- เลือกเมนู “กรุงศรี พร้อมเพย์"
- เลือกเมนู “ลงทะเบียน"
- ระบบจะดึงหมายเลขบัตรประชาชน/เบอร์มือถือที่ผูกกับ user นั้นๆ ขึ้นมา
- แสดง เพื่อใช้สําหรับผูกบัญชีและเลือก "ดําเนินการ
- ตรวจสอบความถูกต้องและกด "ยืนยัน"
สิ่งที่ต้องเตรียมสําหรับลงทะเบียน
บัตรประชาชน
• ในกรณีที่ลงทะเบียนด้วยเบอร์มือถือและไม่ใช่เจ้าของเบอร์มือถือ ให้นําใบแจ้งค่าใช้บริการรายเดือนที่ระบุชื่อเจ้าของเบอร์มือถือเดือนล่าสุด หรือ ย้อนหลังไม่เกิน 2 เดือน ซึ่งต้องมีความเกี่ยวข้องเป็นบิดา มารดา คู่สมรส หรือ บุตร และ เจ้าของเบอร์มือถือต้องมาแสดงตนด้วยตนเอง พร้อมนําบัตรประชาชนของเจ้าของเบอร์มือถือและเอกสารที่แสดงความ สัมพันธ์กับเจ้าของบัญชีมาแสดงตามแต่กรณี เช่น ทะเบียนสมรส, ใบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน หรือ ใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล
รวมลิงค์ลงทะเบียนพร้อมเพย์ของแต่ละธนาคาร
ธนาคารกรุงเทพ(คลิกที่นี่)
ธนาคารกรุงไทย(คลิกที่นี่)
ธนาคารกสิกรไทย(คลิกที่นี่)
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย(คลิกที่นี่)
ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต(คลิกที่นี่)
ธนาคารทิสโก้(คลิกที่นี่)
ธนาคารไทยเครดิต(คลิกที่นี่)
ธนาคารไทยพาณิชย์(คลิกที่นี่)
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(คลิกที่นี่)
ธนาคารยูโอบี(คลิกที่นี่)
ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์(คลิกที่นี่)
ธนาคารออมสิน(คลิกที่นี่)
ธนาคารอาคารสงเคราะห์(คลิกที่นี่)
ธนาคารอิสลาม(คลิกที่นี่)
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย
นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยว่า สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาทั้งนายจ้างและผู้ประกันตนในครั้งนี้ เมื่อสำนักงานประกันสังคมได้รับจัดสรรเงินงบประมาณจากรัฐบาล และตรวจสอบข้อมูลถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 รวมถึงนายจ้างในกิจการเจ้าของคนเดียวที่มีชื่อระบุตามทะเบียนพาณิชย์
"ขอให้ท่านรีบดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อย ส่วนนายจ้างที่มีสถานะนิติบุคคล สำนักประกันสังคมจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามชื่อนิติบุคคลที่แจ้งขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมไว้"นางเธียรรัตน์ กล่าว
สำหรับรูปแบบการให้ความช่วยเหลือ มีดังนี้
- ลูกจ้างมาตรา 33 จ่าย 50% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท และจ่ายสมทบให้สัญชาติไทยอีก 2,500 บาทต่อคน ไม่เกิน 10,000 บาท
- นายจ้างมาตรา 33 จ่าย 3,000 บาทต่อคน ลูกจ้างสูงสุดไม่เกิน 200 คน
- ผู้ประกันตนมาตรา 39,40 จ่ายรายละ 5,000 บาท
- ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Freelance) ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนและไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ให้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 40 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อจะได้รับ 5,000 บาท
- ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้าง แต่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ให้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 33 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อรับเงินช่วยเหลือตามการเยียวยาลูกจ้างมาตรา 33 และนายจ้างมาตรา 33
ผู้ประกอบการในระบบ “ถุงเงิน” 5 หมวด ภายใต้โครงการคนละครึ่งและโครงการเราชนะที่มีลูกจ้างให้ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 33 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ เพื่อรับเงินช่วยเหลือตามผู้ประกอบการในระบบถุงเงิน 5 หมวด ภายใต้โครงการคนละครึ่งและโครงการเราชนะ ที่ไม่มีลูกจ้างให้ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อรับค่าช่วยเหลือ 5,000 บาท






