
จับพิรุธ “อัยการ” ชักเข้าชักออก คดี “บอส อยู่วิทยา”
ย้อนรอยคดี “บอส อยู่วิทยา” พบ อัยการสูงสุด เคยมีคำสั่งยุติเรื่องขอความเป็นธรรม ตั้งแต่ปี 2556 ก่อน "เนตร นาคสุข” ในฐานะรักษาการ รองอัยการสูงสุด รื้อคดีขึ้นมาใหม่ ขณะที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ ตีตกคำร้องขอความเป็นธรรม ต.ค. 62 แต่กลับมีการสอบสวนพยานเพิ่ม จนอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง
กรณี อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือ "บอส อยู่วิทยา" ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ในทุกข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องขออนุมัติศาลเพิกถอนหมายจับในคดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต จากการตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องของคดีของพนักงานอัยการ พบข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับกรณีการรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาสอบสวนใหม่ภายหลังเกิดเหตุนายบอส อยู่วิทยา ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดหลายครั้ง และอัยการสูงสุดก็มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบสวนเพิ่มเติมตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรม
กระทั่งในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 อัยการสูงสุดมีคำสั่งยุติเรื่องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นายกฯเล็งใช้อำนาจรื้อคดี“บอส อยู่วิทยา”
- “อัยการ”ได้ข้อสรุป-ข้อเสนอแนะคดี"บอส อยู่วิทยา"แถลงพรุ่งนี้
- คดีบอส อยู่วิทยา “สมัคร เชาวภานันท์” ทนายความเปิดปากครั้งแรก
- ศรีสุวรรณร้อง ป.ป.ช.สอบตำรวจ-อัยการละเว้นปฏิบัติหน้าที่คดี“บอส อยู่วิทยา”
อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ยุติเรื่องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธ ในฐานะผู้ต้องหาที่ 1 ไปแล้ว นายวรยุทธ ยังคงยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดหลายครั้ง รวมถึงยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( สนช. 2557 ) จนอัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมอีกหลายครั้ง
ต่อมารองอัยการสูงสุด (นายเนตร นาคสุข อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง ขณะรักษาการในตำแหน่ง รองอัยการสูงสุด ) พิจารณาผลการสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว มีความเห็นว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องพิจารณา เฉพาะข้อกล่าวหาของผู้ต้องหาที่ 1 ว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ตามที่อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งฟ้องว่ามีข้อเท็จจริงใหม่เพียงพอที่จะกลับความเห็นและคำสั่งเดิมหรือไม่ อย่างไร
จากการตรวจสอบของฐานเศรษฐกิจ พบว่า หลังมีการรื้อคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่ อัยการฝ่ายคดีพิเศษร้องขอความเป็นธรรม 2 ได้ตีตกคำงขอความเป็นธรรมของของนายวรยุทธ ในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 โดยนายพินันพ์ ลักษณ์ศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีร้องขอความเป็นธรรม 2 มีความเห็น ดังนี้
กรณีทนายความซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้สอบพยานเพิ่มเติม ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ขอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมพยานปาก พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร หรือ นายจารุชาติ มาดทอง ซึ่งเป็นประจักษ์พยานอยู่ในที่เกิดเหตุ และกรณีที่ผู้ต้องหาที่ 1 (นายวรยุทธ) ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานคณะกรรมาธิการกฏหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.2557) โดย กมธ. ได้เชิญ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเร็วของรถ อันเป็นหลักฐานที่ปรากฎขึ้นใหม่ทำให้ข้อเท็จจริงในคดีนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
พิจารณาแล้วมีความเห็นดังนี้
1.กรณีพยานปาก พล.อ.ท.จักรราช ถนอมกุลบุตร เคยมีการสอบพยานปากนี้เพิ่มเติมไปแล้ว ตามสำนวน 2ข.เลขที่ 182/2556 พยานปากนี้จึงมิใช่พยานหลักฐานใหม่
2.กรณีพยานปากนายจารุชาติ มาดทอง นั้นพนักงานสอบสวนได้เคยสอบปากคำพยานปากนี้ไว้เป็นพยานแล้ว ในคดีจราจรที่ 632/2555 ของสถานีตำรวจทองหล่อ โดยมีการสอบเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2555 และต่อมาพยานปากนี้ผู้ต้องหาเคยร้องขอความเป็นธรรมให้สอบพยานปากนี้อีกและพนักงานสอบสวนได้แจ้งว่าพยานปากนี้เดินทางไปต่างประเทศ ไม่สามารถสอบสวนเป็นพยานได้ และผู้ต้องหาไม่ได้ติดใจพยานปากนี้เป็นพยานแล้ว (ปรากฎตามข้อเท็จจริงที่ได้จากสำนวน 2ข. 182/2556 แผ่นที่ 8 และสำนวน 1ข.130/2559 แผ่นที่ 52) ดังนั้นพยานปากนี้จึงไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่ พยานปากนี้จึงมิใช่พยานหลักฐานใหม่
3. รวมทั้งประเด็นที่ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ยื่นขอความเป็นธรรมต่อ ประธานกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.2557) และคณะกรรมาธิการกฎหมายได้เชิญ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเร็วเฉลี่ยของรถจักรยานยนต์ก่อนเกิดเหตุนั้น เห็นว่าพยานปาก รศ.ดร.สายประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 เคยร้องขอความเป็นธรรมและพยานเคยให้การต่อพนักงานสอบสวนแล้ว และอัยการสูงสุด(นายพงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร) ได้เคยวินิจฉัยในประเด็นพยานปากนี้ไว้แล้ว (ข้อเท็จจริงปรากฎตามสำนวน 1ข.เลขที่ 79/2560 แผ่นที่ 7-9) ดังนั้นพยานปากนี้จึงไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่
ดังนั้น ตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าวที่ผู้ร้องให้สอบพยานเพิ่มเติมดังกล่าว จึงไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่อันสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงความเห็นและคำสั่งเดิมได้ ประกอบกับผู้ต้องหาที่ 1 เคยร้องขอความเป็นธรรมเข้ามามาหลายครั้ง อันอาจเชื่อได้ว่าเป็นการประวิงคดี
ประกอบกับคดีนี้ผู้ต้องหาที่ 1 ยังหลบหนี แต่ได้มอบอํานาจให้ทนายความมาร้องขอความเป็นธรรมแทนผู้ร้อง โดยผู้ร้องมิได้มาร้องขอความเป็นธรรมด้วยตนเอง จึงเห็นควรยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมของผู้ร้อง และ เห็นควรงดแจ้งคําสั่งยุติให้ผู้ร้องทราบ เนื่องจากเคยมีการแจ้งคําสั่งยุติให้ผู้ร้องทราบแล้ว (ตามหนังสือประทับตราสํานักงานอัยการสูงสุด ด่วนที่สุด ที่ อส 0008 (คธ2)/4099 ลงวันที่ 11 เมษายน 2559
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ได้การสอบสวนพยาน พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร หรือ นายจารุชาติ มาดทอง เพิ่มเติมอีกครั้ง จนนำมาสู่คำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือ "บอส อยู่วิทยา” ในที่สุด

