
ศาลล้มละลายกลางรับคําร้องขอฟื้นฟูกิจการ ยักษ์รับเหมา ‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’
ยักษ์รับเหมา แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลางรับคําร้องขอฟื้นฟูกิจการ ‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’ 10 มิ.ย.69 นัดไต่สวนคําร้องขอฟื้นฟูกิจการ 17 ส.ค.นี้
KEY
POINTS
- ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของ บมจ. เนาวรัตน์พัฒนาการ ที่เป็นผู้ยื่นคำร้องเองไว้พิจารณา
- ศาลได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 สิงหาคม 2569
- บริษัทเสนอตัวเองเป็นผู้จัดทำแผน โดยมีแนวทางเบื้องต้นคือการปรับโครงสร้างทางการเงิน บริหารต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- บริษัทยืนยันว่ายังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติในระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการ
เมื่อวันที่10 มิถุนายน 2569 บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จํากัด (มหาชน) โดยนางสาวผกาทิพย์ โลพันธ์ศรี กรรมการผู้จัดการ แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
กรณี ศาลล้มละลายกลางมีคําสั่งรับคําร้องขอฟื้นฟูกิจการของ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ ตามที่ บริษัทยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 (รวมที่แก้ไขเพิ่มเติม) (พ.ร.บ.ล้มละลาย) เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม
ล่าสุดเมื่อวันที่10 มิถุนายนศาลล้มละลายกลางฯ ได้รับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทไว้พิจารณา และกําหนดวันนัดไต่สวนคําร้องขอฟื้นฟูกิจการ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569
ที่ผ่านมาบริษัทขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 บริษัท ได้ติดตามความคืบหน้าคดีต่อศาลล้มละลาย กลาง และต่อมาได้รับสําเนาคําสั่งของศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ดังกล่าวในการนี้ บริษัทขอเรียนชี้แจงสาระสําคัญของคําร้องขอฟื้นฟูกิจการ โดยสรุป ดังนี้
1. บริษัทในฐานะลูกหนี้ เป็นผู้ยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
2. บริษัทเสนอให้ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ทําแผน โดยหากศาลล้มละลายกลางมี คําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและแต่งตั้งผู้ทําแผนแล้ว ผู้ทําแผนจะมีอํานาจและหน้าที่ในการบริหารจัดการ กิจการและทรัพย์สินของบริษัทตามกฎหมายกําหนด
3. แนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้น ประกอบด้วย
1) การปรับโครงสร้างทางการเงิน
2) การบริหารต้นทุน
3) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
4) การกําหนดกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ในการประมูลโครงการ
5) การเพิ่มช่องทางการจัดจําหน่ายสินค้าคอนกรีตและเหล็กแปรรูป
4. การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทสามารถดําเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้
บริษัทยังคงสามารถดําเนินธุรกิจได้ตามปกติในระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการ







