
ยื่น "บิ๊กตู่" สั่งสอบกราวรูด ส่องาบหมื่นล้านเงินกู้สหกรณ์ฯสโมสรรถไฟ
ล่าสุดกลุ่มธรรมาภิบาลได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคสช.และประธานกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ อีกครั้ง ผ่านศูนย์ดำรงธรรม
โดยนายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ในฐานะประธานกลุ่มธรรมาภิบาล ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินกรณีมีการยักย้าย ถ่ายเท หรือผองถ่ายเงินออกจากสหกรณ์ของนายบุญส่งกับพวกจำนวนกว่า 1.3 หมื่นล้านบาทว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ผู้ใดมีส่วนรู้เห็น สนับสนุน หรือเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดนี้ด้วยหรือไม่ ให้ตรวจสอบคณะกรรมการดำเนินการชุดชั่วคราวที่มาจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ได้มีพฤติการณ์อาจเอื้อประโยชน์ หรือประวิงเวลาการดำเนินคดีหรือไม่ แล้วให้มีข้อสั่งการถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปปง. และกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อเร่งดำเนินคดีต่อบุคคลที่ได้ร่วมกันกระทำความผิดทั้งหมดอีกทั้งขอให้ตั้งคณะกรรมการพิเศษที่ไม่มีส่วนได้เสียเพื่อแก้ปัญหาเป็นกรณีเร่งด่วนไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ลุกลาม เนื่องจากล่าสุดกลุ่มธรรมาภิบาลได้ตรวจสอบเชิงลึกพบมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินดังกล่าวมีแนวโน้มสูงที่จะกระทบไปถึงสหกรณ์พันธมิตรอีก 14 แห่งที่มีทั้งการกู้และการรับฝากเงินมาหมุนเวียนกิจการ หากความเสียหายลุกลามจะเกิดผลกระทบตามมาแน่ๆ
จับตากรมส่งเสริมฯมีเอี่ยว
ทั้งนี้นายกิ่งแก้ว โยมเมือง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายกลุ่มธรรมาภิบาล ให้ข้อมูลในเชิงลึกอีกว่าทางกลุ่มได้รับข้อมูลใหม่จากสมาชิกสหกรณ์ว่านายบุญส่งกับพวกรวม 6 คนได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรมส่งเสริมสหกรณ์โดยการนำเงินออกจากสหกรณ์ด้วยวิธีการที่ผิดระเบียบข้อบังคับและผิดกฎหมายตั้งแต่ปี2552-2559 รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงินกว่า 3,129 ล้านบาท นอกจากนั้นสมาชิกที่เป็นลูกหนี้เงินกู้ คือ กู้ฉุกเฉิน กู้สามัญ และกู้พิเศษ ได้กู้เงินรวมเป็นจำนวน 1,993 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2561 นายทะเบียนสหกรณ์ได้มีคำสั่งที่ 2/2561 สั่งให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด พ้นจากตำแหน่งและได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการชั่วคราวจำนวน 15 คน โดยเป็นคณะกรรมการที่มาจากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ 9 คน และที่มาจากสมาชิกของสหกรณ์จำนวน 6 คน มีกำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานจำนวน 180 วัน
นอกจากนั้นยังพบว่าเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2555 หนังสือออกโดยสหกรณ์เลขที่ 022/2555 ได้แต่งตั้งผู้ประสานงานที่นายบุญส่งให้นายวิสิทธิ์ ศิริเลิศ และนายนิทัต สุขสุสร เป็นผู้ประสานงานกับสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นหรือสถาบันการเงินเพื่อให้สหกรณ์ได้กู้หรือรับฝากเงิน อีกทั้งตามรายงานการประชุมของคณะกรรมการชุดที่ 7 (ครั้งที่ 1/2555 ลงวันที่ 5 กันยายน 2555) ได้มีผู้แทนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าร่วมประชุมด้วยคือนายวิสิทธิ์ ศิริเลิศและนางวิวาห์พร ลักษณะโภคิน ดังนั้นคณะกรรมการดำเนินการชุดชั่วคราวซึ่งทราบเรื่องดีอยู่แล้วแต่กลับยังแต่งตั้งให้บุคคลดังกล่าวเข้าทำหน้าที่ จึงน่าจะมีเจตนาพิเศษเพื่อไม่ให้มีการดำเนินคดีอาญานายบุญส่งกับพวกในครั้งนี้หรือไม่ และคณะกรรมการชุดชั่วคราวยังไม่ชี้แจงข้อมูลและเอกสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีแก่พนักงานสอบสวน หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ และปปง.
โดยในครั้งนี้กลุ่มธรรมาภิบาลขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดขอให้ลงโทษในสถานหนัก อีกทั้งยังได้สอบถามถึงเรื่องการดำเนินคดีในฐานความผิดต่างๆที่ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ดังนั้นคงต้องตามลุ้นกันว่าท้ายที่สุดแล้วคดีนี้จะมีผลสรุปอย่างไร ใครจะโดนร่างแหรับผิดชอบต่อกรณีความเสียหายดังกล่าวนี้และสมาชิกจะได้รับเงินคืนทั้งหมดหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์คงจะไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลอีกต่อไป
| เซกชั่น : เศรษฐกิจมหภาค
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 12 ฉบับ 3393 ระหว่างวันที่ 19-22 ส.ค2561






