
รัฐบาล ขีดเส้น 90 วันยกเครื่องความปลอดภัยสถานศึกษา สกัดปมบูลลี่
4 กระทรวงหลัก ประชุมระดมสมอง เร่งยกเครื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา คัดกรองสุขภาพจิต สกัดปมบูลลี่ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
KEY
POINTS
- รัฐบาลโดย 4 กระทรวงหลักเร่งจัดทำ "มาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ" ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำรอย
- มาตรฐานใหม่จะครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพจิตนักเรียนและครูเป็นประจำ, การยึดหลักไม่เพิกเฉยต่อการบูลลี่ (Zero Tolerance) และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับแจ้งเหตุ
- มีมาตรการเร่งด่วนให้อำนาจครูตรวจค้นกระเป๋านักเรียนกลุ่มเสี่ยง และคัดกรองบุคคลกับสิ่งของผิดกฎหมายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างเข้มงวด
จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ล่าสุด 4 กระทรวงหลักด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ จัดประชุมร่วมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เร่งจัดทำ "มาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ" ภายใน 90 วัน ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพจิตของนักเรียนและครูเป็นประจำ
ยศชนัน ย้ำความรุนแรงในโรงเรียน ต้องไม่เกิดขึ้นอีก
การประชุมดังกล่าว นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการฉุกเฉิน และกรอบป้องกันความปลอดภัยอย่างยั่งยืนในโรงเรียนทั่วประเทศ
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นนี้ จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก สำหรับกรอบการทำงานได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก โดยส่วนแรกคือ "แผนเปิดโรงเรียน" ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นฉุกเฉิน มุ่งเน้นการฟื้นฟูสภาพจิตใจและการคัดกรองความปลอดภัยเบื้องต้น ประกอบด้วย การจัดช่องทางขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตทั่วประเทศ ผ่านกรมสุขภาพจิต อาทิ สายด่วน 1323 ระบบแชต และระบบนัดหมาย ร่วมกับนักจิตวิทยาประจำพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการ สถาบันการศึกษาในสังกัด อว. และกระทรวง พม.
ทั้งยังจัดส่งทีมอาสาสมัครสุขภาพจิตลงพื้นที่เชิงรุกในโรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อดูแลนักเรียน ครู และผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด โดยในวันแรกของการเปิดเรียนจะมีการจัดกิจกรรมเยียวยาจิตใจตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้ปิดห้องเรียนจุดเกิดเหตุอย่างถาวร จัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้ปกครองเข้ามาสังเกตการณ์บุตรหลานโดยต้องผ่านการลงทะเบียนเพื่อความปลอดภัย เปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจรุนแรงสามารถย้ายสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสม และกำหนดมาตรการชั่วคราวในการตรวจคัดกรองสิ่งผิดกฎหมายก่อนเข้าโรงเรียนทันที
การจัดทำ "มาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ" ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 90 วัน เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทุกกระทรวงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกัน โดยมาตรการระยะยาวนี้ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพจิตของนักเรียนและครูเป็นประจำ การวางระบบส่งต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยงไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดหลักสูตรอบรมครูแนะแนวและครูที่ปรึกษา (Train the Trainer) ให้มีความรู้ในการประเมินและปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น การเปิดช่องทางแจ้งเหตุผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิบนแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้เด็กและบุตรหลานระบายหรือแจ้งปัญหาที่ไม่อาจพูดในพื้นที่อื่นได้ การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในหลากหลายมิติพร้อมตรวจสอบจุดเสี่ยงอย่างระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) การยึดหลัก Zero Tolerance ไม่เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน (Bullying)
การส่งเสริมคุณธรรมและความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียน ตลอดจนการคัดกรองบุคคลและสิ่งของผิดกฎหมายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างรัดกุม ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้ฝากถึงผู้ปกครองให้ร่วมกันสอดส่องพฤติกรรมของลูกหลาน หากพบความผิดปกติควรรีบนำไปพบจิตแพทย์ โดยย้ำว่าการพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการดูแลสุขภาพจิตอย่างถูกวิธี
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เตรียมออกประกาศกระทรวงอย่างเป็นทางการในการให้อำนาจผู้บริหารและครูฝ่ายปกครองสามารถตรวจค้นกระเป๋าและสิ่งของของนักเรียนในกลุ่มเสี่ยงได้เพื่อป้องกันการพกพาอาวุธทุกประเภท ทั้งมีดและปืน
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ปิดการเรียนการสอนตลอดทั้งสัปดาห์หน้าเพื่อประเมินสถานการณ์และปรับปรุงมาตรการภายใน ส่วนการช่วยเหลือบุคลากร ศธ. ได้เตรียมมาตรการเยียวยาครอบครัวของคุณครูที่เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งจากกองทุนของกระทรวง สวัสดิการ ช.พ.ค. เงินสงเคราะห์จากรัฐบาล รวมถึงการพิจารณาเลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษในฐานะผู้เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่
“แม้โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนราว 3,500 คน และมีระบบกล้องวงจรปิดรวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยเดิมอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยรุนแรงขนาดนี้มาก่อน รัฐบาลและทุกหน่วยงานจึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรการป้องกันให้เข้มงวดที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยขึ้นในสังคมไทยอีกต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว







