
ทางออกนอกตำรา : อย่าตกขบวน Go Thailand คลื่น ‘อีอีซี’ มาแรงแน่
พ.ร.บ. ฉบับนี้มีทั้งหมด 73 มาตรา รวมบทเฉพาะกาล เหตุผลของการตรา พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อกำหนดให้ภาคตะวันออกเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีการวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ชัดเจนแน่นอนโดยสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการบูรณาการการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้ต่อเนื่องและเชื่อมโยงกัน ทั้งในและนอกเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พัฒนาเมืองให้มีความทันสมัยระดับนานาชาติ ที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและการประกอบกิจการ มีการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร รวมทั้งให้สิทธิประโยชน์ทั้งแก่ผู้ประกอบกิจการและผู้อยู่อาศัยในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเป็นการเฉพาะ
มาตรา 8 กำหนดให้โครงการในอีอีซีต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชนหรือชุมชน
มาตรา 10 กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกฯ เป็นรองประธาน นอกนั้นมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ กับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 5 คน เป็นต้น
หมายความว่าอำนาจในการดำเนินการเรื่องการอนุมัติต่างๆ นั้นแม้เป็นสิทธิ หน้าที่ของเลขาธิการอีอีซี แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบการอนุมัติของคณะกรรมการอีอีซี ที่นายกฯเป็นประธาน ไม่ใช่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดดังที่กลัวและหวาดระแวงกันว่า เลขาธิการอีอีซี จะมีอำนาจล้นฟ้าเหนือกฎหมายอื่น
มาตรา 39 ในหมวด 5 เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ กำหนดเป้าหมายอุตสาหกรรมพิเศษ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย 1. ยานยนต์สมัยใหม่ 2. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3. การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ 4. การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 5. การแปรรูปอาหาร 6. หุ่นยนต์ 7. การบินและโลจิสติกส์ 8. เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 9. ดิจิตอล และ 10. การแพทย์และสุขภาพครบวงจร
แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือ กฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
แปลไทยเป็นไทยว่า การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมมาใช้บังคับ การเช่า เช่าช่วง ให้เช่า และห้ามมิให้ทำสัญญาเช่าเป็นกำหนดเวลาเกิน 50 ปี ถ้าทำสัญญานานกว่านั้นให้ลดลงมาเป็น 50 ปี การต่อสัญญาเช่า อาจทำได้ แต่จะต่อสัญญาเกิน 49 ปีนับแต่วันครบ 50 ปีไม่ได้ นั่นหมายถึงว่า สิริรวมในการเช่าของคนต่างด้าวในอสังหาริมทรัพย์จะสูงสุดเพียงแค่ 99 ปีเท่านั้น
1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินประกอบด้วย ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา วงเงิน 1.58 แสนล้านบาท
2. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 วงเงิน 2.15 แสนล้านบาท
3. โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO มูลค่าลงทุนรวม 11,000 ล้านบาท
4. โครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ที่แบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ที่เกี่ยวข้องกับการถมทะเลบนเนื้อที่ 1 พันไร่ ใช้งบลงทุนราว 1.08 หมื่นล้านบาท และการลงทุนบนพื้นที่ถมทะเล ประกอบด้วย ท่าเทียบเรือสินค้าเหลว ท่าเทียบเรือก๊าซ คลังสินค้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ งบลงทุนอีก 1 แสนล้านบาท
5. โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท ที่ได้เสนอรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ให้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ไปแล้ว
[caption id="attachment_281755" align="aligncenter" width="503"]
คุณคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการอีอีซี คนแรกบอกว่า หลังจากนี้จะมีนักลงทุนทั้ง จากญี่ปุ่นและจีนที่รอให้มีการตรากฎหมาย ดังกล่าว ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น มั่นใจว่าปีนี้จะสามารถผลักดันให้อุตสาหกรรมเป้าหมายยื่นคำขอรับส่งเสริมการลงทุนใน พื้นที่อีอีซีมากกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) คาดการณ์ไว้ จากมูลค่าคำขอรับส่งเสริมการลงทุนปีนี้ทั้งปี คาดไว้ที่ 7.2 แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีการลงทุนเกิดขึ้นจริงภายในปีนี้ 30-40% จากคำขอรับส่งเสริมการลงทุนปีก่อนที่มี 2 แสนล้านบาท
งานแรกที่ต้องเริ่มก่อนคือ จัดตั้งกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เบื้องต้น 1,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา ช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนและชุมชน สร้างสมดุลให้ทุกคนได้รับประโยชน์
นักธุรกิจ นักลงทุน นักค้าที่ดิน อย่าตกขบวนเชียวครับ เพราะในเวลา 5-10 ปี พื้นที่แห่งนี้จะเป็นโกลเดนแลนด์ของประเทศไทยมากที่สุด ขอบอก..
เสียงคัดค้านที่เกิดขึ้นในขณะนี้เพราะยังเห็นภาพเบลอๆ ไม่ชัด แต่หลังจากนี้ไปรับรองการลงทุนจะเกิดขึ้นมากมาย แต่คนไทยจะได้อะไรต้องติดตาม
....................
คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา |โดย...บากบั่น บุญเลิศ | หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3366 ระหว่างวันที่ 17-19 พ.ค.2561 |






