thansettakij
thansettakij
ภูธรแห่ดันราคาอุ้มชาวนา ท่าข้าวอ่วมคนขายน้อย/ชิงเปิดตลาดนัด-ดึงห้างช่วยขาย

ภูธรแห่ดันราคาอุ้มชาวนา ท่าข้าวอ่วมคนขายน้อย/ชิงเปิดตลาดนัด-ดึงห้างช่วยขาย

07 พ.ย. 59 | 03:00 น.
ท่าข้าว-โรงสีทั่วไทยกระทบหนัก จังหวัดภาคเหนือ –อิสาน-กลางระดมสมองอุ้มชาวนารวมพลังดันราคาพุ่งหลังราคาข้าวเปลือก โดยเฉพาะหอมมะลิดิ่ง เพิ่มความถี่จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ดึงห้างดัง เช็นทรัลเปิดพื้นที่ขายข้าวสารบรรจุถุงด้านชาวนาตีปีก

ผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำสร้างประวัติศาสตร์ในโลกโซเชียลที่ชาวนาต้องพลิกอาชีพสู่ธุรกิจขายตรงล่าสุดท้องถิ่น-เอกชนต่างยื่นมือเข้าช่วย หลังรัฐบาลประยุทธ์ กดปุ่มทันที 2หมื่นล้านบาทรับจำนำข้าวตันละ 1.3หมื่นบาทขณะที่ข้าวเปลือกหอมมะลิรูดเหลือแค่ 6,000 บาท

นายประเสริฐ ฝ่ายชาวนา พาณิชย์จังหวัดอุดรธานีเปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่ากลางเดือนพฤศจิกายน นี้ อุดรธานีจะมีข้าวเปลือกหอมมะลิออกสู่ตลาด 942,295 ตัน จึงต้องออกมาตรการช่วยเหลือเช่น จัดตลาดนัดข้าวเปลือกและ ประสานห้างสรรพสินค้าขอพื้นที่จัดตลาดนัดข้าวสารบรรจุถุง ขนาด 1 กิโลกรัม/ถุง ขนาด 5 กิโลกรัม/ถุง ทั้งข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ซึ่งนายรักสกุล สุริโย เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยืนยันว่า วันที่ 15พฤศจิกายนนี้จะจัดตลาดนัดข้าวสารบริเวณลานเอนกประสงค์ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พลาซ่า สาขาอุดรธานี

นายนัทนันท์ นันตาบุตร ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวเพื่อสุขภาพ อำเภอกุมภวาปี กล่าวว่าชาวนาต้องรวมกลุ่มขายผลผลิตและทำนาแปลงใหญ่เพื่อต่อรองกับโรงสีและผู้ซื้อขณะเดียวกันต้องพัฒนาเมล็ดพันธุ์เพื่อเพิ่มผลผลิตและทำการเกษตรแบบเกษตรอินทรีส่วนเสียงสะท้อนชาวนาพบนายสำรอง จันทร์คำภา อายุ 60 ปี ชาวนาตำบลสามพร้าวอำเภอเมืองอุดรธานีมีที่นา 44ไร่กล่าวว่าดีใจที่รัฐบาลและทุกภาคช่วยเหลือซึ่งปัญหาใหญ่คือ ต้นทุนปุ๋ยค่อนข้างสูงสอดรับกับนางหนูนา เหล่าราช อายุ 55 ปีเจ้าของที่นา 10ไร่ ตำบลบ้านเซ อำเภอเมืองอุดรธานี ระบุว่าปีที่ผ่านมาได้ข้าวเพียง 20-30 ถุงปุ๋ย( 1 ถุงปุ๋ย หนักประมาณ 25-30 กิโลกรัม) เพราะภัยแล้ง ส่วนปีนี้ผลผลิตสูง 50-60 ถุงปุ๋ย แต่ราคาปรับลดลง หาก มีการช่วยเหลือ เชื่อว่าจะลดผลกระทบลงได้มาก

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ระบุถึงแนวทางแก้ไขคือ1.เพิ่มการจัดงานตลาดนัดข้าวเปลือก 2.จำหน่ายตรงสู่ผู้บริโภคผ่านห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล อำเภอและถนนคนเดิน

3.เปิดโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ปี 2559/2560ซึ่งปัญหาคือจำนวนยุ้งฉางมีน้อย ซึ่งปัจจุบันสามารถรับข้าวแห้ง ได้15 % อยู่ที่ประมาณ 37,000 ตัน และคิดเป็น 14% ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด269,180 ตัน ขณะที่ศักยภาพในการทำเป็นข้าวแห้ง 15 % อยู่ที่ประมาณ 50% ของปริมาณการจัดเก็บหรือ37,000ตันทางออกจึง ขอให้มีเครื่องอบข้าวลดความชื้น ให้แก่เกษตรกร และทำที่เก็บข้าวเปลือกให้ได้คุณภาพ ตามความต้องการตลาดที่สำคัญควรเปลี่ยนหลักเกณฑ์การอบลดความชื้นข้าวเปลือกให้เกษตรกร

ขณะที่พื้นที่ภาคกลาง นายภาณุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า อำเภอบ้านหมี่ ลพบุรี เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกข้าวมากถึง 250,000 ไร่ มีผลผลิตกว่า 2 แสนตันต่อปี โดยมีผู้นำชุมชน เกษตรกร และตัวแทนสมาคมโรงสีข้าวร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งเรื่องปัญหาราคาข้าว ปัญหาผลผลิตเสียหายจากการรีบเก็บเกี่ยวหนีน้ำ รวมทั้งข้อเสนอในการชดเชยราคาข้าวให้แก่เกษตรกรในทำนองเดียวกับการชดเชยข้าวหอมมะลิที่เพิ่งออกมา

ทั้งนี้เกษตรกรในพื้นที่ อำเภอบ้านหมี่มีข้อเสนอให้มีการปล่อยน้ำให้ตรงกับฤดูการผลิตข้าวนาปีคือ ปลายเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งจะได้หารือกับสำนักงานชลประทานที่ 10 นอกจากนี้ มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อำเภอบ้านหมี่ ที่มีความประสงค์จะแปรรูปข้าวสารจำหน่าย ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัด รวบรวมข้อมูลความสามารถในผลิตของกลุ่ม เพื่อจะนำไปหารือกับหน่วยทหารในพื้นที่ ซึ่งมีนโยบายในการรับซื้อข้าวสารเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หากมีปริมาณข้าวที่เกินจากนั้นทางจังหวัดจะช่วยหาช่องทางจำหน่ายให้ซึ่งจะรวมถึงผลผลิตข้าวจากอำเภออื่นๆ ด้วย

สำหรับอำเภออื่นๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกัน ได้มอบผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่รับฟังปัญหาข้อเสนอแนะจากเกษตรกร รวมทั้ง ข้อเสนอการชดเชยราคาซึ่งมีประเด็นปลีกย่อยและเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนั้น จะนำเข้าหารือในการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้

ด้านนายกรกฏ สาริกา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านกล้วยอำเภอบ้านหมี่ เผยว่าผลกระทบส่วนหนึ่งมาจากตลาดและรัฐบาลนำข้าวเก่าออกประมูลช่วงนี้พอดี ส่งผลให้มีปริมาณข้าวใหม่และเก่าจำนวนมากขณะที่ความต้องการน้อยลง สำหรับการนำข้าวขายตรงถึงผู้บริโภคนั้น นายกรกฏกล่าวว่า ข้าวในพื้นที่ภาคกลางจะขายตรงแทบไม่ได้เพราะเป็น “ข้าวแข็ง” เหมาะแก่การแปรรูปมากกว่าบริโภค ซึ่งจะต่างกับภาคอื่น ดังนั้นจึงส่งโรงสีและส่งออกมากกว่า

นายบุญส่ง เตชะมณีสถิต ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวว่า ได้ร่วมกับทหารเปิดตลาดเกษตรสีเขียวทุกวันศุกร์ และเปิดร้านสหกรณ์การเกษตรทุกสาขาเพื่อขายข้าวบรรจุถุงช่วยชาวนาในพื้นที่ เพื่อดึงราคาข้าวเปลือกที่โรงสีหรือพ่อค้าคนกลางให้สูงขึ้นอย่างไรก็ดีรัฐบาลต้องการให้ชาวนาชะลอขายข้าวไว้ก่อนและรอจังหวะให้ราคาขยับขึ้นแล้วค่อยขายซึ่งระหว่างนี้ให้จำนำไว้ในยุ้งฉางของชุมชนซึ่งเป็นของกลุ่มเกษตรกรเองจะเหมาะสมกว่า

นายมานพ สุขขี ผู้บริหารท่าข้าวทรัพย์สุขขี และท่าข้าวเจริญศิริธัญญาจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ยินดีช่วยเหลือหากชาว นาที่ต้องการพื้นที่เก็บหรือตากข้าวเพื่อลดความชื้น อย่างไรก็ดีธุรกิจท่าข้าวอาจมีผล กระทบบ้างเพราะหาซื้อข้าวหรือมีคนเอาข้าวมาขายให้กับท่าข้าวน้อยลง แต่จริงๆแล้วธุรกิจของท่าข้าวก็ถือวาเป็นการช่วยเหลือชาวนาอีกทางหนึ่ง เพราะจะทำหน้าที่ในการรวบรวมและปรับปรุงคุณภาพข้าวไปในตัว โดยเฉพาะในเรื่องของการลดความชื้นเพราะว่าท่าข้าวจะมีลานตากที่มีจำนวนมากเพียงพอ รวมทั้งมีโรงเก็บที่ได้คุณภาพมาตรฐานด้วย ส่วนเรื่องของราคาเป็นเรื่องของกลไกตลาดตามปกติอยู่แล้ว นายมานพกล่าวถึงกระแสชาวนาสีข้าวแล้วเป็นผู้ขายข้าวสารเองด้วยว่า เป็นเรื่องที่ดี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline