thansettakij
thansettakij
ติดโซลาร์รูฟล้านครัวเรือน แบงก์การันตี 5 หมื่นสกัดรายย่อย ชิงงาน

ติดโซลาร์รูฟล้านครัวเรือน แบงก์การันตี 5 หมื่นสกัดรายย่อย ชิงงาน

03 พ.ย. 69 | 03:41 น.
อัปเดตล่าสุด :03 พ.ย. 69 | 03:45 น.

กูรูเตือนโซลาร์รูฟล้านหลังเสี่ยงงานกระจุกตัว เหตุรายย่อยเข้าถึงแบงก์การันตีไม่ได้ ชี้รัฐควรตั้งกองทุนคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมวางระบบรับคืนและรีไซเคิลแผง

KEY

POINTS

  • โครงการโซลาร์รูฟล้านครัวเรือนกำหนดให้ผู้รับเหมาต้องวางหลักประกันธนาคาร (Bank Guarantee) 50,000 บาทต่อสัญญา เพื่อป้องกันการทิ้งงาน
  • เงื่อนไขหลักประกันดังกล่าวกลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและช่างทั่วไป ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารได้
  • ส่งผลให้ผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีเครดิตทางการเงินสูงได้เปรียบในการรับงาน และเป็นการกีดกันผู้รับเหมารายย่อยออกจากการแข่งขันในโครงการ

โครงการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) สำหรับภาคครัวเรือนตามเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือนของภาครัฐ เพื่อมุ่งลดภาระค่าไฟฟ้าและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แต่ทว่ายังคงมีข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญในทางปฏิบัติ

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การบรรลุเป้าหมายการติดตั้ง 1 ล้านครัวเรือนไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเงื่อนไขทางการเงินที่กำหนดให้ผู้รับเหมาติดตั้งต้องวางหลักประกันธนาคาร (Bank Guarantee) ในวงเงิน 50,000 บาทต่อสัญญาการติดตั้งเพื่อป้องกันการทิ้งงาน

ซึ่งนี่อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและทีมช่างทั่วไปที่มีเพียง 3–4 คน และไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลขนาดใหญ่ เพราะไม่สามารถเข้าถึงวงเงินสินเชื่อของธนาคารได้ ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางขึ้นไปและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีเครดิตทางการเงินสูงจะได้เปรียบโดยตรง

สำหรับลำดับผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ ผู้ผลิต ผู้นำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ และผู้รับเหมารายใหญ่ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์สูงสุด เนื่องจากมีทุนหมุนเวียนและเครดิตในการขอหลักประกันธนาคารเพื่อรับงานจำนวนมาก

ลำดับถัดมาคือ สถาบันการเงินที่ได้รับประโยชน์จากการปล่อยสินเชื่อติดตั้งให้แก่ประชาชนและการออกหนังสือค้ำประกัน ส่วนประชาชนผู้ติดตั้งได้รับประโยชน์จากการลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว

แม้จะมีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 ราย แต่การกระจายงานจะไม่เท่าเทียมกัน โดยงานส่วนใหญ่จะตกอยู่กับผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีกำลังคนและกำลังเงินสูง ขณะที่ผู้รับเหมารายย่อยจะถูกตัดออกจากระบบโดยปริยาย

ในมิติของผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ โครงการนี้ไม่สามารถลดค่าไฟฟ้าของประเทศได้ในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงราคาพลังงานปัจจุบัน เนื่องจากราคาแก๊สธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้ายังทรงตัวในระดับสูงตามทิศทางราคน้ำมันดิบในตลาดโลก

ประกอบกับภาระทางการเงินที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แบกรับไว้ล่วงหน้า ทำให้โอกาสที่ค่าไฟฟ้าจะปรับลดลงอย่างรวดเร็วเป็นไปได้ยาก แต่ในระยะยาว การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนเข้าสู่ระบบจะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศลงได้

กำหนดแผนป้องกันภาระขยะโซลาร์เซลล์

ด้านภาระขยะโซลาร์เซลล์ในอนาคต เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานประมาณ 15 ปี หรือสั้นกว่านั้นหากเป็นอุปกรณ์คุณภาพต่ำ การนำแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ เข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมากจะสร้างภาระขยะอิเล็กทรอนิกส์มหาศาล

ภาครัฐจึงต้องกำหนดแผนงานและมาตรการรองรับอย่างชัดเจน เช่น กลไกการรับคืนอุปกรณ์ มาตรฐานการรีไซเคิล และการส่งเสริมอุตสาหกรรมรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ เพื่อไม่ให้การส่งเสริมพลังงานสะอาดกลายเป็นปัญหาพิษทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

แนะรัฐปรับเงื่อนไขวงเงินค้ำประกันลดข้อจำกัด

นอกจากนี้ ได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐเพื่อดำเนินโครงการให้สัมฤทธิผล โดยเสนอให้ปรับลดวงเงินค้ำประกันลงเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยเข้าร่วมแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม พร้อมเสนอให้ภาครัฐนำงบประมาณบางส่วนของโครงการมาจัดตั้งกองทุนค้ำประกันความเสี่ยงร่วมหรือกองทุนคุ้มครองประชาชนกรณีผู้รับเหมาทิ้งงาน

แทนการผลักภาระหลักประกันทั้งหมดไปไว้ที่ผู้รับเหมาเพียงอย่างเดียว ควบคู่กับการใช้มาตรการลงโทษและขึ้นบัญชีดำเป็นรายบุคคลแก่ผู้ประกอบการที่กระทำผิดสัญญา เพื่อสร้างกลไกการแข่งขันที่เป็นธรรมและส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง