
"อิสระ" ชี้ 4 สัญญาณเสี่ยงหุ้น AI หุ้นแพงเกินพื้นฐานอาจกระทบตลาด
บลจ.บัวหลวง ชี้หุ้น AI ยังโตได้ แต่ราคาที่สะท้อนความคาดหวังสูงเสี่ยงกดดันตลาดหากปรับฐาน จับตาบริษัทกู้เงินลงทุน บอนด์ยีลด์สูง มาร์จิ้นชิปหด และจีนเร่งผลิตชิป
KEY
POINTS
- ราคาหุ้น AI อาจสูงเกินมูลค่าพื้นฐานจากความคาดหวังที่สูง ซึ่งหากเกิดการปรับฐานอาจส่งผลกระทบต่อตลาดโดยรวม
- บริษัท AI หลายแห่งใช้เงินกู้เพื่อลงทุนแทนกำไรสะสม ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
- สัญญาณเตือนจากฝั่งผู้ผลิตชิป คือการไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้หรือมีอัตรากำไรลดลง รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นจากจีน
- การพัฒนาโมเดล AI ที่ใช้กำลังการประมวลผลน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการฮาร์ดแวร์ในอนาคต
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ หน่วยงานกลยุทธ์การลงทุน บลจ.บัวหลวง เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐฏิจ" ว่า การเตือนจากทาง IMF ส่วนหนึ่งสืบเนื่องมาจากความคาดหวังที่สูงมากต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งอาจทำให้ราคาของหุ้นนั้นสูงเกินพื้นฐานไปมาก และเมื่อเกิดการปรับฐานก็อาจส่งผลกระทบต่อตลาดโดยรวมได้
ทั้งนี้ เรายังไม่เห็นปัจจัย หรือสัญญาณใดที่บ่งชี้ว่า ผลประกอบการจะยังไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว แต่การที่หลายบริษัทใช้เครื่องมือการกู้ยืมเงินในตลาด เพื่อเป็นแหล่งเงินทุน (Funding) สำหรับการลงทุน แทนที่จะเป็นการใช้กำไรสะสม (Retained Earnings) ถือเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองในระยะต่อไป โดยเฉพาะในกรณีที่ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน นักวิเคราะห์ทั่วไปยังประเมินว่า ความต้องการใช้ชิปและหน่วยความจำจะยังขาดแคลนต่อไปอีก 1-2 ปี จนกว่าจะเข้าสู่จุดสมดุลของ Demand and Supply อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณว่า ผู้ผลิตชิปไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้ หรือมีอัตรากำไร (Margin) ที่เริ่มลดลง ก็อาจเป็นจุดที่ต้อระมัดงระวัง
นอกจากนี้ หากประเทศอื่นๆ เช่น จีน สามารถผลิตชิปที่มีความสามารถสูงในราคาที่สามารถแข่งขันได้ ก็เป็นปัจจัยที่จะสร้างแรงกดดันได้
อีกกรณีหนึ่งก็คือ เมื่อบริษัท AI สามารถสร้างโมเดลที่ใช้กำลังในการประมวลผลที่น้อยลงอย่างมีนัยยะ ก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตามอง
สำหรับตลาดไทยนั้น กลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบด้านบวกจากกระแส Global Tech (AI) ก็ยังเป็นกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อการส่งออก กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ไฟฟ้า และผู้วางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ







