
SCBAM ตั้งเป้า AUM 2.5 ล้านล้านปี 72 เคาะเป้าหุ้นไทยปี 70 ที่ 1,710 จุด
SCBAM ลุ้นทวงแชมป์ AUM ปีหน้า ตั้งเป้า 2.5 ล้านล้านบาทปี 2572 เคาะ SET ปี 2570 ที่ 1,710 จุด อัพไซด์ 8% ชู 4 ธีม AI-Data Center-CAPEX-หุ้นคุณภาพ-ปันผล
KEY
POINTS
- บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ตั้งเป้าหมายมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ในอีก 3 ปีข้างหน้า (ปี 2572) ไว้ที่ 2.5 ล้านล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อขยายฐานลูกค้า
- ประเมินเป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET Index) สำหรับปี 2570 ไว้ที่ 1,710 จุด คิดเป็น Upside ประมาณ 8% จากปัจจุบัน และคาดการณ์อัตราเงินปันผลเกือบ 4%
- แนะนำกลยุทธ์ลงทุนในตลาดหุ้นไทยแบบ "Selective Recovery" โดยเน้น 4 ธีมหลัก คือ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI, วัฏจักรการลงทุนใหม่, หุ้นคุณภาพและมีประสิทธิภาพ และหุ้นปันผลสูง
นายณรงค์ศักดิ์ เปิดเผยว่า ในส่วนของผลการดำเนินงาน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) เปิดเผยว่า มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ปัจจุบันยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากยังไม่สามารถขยายฐานลูกค้าได้ตามเป้าหมาย จากปัจจัยความลังเลและสถานการณ์ความไม่แน่นอนของผู้ลงทุน
ประกอบกับได้รับผลกระทบจากเม็ดเงินที่ไหลออกจากกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางประมาณ 30,000 - 40,000 ล้านบาท ตามภาวะความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี มองว่าปัจจัยกดดันดังกล่าวเริ่มบรรเทาลงแล้วในปัจจุบัน
ทั้งนี้ คาดว่าปี 2569 นี้ภาพรวม AUM จะเติบโตได้ประมาณ 1-2% จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ระดับ 1.98 ล้านลบ. ส่วนเป้าหมายระยะยาว บริษัทได้ตั้งเป้าหมาย AUM ในอีก 3 ปีข้างหน้า (ปี 2570 - 2572) ไว้ที่ 2.5 ล้านล้านบาท
ปัจจัยสนับสนุนเพื่อก้าวสู่เป้าหมายการขยายฐานลูกค้าในระดับล้านคน SCBAM จึงปรับยุทธศาสตร์เน้นความร่วมมือ (Collaboration) กับธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลงทุน การส่งมอบผลิตภัณฑ์ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดทั้งลูกค้ารายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ให้เติบโตยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว สะท้อนความมุ่งมั่นสู่การเป็น ‘The Best Fund House’
พร้อมกันนี้ บริษัทเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านข้อมูลและการลงทุน โดยนำ AI และ Machine Learning มาเสริมการประมวลผลข้อมูล การค้นหาสัญญาณการลงทุน การบริหารความเสี่ยง และการจัดพอร์ต ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลและมาตรฐานการลงทุนที่เข้มงวด โดยการตัดสินใจลงทุนยังคงอยู่บนพื้นฐานการวิเคราะห์และดุลยพินิจของผู้เชี่ยวชาญ
"ปีหน้าหวังว่าเราจะกลับมามี AUM เป็นอันดับ 1 และจะพยายามโตในทุกๆ Segment ของกองทุน เพื่อให้เกิดความมั่นคงหรือว่าความสมดุล และมุ่งเป้าไปอีก 3 ปี หวัง AUM 2.5 ล้านล้านบาท โดยจำนวนลูกค้า เราอยากจะ Double อยู่แล้ว ถ้าเราขยายฐานจากลูกค้าเงินฝากมาเป็นลูกค้ากองทุนได้มากขึ้น AUM มันก็น่าจะเพิ่มไปด้วย "
อย่างไรก็ตาม AUM ณ กันยายน 2569 มีมูลค่ารวมกว่า 2,064,252 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 18.6%
เปิด 3 ธีมลงทุนปี 70 รับโลกเปลี่ยนขั้ว
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการลงทุน SCBAM กล่าวว่า ตลาดการเงินโลกยังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านระเบียบโลก (Changing World Order) โดยในปี 2570 คาดว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้าง ได้แก่
- The AI Imperative การเร่งนำ AI ไปใช้จริงและสร้างมูลค่า
- Elevated Long-Term Rates อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว ยืนสูงจากการแข่งขันแย่งเงินทุน
- The Age of Turbulence ความผันผวนและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อที่กลายเป็นภาวะปกติ ปัจจัยเหล่านี้จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ผลประกอบการ และการจัดสรรเงินลงทุนในระยะต่อไป
ทั้งนี้ มองว่า AI กำลังเข้าสู่ยุค Agentic AI ซึ่งขยายการใช้งานสู่ภาคธุรกิจ โอกาสการลงทุนจึงครอบคลุมห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่ เซมิคอนดักเตอร์ ผู้ให้บริการคลาวด์ ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนควรเน้นคัดเลือกบริษัทที่สามารถแปลงเงินลงทุนเป็นรายได้และกำไรได้จริง
สำหรับการจัดสรรสินทรัพย์ บริษัทยังคงให้น้ำหนักหุ้นเป็นสินทรัพย์หลัก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ และประเทศในเอเชียที่ได้ประโยชน์จาก AI ขณะที่ตราสารหนี้มีความน่าสนใจจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552 เหมาะสำหรับการสร้างกระแสรายได้
ขณะที่ทองคำได้แรงหนุนจาก De-dollarization และการสะสมของธนาคารกลาง โดยมีกองทุน Absolute Return และ Income Fund ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ต
ชี้หุ้น-บอนด์ยังน่าลงทุน ปี 70
ในส่วนตลาดหุ้นไทย คาดว่าปี 2570 จะเป็นช่วง Selective Recovery ที่การฟื้นตัวขับเคลื่อนด้วยกำไรของบริษัท จดทะเบียน วัฏจักรการลงทุนใหม่ และการดำเนินนโยบายภาครัฐ มากกว่าการปรับเพิ่มของระดับมูลค่าหุ้น
จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหุ้นรายตัวในธุรกิจที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง กำไรเติบโต และให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ หลักการคัดเลือกสำคัญคือ Quality + Growth + Yield โดยมองหาโอกาสในห่วงโซ่อุปทาน AI วัฏจักรการลงทุนใหม่ ธุรกิจที่ใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และหุ้นที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างยั่งยืน
สำหรับปีนี้ราคาทองคำและบิตคอยน์อาจยังไม่โดดเด่นนัก เนื่องจากมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อเข้ามาคานไว้ แต่การสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก (Central Bank) ยังคงเป็นเทรนด์ระยะยาวต่อเนื่อง โดยทีมลงทุน SCBAM ยังเชื่อมั่นว่า ทั้งทองคำและบิตคอยน์จะกลับมาเป็นธีมที่สร้างผลตอบแทนได้น่าสนใจและน่าจะกลับมาในปี 70
"มองว่าปีหน้า จะเป็นภาพที่ยังเป็นเอื้อต่อการลงทุน ทั้งตลาดหุ้น และบอนด์ แต่สิ่งสำคัญคือความผันผวนที่จะมีมากขึ้น คีย์พอยท์สำหรับปีหน้า คือการ diversify ที่จะต้องหา strategy ต่างๆ มาเป็นตัวช่วยในการ diversify ให้มากขึ้น ทั้งทอง หรือว่าในเรื่องของ absolute return ต่างๆ ที่จะมาช่วยทำให้พอร์ตสามารถที่จะพยุงตัวในภาวะที่เกิดมีความฮิตขึ้นมาได้"
เคาะเป้าหุ้นไทยปี 70 ที่ 1,710 จุด Upside 8%
นางสาวจรัสรักษ์ วัฒนสิงหะ ผู้บริหารกลุ่มจัดการลงทุนตราสารทุน กล่าวว่า มุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ประเมินเป้าหมายดัชนีปี 2569 นี้ไว้ที่ 1,640 จุด อ้างอิงระดับ P/E ที่ 14 เท่า โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ในปีนี้สูงถึง 25%
ด้านเป้าหมายดัชนีปี 2570 ประเมินไว้ที่ 1,710 จุด อ้างอิงระดับ P/E ที่ 15 เท่าคิดเป็น Upside ประมาณ 8% โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับเกือบ 4%
ปัจจุบันมูลค่ากองทุนหุ้นไทยของ SCBAM อยู่ที่ประมาณ 1.3 - 1.5 แสนล้านบาท ขึ้นอยู่กับสภาวะความผันผวนของราคาหุ้น ซึ่งเม็ดเงินไหลเข้า (Inflow) ส่วนใหญ่มาจากกองทุนเพื่อการลงทุนระยะยาว เช่น RMF, SSF และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ซึ่งมีอัตราการเติบโตสม่ำเสมอในระดับ 3-5% ต่อปี
แนะนำกลยุทธ์ Selective Recovery
โดยเน้น 4 ธีมหลัก ได้แก่
- กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI Supply Chain & Data Center: การย้ายฐานการผลิตและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในไทย
- New CAPEX Cycle: โครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ การประมูลโครงการ PVP และโรงไฟฟ้าตามแผน PDP
- Quality & Efficiency: บริษัทจดทะเบียนที่บริหารต้นทุนได้ดี มีความสามารถในการทำกำไร และจ่ายคืนเงินทุนให้ผู้ถือหุ้น
- High Dividend Yield: หุ้นที่จ่ายปันผลสูงสม่ำเสมอในระดับประมาณ 4% ขึ้นไป
ปี 70 เติบโตอย่างยั่งยืน
นางสาวพิณแก้ว ทรายแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการตลาดและช่องทางการขาย เผยถึงทิศทางธุรกิจปี 2570 ว่า บริษัทจะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ลงทุน โดยเริ่มจากความเข้าใจเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละกลุ่ม
แล้วพัฒนาโซลูชันการลงทุนและการวางแผนเกษียณให้เหมาะสม เข้าถึงง่าย และได้รับบริการอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับ 4 แนวทางหลัก ได้แก่
การขยายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบรวมกลุ่มสำหรับนายจ้าง การพัฒนาพอร์ตเฉพาะสำหรับหน่วยงานภาครัฐและผู้ลงทุนสถาบัน การเสริมความร่วมมือผ่านช่องทางธนาคารและดิจิทัลเพื่อขยายการเข้าถึงและส่งเสริมการลงทุนสม่ำเสมอ ตลอดจนการเพิ่มทางเลือกกองทุนต่างประเทศและกองทุนดัชนี เพื่อรองรับความต้องการกระจายความเสี่ยงและการเติบโตระยะยาว
ในส่วนของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ SCBAM มีแผนยกระดับประสบการณ์ผ่านบริการดิจิทัลแบบบริการตนเอง เพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับนโยบายลงทุน และพัฒนาเครื่องมือด้านข้อมูล ภาษี และการวางแผนเกษียณ เพื่อช่วยให้สมาชิกตัดสินใจได้สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันจะใช้ข้อมูลและระบบอัตโนมัติเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยยึดมั่นด้านความปลอดภัย ธรรมาภิบาล และความเหมาะสมสำหรับผู้ลงทุน







