thansettakij
thansettakij
เปิดโผ 6 หุ้นเด่นรับโซลาร์ภาคประชาชน ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวน

เปิด 6 หุ้นเด่นรับโซลาร์ภาคประชาชน จับตาตะวันออกกลางทุบตลาดผันผวน

28 ต.ค. 69 | 03:45 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ต.ค. 69 | 04:01 น.

โบรกประเมินวางกรอบ SET Index สัปดาห์นี้ แกว่งผันผวน กรอบ 1,530-1,580 จุด เตือนแรงกดดันตะวันออกกลาง-ยุโรป จับตา กนง.-เฟด-ECB พร้อมชี้เป้า 6 หุ้นเด่นรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน

KEY

POINTS

  • ครม. อนุมัติโครงการโซลาร์ภาคประชาชน สนับสนุนค่าติดตั้ง 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท ภายใต้วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท
  • โครงการดังกล่าวถือเป็นธีมการลงทุนที่น่าจับตา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือน
  • บล.โกลเบล็ก แนะนำ 6 หุ้นเด่นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้ ได้แก่ GUNKUL, GULF, SOLAR, COM7, KUMWEL และ ASEFA

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า จากประเด็นที่ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชน กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณสนับสนุนค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาททั่วประเทศไทย หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะครบ โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 – 31 มกราคม 2570

โดยหากโครงการโซลาร์ภาคประชาชนจะเป็นอีกธีมที่น่าจับตา เพราะหากเดินหน้าได้ ย่อมเพิ่มโอกาสการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือน และต่อยอดความต้องการตั้งแต่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าไปจนถึงผู้จำหน่ายอุปกรณ์และระบบที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น ทางฝ่ายจึงแนะนำให้พิจารณาหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐดังกล่าว โดยเฉพาะโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งมีหุ้นเด่น 6 บริษัท ได้แก่ GUNKUL, GULF, SOLAR, COM7, KUMWEL และ ASEFA เป็นต้น

ตะวันออกกลาง-ยุโรปกดดันหุ้นไทย

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ (28-30 ตุลาคม 2569) ประเมินว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวตามตลาดหุ้นต่างประเทศ และวางกรอบไว้ที่ 1,530-1,580 จุด

โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มฮูตีเพิ่มการโจมตีในซาอุดีอาระเบีย จนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่และครอบครัวที่ไม่มีภารกิจเร่งด่วนเดินทางออกจากพื้นที่

อีกทั้งตลาดยังจับตารายงานเกี่ยวกับแผนโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงิน ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ผู้นำยูเครนเร่งเจรจายุติความขัดแย้งกับรัสเซีย

ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่พอใจต่อค่าครองชีพและบริการสาธารณะทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส และมีความกังวลว่าสถานการณ์อาจขยายไปยังประเทศอื่นในยุโรป หากยืดเยื้ออาจกระทบกำลังซื้อ ความต้องการสินค้า และระบบโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อภาคส่งออกของไทย

รับปัจจัยบวกรัฐลุยลงทุน

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยบวกจากการลงทุนภาครัฐ โดยกระทรวงคมนาคมมีแผนเสนอคณะรัฐมนตรีขออนุมัติงบกลาง 5.8 พันล้านบาท เพื่อเดินหน้าและขยายมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท รวมถึงค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวันสำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วงจนถึงสิ้นปี 2570 ขณะที่ ขสมก. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการเช่ารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 2,320 คัน มูลค่ากว่า 2.3 หมื่นล้านบาท พร้อมปรับโครงสร้างค่าโดยสารใหม่

"ตลาดทุนไทยยังมีแรงหนุนจากแนวโน้มการระดมทุน โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประเมินว่าบรรยากาศหุ้น IPO ในปี 2570 อาจกลับมาคึกคัก จากแผนระดมทุนของหุ้นขนาดใหญ่และกองทุน มูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท"

ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อ

ในด้านปัจจัยเศรษฐกิจที่ต้องติดตามในประเทศ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2569 วันที่ 28 ตุลาคม และรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทยของธนาคารแห่งประเทศไทยวันที่ 30 ตุลาคม รวมถึงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังและภูมิภาค

ด้านต่างประเทศ จีนมีกำหนดรายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนกันยายน ส่วนสหรัฐฯ จะรายงานข้อมูลหลายรายการ อาทิ การจ้างงานภาคเอกชน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยอดขายบ้านใหม่ ดัชนีการผลิต ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) และ GDP ไตรมาส 3/2569

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 27-28 ตุลาคม ซึ่งจะแถลงผลอัตราดอกเบี้ยในเช้าวันที่ 29 ตุลาคม ตามด้วยการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันที่ 29 ตุลาคม และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 30 ตุลาคม รวมถึงผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้