thansettakij
thansettakij
ปปง.-ก.ล.ต.-บช.ก. ทลายเครือข่าย 'เบน สมิธ - ยิม เลียก' อายัดหุ้น-ทรัพย์สิน 2.6 หมื่นล้าน

ปปง.-ก.ล.ต.-CIB ทลายเครือข่าย 'เบน สมิธ - ยิม เลียก' อายัดหุ้น-ทรัพย์สิน 2.6 หมื่นล้าน

28 ต.ค. 69 | 05:50 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ต.ค. 69 | 05:50 น.

ปปง.-ก.ล.ต.-CIB ผนึกกำลังปฏิบัติการจับกุมเครือข่าย 'เบน สมิธ-ยิม เลียก' คดีฟอกเงินสแกมเมอร์ ก่อนนำไปซื้อหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ 6 ผู้ต้องหาหลบหนีต่างประเทศ ล่าสุด ปปง. อายัดทรัพย์เครือข่ายฯแล้ว 2.6 หมื่นล้าน พร้อมเปิดทางเหยื่อยื่นคุ้มครองสิทธิ์

KEY

POINTS

  • ปปง., ก.ล.ต. และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกันทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติของ 'เบน สมิธ' และ 'ยิม เลียก' พร้อมอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท
  • เครือข่ายนำเงินที่ได้จากการฉ้อโกงมาฟอกผ่านกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนนำกลับมาลงทุนซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยมูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านบาท
  • มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 6 รายที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ และแจ้งข้อหาหลัก ได้แก่ ร่วมกันฟอกเงิน, อั้งยี่ และความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

จากกรณีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายมหากาพย์ ฟอกเงินข้ามโลก ซ่อนเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนแปรสภาพเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ไทย" เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา

นำโดย พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ ACSC (Anti Cyber Scam Center) หรือ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ร่วมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อํานวยการศูนย์ ACSC, พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวน์วนาสัย ผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) และนายกมลสิทธิ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง.

ขยายผลทลายเครือข่ายข้ามชาติ

พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ ACSC กล่าวว่า ผลการปฏิบัติครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ ปปง., ก.ล.ต. และกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งสืบเนื่องจากการขยายผลจากคดีแรกที่กองปราบปรามได้จับกุมผู้ต้องหาหลอกนักลงทุนชาวต่างชาติมาลงทุนในไทย และคดีที่สองคือการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องหาเดียวกันโดยเป็นการขยายผลที่ใช้ระยะเวลาพอสมควร

ด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. เปิดเผยว่า บช.ก. ร่วมกับ ก.ล.ต. และ ปปง. ได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดหลบหนีอยู่ต่างประเทศ โดยกลุ่มผู้ต้องหากระทำความผิดมูลฐาน 2 กรณี ได้แก่ การฉ้อโกงนักธุรกิจชาวลาว และเงินที่ได้มาจากคดีแก๊งสแกมเมอร์

จากการสืบสวนพบเส้นทางการเงินจำนวนมากถูกนำมาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ผอ.ศูนย์ฯ จึงสั่งการให้ บช.ก. ประสานงานกับ ก.ล.ต. และ ปปง. ตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินและธุรกิจที่นำมาลงทุน ผลปรากฏว่า เงินดังกล่าวถูกยักย้ายถ่ายเทเข้าบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาเอง หรือเข้าบัญชีธนาคารในกัมพูชา จากนั้นใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านทางการเงินส่งต่อเข้ากองทุนในสิงคโปร์ ก่อนนำกลับมาซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน

เปิดผัง 4 กลุ่มผู้ต้องหาคนสำคัญ

ทั้งนี้ บช.ก. ได้ร่วมกับ ก.ล.ต. และ ปปง. ดำเนินการออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย และดำเนินการติดตามตัวหมายแจ้งข้อกล่าวหาอีก 1 ราย โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่:

กลุ่มที่ 1 (Mastermind / ผู้สั่งการ) นายเบน สมิธ มีหน้าที่วางแผนจัดการเกี่ยวกับการลงทุนในเงินที่ได้มาจากการฟอกเงิน

กลุ่มที่ 2 (ผู้จัดหาแหล่งลงทุน) นายยิม เลียก และนายยูจีน โดยเฉพาะนายยิม เลียก เป็นผู้กระทำความผิดร่วมในมูลฐานสแกมเมอร์ด้วย

กลุ่มที่ 3 (ผู้รับประโยชน์แฝง) ภรรยาของนายเบน สมิธ

กลุ่มที่ 4 (ผู้ประสานงานจัดหา/คัดเลือกหุ้นในตลาดฯ) นายณัฐกร และนายไคปิง

 

ปปง.-ก.ล.ต.-CIB ทลายเครือข่าย 'เบน สมิธ - ยิม เลียก' อายัดหุ้น-ทรัพย์สิน 2.6 หมื่นล้าน

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุว่า ได้รายงานผลการสืบสวนทั้งหมดให้ ก.ล.ต. และ ปปง. ทราบ ซึ่ง ปปง. ได้ดำเนินการยึดและอายัดเงินของกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 7 รายนี้ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว โดยเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา บช.ก. ได้เข้าตรวจค้นจุดเป้าหมาย 4 จุด ยึดเอกสารพยานหลักฐาน 6 รายการ ที่สำคัญคือเอกสารเกี่ยวกับกองทุน สัญญากู้เงิน และการถือครองคริปโต

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย เคยถูกออกหมายจับในคดีอื่นมาก่อนและมีการออกหมายแดง (Red Notice) ครบทุกราย ขณะที่นายณัฐกร ซึ่งถูกดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาในชั้นนี้ให้การปฏิเสธ

ปปง. ลุยอายัดทรัพย์สิน 2.6 หมื่นล้าน

ด้านนายกมลสิทธิ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. ชี้แจงว่า คดีนี้ ปปง. ได้ออกคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายนี้ทั้งสิ้น 5 คำสั่ง มูลค่ารวมประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย อสังหาริมทรัพย์ เงินในบัญชี และหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ที่กลุ่มเครือข่ายถือครอง คิดเป็นมูลค่าเฉพาะส่วนของหุ้นกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท

ทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัด ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์และบัญชีเงินฝากของกลุ่มผู้ต้องหา รวมถึงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 3 ตัว ได้แก่ BCPG (บริษัทในเครือบางจาก), VGI และ MFC โดย ปปง. พิจารณาจากมิติการเคลื่อนย้ายเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ซึ่งถูกส่งออกนอกประเทศก่อนนำกลับเข้ามาลงทุน

ปัจจุบัน ปปง. ได้ส่งสำนวนทรัพย์สินเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของผู้เสียหายแล้ว โดยจะใช้กระบวนการตามกฎหมายฟอกเงินประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ผู้เสียหาย (ทั้งจากการฉ้อโกงธรรมดาและฉ้อโกงประชาชน) เข้ามายื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ์ที่สำนักงาน ปปง. ต่อไป ส่วนที่เหลือจะให้ตกเป็นของแผ่นดิน

ปปง.-ก.ล.ต.-CIB ทลายเครือข่าย 'เบน สมิธ - ยิม เลียก' อายัดหุ้น-ทรัพย์สิน 2.6 หมื่นล้าน

"กองทุนต่างชาติ" เป็นนอมินี-ฮุบหุ้นเกินพิกัด

ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ติดตามกรณีนี้มาตั้งแต่ปี 2567 หลังพบว่าบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งอาจเกี่ยวพันกับกลุ่มบุคคลที่เข้ามาถือครองหุ้นผ่านการออกหุ้นเพิ่มทุนเสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement: PP) โดยมีกองทุนต่างประเทศ 3 กลุ่มได้รับจัดสรรรวมกว่า 8,850 ล้านบาท ได้แก่

กลุ่มที่ 1: CAI, Optimum Fund และ VCC เพื่อ EDH Investment จำนวน 2,900 ล้านหุ้น

กลุ่มที่ 2: Opus และ Charter Insurance จำนวน 2,200 ล้านหุ้น

กลุ่มที่ 3: Thai IR จำนวน 800 ล้านหุ้น

จากการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ พบว่า ผู้รับผลประโยชน์รายสุดท้ายที่แท้จริง (UBO) ของกองทุนทั้ง 3 กลุ่มเป็นคนกลุ่มเดียวกันภายใต้การวางแผนของนายเบน สมิธ ได้แก่ 

CAI มี นายยิม เป็น UBO

Opus มี นางสาวแคทลียา เป็น UBO

Thai IR มี นางสาวสุภารัตน์ เป็น UBO

เมื่อรวมการถือหุ้นแล้วพบว่าเกินร้อยละ 25 ของสิทธิออกเสียง แต่ไม่มีการรายงานในฐานะกลุ่มบุคคลเดียวกัน และไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) ตามเกณฑ์ นอกจากนี้ ในหุ้นอีกตัวที่มีข้อจำกัดให้ต่างชาติถือครองไม่เกินร้อยละ 5 เครือข่ายนี้ยังมีการถือหุ้นแทนกันรวมเกินร้อยละ 20 ก.ล.ต. จึงถือว่าเข้าข่ายกระทำการร่วมกัน (Acting in Concert)

ปปง.-ก.ล.ต.-CIB ทลายเครือข่าย 'เบน สมิธ - ยิม เลียก' อายัดหุ้น-ทรัพย์สิน 2.6 หมื่นล้าน

การดำเนินการในวันนี้จึงเป็นการกล่าวโทษความผิดตามมาตรา 246 และมาตรา 247 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ เกี่ยวกับหุ้นบริษัท วีจีไอ (VGI) ส่วนหลักทรัพย์อื่นอยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ก.ล.ต. และ ปปง. ยืนยันว่า มาตรการอายัดดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้กระทำความผิดในกระบวนการผันเส้นทางการเงินเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด การดำเนินการนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ หรือการดำเนินธุรกิจ โดยหุ้น VGI และหุ้นอื่นๆ ยังคงมีการซื้อขายตามปกติในตลาดหลักทรัพย์

แจ้ง 4 ข้อหาหนักเอาผิดเครือข่าย

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ผบก.ปอศ. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ครอบคลุม 4 ข้อหาหลัก ได้แก่ 

  • ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน
  • ร่วมกันเป็นอั้งยี่
  • ร่วมกันถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ตามมาตรา 247 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • ไม่รายงานกรณีการได้มาหรือจำหน่ายซึ่งหลักทรัพย์ ตามมาตรา 246 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ