
SCB กำไร Q3 ลด 4% เหลือ 1.07 หมื่นล้าน บอนด์กดดัน แต่ NIM ฟื้น
SCB กำไร Q3/69 10,677 ล้านบาท ลด 4% จากไตรมาสก่อน ถูกกดดันจากขาดทุนมูลค่าตราสารหนี้ แม้รายได้ดอกเบี้ยฟื้น NPL ธนาคารลดต่อเนื่อง 6 ไตรมาส ตั้งสำรองลด 13.8%
KEY
POINTS
- SCB มีกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท ลดลง 4% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากผลขาดทุนในการลงทุนตราสารหนี้
- แม้กำไรลดลง แต่ธุรกิจหลักยังคงแข็งแกร่ง โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิฟื้นตัว และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 3.07%
- สินเชื่อรวมขยายตัว 2.4% จากสิ้นปีก่อน ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมยังอยู่ในระดับสูง และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB รายงานผลการดำเนินงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จำนวน 10,677 ล้านบาท ลดลง 4% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันจากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารหนี้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้น
ขณะที่ธุรกิจหลักยังมีเสถียรภาพ ทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ฟื้นตัว รายได้ค่าธรรมเนียมที่อยู่ในระดับสูง การควบคุมค่าใช้จ่าย และการตั้งสำรองที่ลดลง สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2569 กลุ่มมีกำไรสุทธิ 31,989 ล้านบาท ลดลง 14.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิไตรมาส 3 อยู่ที่ 27,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับขึ้นเป็น 3.07%
ในส่วนสินเชื่อขยายตัว 2.4% จากสิ้นปีก่อน ตามแนวทางเติบโตอย่างคัดสรร โดยมีสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อดิจิทัลของกลุ่ม Gen 2 เป็นแรงขับเคลื่อน ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่นๆ อยู่ที่ 11,498 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ผลงาน 9 เดือนโต 12.8% สูงกว่าเป้า
ส่วนงวด 9 เดือนเติบโต 12.8% สูงกว่าเป้าหมายทั้งปี โดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้กิจกรรมลงทุนของลูกค้าชะลอลงจากระดับสูงเป็นพิเศษในช่วงครึ่งปีแรก ทั้งนี้ รายได้จากการลงทุนและการค้าพลิกเป็นขาดทุน 424 ล้านบาท เทียบกับกำไร 2,552 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า จากผลขาดทุนการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารหนี้
ทั้งนี้ SCBX ยังคงเดินหน้าควบคุมต้นทุน โดยค่าใช้จ่ายดำเนินงานอยู่ที่ 16,363 ล้านบาท ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน และ 6.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน สะท้อนการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติทั่วทั้งกลุ่ม
ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 42.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเนื่องจากรายได้จากการลงทุนลดลง ไม่ใช่จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่วนงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 42.1% สอดคล้องกับเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้
คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมทยอยปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารหนี้เชิงรุก การปรับโครงสร้างหนี้ การขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ และการตัดหนี้สูญอย่างคัดสรร สินเชื่อด้อยคุณภาพที่เกิดขึ้นใหม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ส่งผลให้อัตราส่วน NPL ของธนาคารลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 มาอยู่ที่ 2.95% ส่วน NPL ของกลุ่มอยู่ที่ 3.21% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.17% ในไตรมาสก่อน จากการปรับพอร์ตสินเชื่อของ AutoX ตามแผน
การตั้งสำรองลดลง 13.8% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้ Credit Cost ลดลงมาอยู่ที่ 1.37% ขณะที่ Coverage Ratio อยู่ที่ 159.4% และอัตราส่วนเงินกองทุนตามกฎหมายอยู่ที่ 18.5% สะท้อนระดับสำรองและเงินกองทุนที่ยังแข็งแกร่ง
เตรียมเปิด Virtual Bank
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBX กล่าวว่า ความผันผวนจากตลาดการเงินและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่กระจุกตัวในภาคส่งออกเกี่ยวกับเทคโนโลยีและธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อยยังเผชิญแรงกดดัน กลายเป็นบริบทสำคัญของการดำเนินธุรกิจ กลุ่มจึงยึดแนวทางเติบโตอย่างมีคุณภาพ ขยายฐานรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก
พร้อมกันนี้ กลุ่มเตรียมนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการดำเนินงาน รวมถึงเตรียมเปิดให้บริการธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) โดยให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของระบบและประสบการณ์ลูกค้า ควบคู่กับการช่วยเหลือลูกหนี้และผู้ประกอบการรายย่อยผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” การปรับโครงสร้างหนี้ และการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
สำหรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กร ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม SCBX ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 โดยบริษัทระบุว่าได้เตรียมความพร้อมร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง พร้อมสานต่อทิศทางเชิงกลยุทธ์ของกลุ่ม







