
BBL เปิดกำไรไตรมาส 3 วูบ 31% เหลือ 9.49 พันล้าน ฉุดกำไร 9 เดือนหด
BBL กำไรไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 9,489 ล้านบาท ลด 31% จากปีก่อน หลังรายได้ FVTPL ลดลง ส่วนกำไร 9 เดือนหด 21% เหลือ 29,981 ล้านบาท ขณะที่ผลขาดทุนเครดิตลด 13.9%
KEY
POINTS
- ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 อยู่ที่ 9,489 ล้านบาท ลดลง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- สาเหตุหลักที่กำไรลดลงมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่ปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด
- ในทางกลับกัน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารยังคงเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อและอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่สูงขึ้น
- ขณะที่ผลประกอบการรวม 9 เดือนแรกของปีมีกำไรสุทธิ 29,981 ล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ จำนวน 9,489 ล้านบาท ลดลง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 13,789 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้
ประกอบกับการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อเฉลี่ย ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด
สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ในไตรมาส 3/2569 ธนาคารพิจารณาตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงโดยยังคงยึดหลักความระมัดระวังในการตั้งสำรอง
กำไร 9 เดือนหดตัว 21%
ในขณะที่กำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2569 จำนวน 29,981 ล้านบาท ลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรเทา ภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.47
ทั้งนี้ การขยายตัวของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของธนาคารและชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง ส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน
ทางด้านที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของบริการประกันผ่านธนาคารและ บริการกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์จากกิจกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดทุนที่ปรับตัวดีขึ้น
พร้อมกันนี้ ธนาคารมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมควบคู่กับการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน ลดลงร้อยละ 4.6 และมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 48.2
สำหรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ลดลงร้อยละ 13.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการที่ธนาคารมีการตั้งสำรองภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง







