thansettakij
thansettakij
หุ้นประกันร่วงผวาค่าสินไหมพุ่ง โบรกชี้ไม่ซ้ำรอยปี 54 ลุ้นคลายกังวลหลังตั้งสำรอง Q3

หุ้นประกันร่วงผวาค่าสินไหมพุ่ง โบรกชี้ไม่ซ้ำรอยปี 54 ลุ้นคลายกังวลหลังตั้งสำรอง Q3

30 ก.ย. 69 | 07:18 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ย. 69 | 07:25 น.

น้ำท่วมกดดันหุ้นประกันจากความกังวลค่าสินไหม โบรกมองกระทบหลักในไตรมาส 3 ชู TIPH ทยอยสะสม พร้อมเปิดกลุ่มค้าปลีก–ซ่อมบ้านที่อาจรับอานิสงส์หลังน้ำลด

KEY

POINTS

  • หุ้นกลุ่มประกันภัยปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่องภาระค่าสินไหมทดแทนที่อาจพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วม
  • นักวิเคราะห์ประเมินว่าผลกระทบเป็นเพียงระยะสั้น และจะไม่ซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 2554 เนื่องจากน้ำท่วมครั้งนี้เป็นการกระจายตัว ไม่ใช่ความเสี่ยงเชิงระบบ
  • คาดว่าความกังวลของนักลงทุนจะคลี่คลายลงหลังจากบริษัทประกันภัยตั้งสำรองในไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นจังหวะในการเข้าซื้อสะสม

ราคาหุ้นในกลุ่มประกันภัยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องยกแผง สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อภาระการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและค่าสำรองสินไหมที่อาจพุ่งสูงขึ้น จากความเสียหายของรถยนต์และบ้านเรือนในหลายพื้นที่

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ประเมินสถานการณ์ดังกล่าวว่า เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น (Short-term impact) ที่จะกดดันผลการดำเนินงานเฉพาะในไตรมาสที่ 3 เท่านั้น

เนื่องจากรูปแบบของสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันไม่ได้เข้าลักษณะความเสี่ยงเชิงระบบที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด (Connected Risk) เหมือนมหาอุทกภัยปี 2554 เพราะเหตุการณ์ในปีนั้นน้ำท่วมได้เข้ากวาดพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนพร้อมกันเป็นจำนวนมากจนเกินฐานะทางการเงินของบริษัทประกันภัย

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันเป็นการกระจายตัวในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร จึงไม่ใช่ Connected Risk ที่จะสร้างความเสียหายรุนแรงจนบริษัทประกันภัยรับมือไม่ไหวหรือต้องเพิ่มทุน

"หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต เช่น ผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน ที่กดดันราคาหุ้นกลุ่มประกันภัยให้ปรับตัวลดลงจนถึงเดือนเมษายน แต่หลังจากที่บริษัทรับรู้ผลประกอบการและตั้งสำรองสินไหมไปแล้ว ราคาหุ้นก็สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ตามลำดับ"

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ดังนั้น เมื่อบริษัทประกันภัยรายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 และบันทึกการตั้งสำรองเรียบร้อยแล้ว ปัจจัยกดดันดังกล่าวจะคลี่คลายลงทันที

สำหรับความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจและสถานการณ์น้ำท่วม นายกิจพณ ระบุว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังต่ำกว่าปี 2554 ที่เคยสูงถึงประมาณ 4,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างมาก

โดยสภาวะน้ำท่วมรอบนี้มาจากฝนตกเจาะจงพื้นที่ สภาพภูมิประเทศ และปัญหาน้ำทะเลหนุนระบายน้ำไม่ทัน ไม่ใช่มวลน้ำหลากก้อนใหญ่จากภาคเหนือลงสู่ภาคกลาง แม้ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง แต่อาจมีมวลน้ำอีกระลอกเข้ามาตั้งแต่ช่วงวันที่ 4 เป็นต้นไป คาดว่าสถานการณ์น้ำและความกังวลในตลาดจะมีความชัดเจนภายใน 2 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า

ด้านผลกระทบต่อภาคธุรกิจ จากการสำรวจร้านค้าปลีก เช่น เซเว่น อีเลฟเว่น พบว่า มีสินค้าบนชั้นวางประมาณ 60% โดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมทานที่ลดลง ซึ่งในเวลานี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นผลมาจากยอดขายที่สูงขึ้น หรือเกิดจากปัญหาการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption) ในด้านการขนส่งและการเดินทางของพนักงาน

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ายังไม่มีโรงงานผลิตของคู่ค้าถูกน้ำท่วม โดยคาดว่าจะใช้เวลาประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนในอีก 1 ถึง 2 สัปดาห์

ด้านกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มประกันภัยนั่น ประเมินว่า หุ้นกลุ่มประกันภัยยังมีความน่าสนใจในระยะยาว และมองว่าช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่องน้ำท่วมเป็นจังหวะในการทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว

ราคาหุ้นในกลุ่มประกันภัยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องยกแผง สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อภาระการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและค่าสำรองสินไหมที่อาจพุ่งสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายแนะนำ TIPH เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากมีระดับราคาที่ไม่แพง โดยมีอัตราส่วน P/E อยู่ที่ประมาณ 13 เท่า และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงถึง 5% ถึง 6% โดยแนะนำกรอบราคาเข้าทยอยสะสม TIPH ที่บริเวณ 22-24 บาท

ทั้งนี้ ช่วงเดือนตุลาคมหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมและปัจจัยกังวลต่างๆ มีความชัดเจน จะเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับนักลงทุนในการเข้าซื้อและเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

น้ำท่วม ค่าสินไหมทดแทนพุ่ง กระทบหุ้นประกันภัย

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า น้ำท่วมยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม หลังฝนตกหนักถึงหนักมากและมีมวลน้ำจากภาคเหนือไหลสมทบพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้เกิดอุทกภัยใน 25 จังหวัด ครอบคลุม 128 อำเภอ ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องช่วงปลายเดือนกันยายน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและกระทบการเดินทาง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและริมคลอง

แม้ฝนมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกซ้ำและการระบายน้ำ ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 12 วัน รัฐบาลจึงประกาศให้กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษวันที่ 28–29 กันยายน เพื่อลดผลกระทบและการเดินทางของประชาชน

ทางฝ่ายประเมินว่า น้ำท่วมอาจกระทบ SET Index ระยะสั้นผ่านความเชื่อมั่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ผลต่อผลประกอบการโดยรวมยังไม่มาก ขณะที่บริษัทประกันภัย เช่น TIPH, TVH, MTI, BKI และ AYUD อาจได้รับผลจากการจ่ายค่าสินไหมทดแทน

หุ้นค้าปลีก-ซ่อมแซมบ้านรับอานิสงส์

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด มองว่า เหตุน้ำท่วมฉับพลันในกรุงเทพฯ อาจทำให้หุ้นบางกลุ่มผันผวนระยะสั้น โดยหุ้นประกันภัยที่มีพอร์ตประกันรถยนต์และทรัพย์สิน เช่น TIPH และ THRE อาจถูกกดดันจากความกังวลเรื่องต้นทุนเคลมและเงินสำรอง

กลุ่มธุรกิจที่พึ่งพาการเดินทางของผู้บริโภค เช่น ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารอย่าง CRC และ CPN รวมถึงระบบขนส่งมวลชนอย่าง BEM และ BTS อาจได้รับผลกระทบหากผู้ใช้บริการลดลงชั่วคราว

ในทางกลับกัน ร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นอย่าง CPALL, BJC และ CPAXT อาจได้แรงหนุนจากการซื้อสินค้าเพื่อกักตุน ส่วน HMPRO และ TOA อาจได้รับประโยชน์จากความต้องการซ่อมแซมบ้านและซื้อวัสดุก่อสร้างหลังน้ำลด

หุ้นประกันภัยดิ่งยกแผง

ราคาหุ้นบริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH วันนี้ (30 กันยายน 2569) ณ เวลา 13:51 น. อยู่ที่ระดับ 10.30 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 0.96% ในช่วงระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 10.50-10.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 0.43 ล้านบาท

ราคาหุ้นบริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI อยู่ที่ระดับ 12.20 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 3.17% ในช่วงระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 12.50-12.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 0.37 ล้านบาท

ราคาหุ้นบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH อยู่ที่ระดับ 24.40 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 0.41% ในช่วงระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 24.50-24.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 11.48 ล้านบาท

ราคาหุ้นบริษัท อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AYUD อยู่ที่ระดับ 42.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 3.45% ในช่วงระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 43.75-42.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 0.17 ล้านบาท

ราคาหุ้นบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI อยู่ที่ระดับ 21.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 2.33% ในช่วงระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 21.40-21.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 0.16 ล้านบาท

ราคาหุ้นบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI อยู่ที่ระดับ 11.20 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 0.88% ในช่วงระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 11.40-11.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 221.03 ล้านบาท

ราคาหุ้นบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE อยู่ที่ระดับ 0.56 บาท ลดลง 0.01  บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 1.75% ในช่วงระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 0.58-0.55 บาท มูลค่าซื้อขาย 3.29 ล้านบาท

ราคาหุ้นบริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL อยู่ที่ระดับ 1.22 บาท ลดลง 0.01 บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 0.81% ในช่วงระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1.23-1.22 บาท มูลค่าซื้อขาย 0.08 ล้านบาท

ราคาหุ้นบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA อยู่ที่ระดับ 23.30 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 0.85% ในช่วงระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 23.60-23.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 24.93 ล้านบาท