thansettakij
thansettakij
เปิดสถิติหุ้นช่วงน้ำท่วมปี 54 กูรูชี้กลุ่มปิโตรเคมี-วัสดุก่อสร้างเด่นหลังน้ำคลี่คลาย

เปิดสถิติหุ้นช่วงน้ำท่วมปี 54 กูรูชี้กลุ่มปิโตรเคมี-วัสดุก่อสร้างเด่นหลังน้ำคลี่คลาย

28 ก.ย. 69 | 06:08 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ย. 69 | 06:10 น.

โบรกมองน้ำท่วมรอบนี้กระทบจำกัด ห่างไกลปี 54 เปิดสถิติ 1 เดือนหลังเหตุการณ์คลี่คลาย หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี บวก 32% วัสดุก่อสร้าง 22% พร้อมแนะ CPALL-TU รับปัจจัยหนุนครึ่งปีหลัง

KEY

POINTS

  • นักวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันยังไม่รุนแรงและมีผลกระทบจำกัดเมื่อเทียบกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554
  • อ้างอิงสถิติหลังสถานการณ์น้ำท่วมปี 2554 คลี่คลาย พบว่ากลุ่มหุ้นที่ฟื้นตัวและปรับตัวขึ้นโดดเด่น (Outperform) คือ กลุ่มปิโตรเคมี (+32%) วัสดุก่อสร้าง (+22%) และบรรจุภัณฑ์ (+18%)
  • ในช่วงที่เกิดเหตุน้ำท่วมปี 2554 กลุ่มปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยราคาหุ้นปรับตัวลงกว่า 40%

บล. พาย ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงว่า ยังจำกัดและห่างไกลจากปี 2554 ซึ่งกระทบ 74 จังหวัดและนิคมอุตสาหกรรม โดยระดับน้ำเริ่มลดลง ผลกระทบระยะสั้นจึงอยู่ที่การท่องเที่ยวและการบริโภคเพียงเล็กน้อย พร้อมอ้างสถิติหลังน้ำท่วมปี 2554 ว่ากลุ่มปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวเด่น และแนะนำ CPALL กับ TU จากปัจจัยหนุนครึ่งปีหลัง ขณะที่ SET ภาคเช้าวันที่ 28 กันยายน 2569 ปิดที่ 1,599.50 จุด หลุดระดับ 1,600 จุดลงมา 8.13 จุด

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อประเด็นน้ำท่วมกับการลงทุนว่า ในเชิงกลยุทธ์ประเมินน้ำท่วมรอบปัจจุบันสถานการณ์ยังห่างไกลเมื่อเทียบกับปี 2554

เพราะในปี 2554 ประเทศไทยเผชิญกับลานีญาที่ปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติและกินพื้นที่มากถึง 74 จังหวัด ครอบคลุมเขตพื้นที่เศรษฐกิจโดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมช่วงอยุธยา แต่กับรอบปัจจุบันกดดันเพียงบางพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงเท่านั้น

ขณะที่ปัจจุบันระดับน้ำเริ่มลดลงและหน่วยงานรัฐประเมินว่าใกล้จะกลับมาเป็นปกติสำหรับการเดินทาง ระยะสั้นมองผลกระทบต่อกลุ่มท่องเที่ยว การบริโภค (เล็กน้อย) เพราะอีกส่วนได้แรงกระตุ้นจากการกักตุนอาหาร

อิงสถิติปี 2554 พบว่า กลุ่มที่ดีกว่าภาพรวมของตลาด (Outperform) ช่วงเกิดเหตุการณ์ ได้แก่ การแพทย์ (-1.4%) ICT (-5.1%) REIT (-7.5%) Commerce (-12.6%) และ Underperform ได้แก่ PETRO -43% PACK -42% ETRON -34% แต่หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย 1 เดือนให้หลังพบ Sector Outperform ได้แก่ PETRO +32% วัสดุก่อสร้าง +22% Pack +18%

หุ้นแนะนำ

  • CPALL : มองแนวโน้ม SSSG และกำไรช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสไม่มากนักจากอิงจาก SSSG เดือน มิ.ย. 2569 ที่ทรงตัวได้เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ประกอบกับกำลังซื้อผู้บริโภคทยอยดีขึ้น (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 61 บาท)
  • TU : ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ที่มีข่าวดีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นช่วง Peak ของการส่งออก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงและประเทศอังกฤษ ปรับลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จาก 24% จะหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้อย่างต่อเนื่อง (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 15.4 บาท)

หุ้นไทยภาคเช้าปิดลบ 8.13 จุด หลุดเส้น 1,600 จุด

สำหรับความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 28 กันยายน 2569 ดัชนี SET Index ปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา  12:47 น. ที่ระดับ 1,599.50 จุด ลดลง 8.13 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.51% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,606.24-1,594.93 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 29,638.21 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • DELTA ราคา 259.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.52% มูลค่าซื้อขาย 2,530.04 ล้านบาท
  • PTT ราคา 42.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.58% มูลค่าซื้อขาย 2,386.58 ล้านบาท
  • KTB ราคา 43.75 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.13% มูลค่าซื้อขาย 1,685.81 ล้านบาท
  • CPALL ราคา 43.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.57% มูลค่าซื้อขาย 1,335.24 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 251.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.40% มูลค่าซื้อขาย 923.02 ล้านบาท