
เปิดสถิติหุ้นไทยเดือนส.ค. SET พักฐาน ต่างชาติขาย แต่กำไรบจ.ยังโตแรง
SET ส.ค.พักฐาน 1.8% แต่ 8 เดือนยังพุ่ง 26.6% รับกำไรบจ.โต 22.2% ต่างชาติซื้อสุทธิ 5.1 หมื่นล้าน ขณะที่ปันผลตลาดไทยสูงกว่าเอเชีย
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) เดือนสิงหาคมปรับตัวลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า จากแรงกดดันของปัจจัยต่างประเทศ
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในเดือนสิงหาคมเป็นมูลค่า 24,681 ล้านบาท แต่ภาพรวม 8 เดือนแรกของปียังคงเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ
- ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง โดยกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปีเติบโต 22.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ตลาดหุ้นไทย สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังเพิ่มขึ้น 26.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 โดยตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประกอบกับความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จากปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลการคลัง รวมถึงทิศทางจากการประชุม Jackson Hole ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นและเงินดอลลาร์แข็งค่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อกระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยในเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 746 ล้านดอลลาร์ แต่ยังคงซื้อสุทธิสะสม 1.6 พันล้านดอลลาร์นับจากต้นปี
ปัจจัยต่างประเทศกดดัน SET เดือนส.ค. พักฐาน
นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แม้ตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคมจะพักฐานและเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ แต่ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังมีสัญญาณสนับสนุน
โดยด้านเศรษฐกิจ แม้ GDP ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวชะลอลง แต่มีการปรับเพิ่มประมาณการ GDP ทั้งปี ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capex) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าแรงส่งจากการลงทุนมีความชัดเจนมากขึ้น
ส่วนผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง โดยกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 22.2% จากปีก่อน โดยการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) อย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ SET Index มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีในระดับที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับหลายตลาด ขณะที่แรงขับเคลื่อนของตลาดเริ่มกระจายไปยังหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น
เปิดสถิติภาวะตลาดหุ้นไทยเดือนส.ค.
ณ สิ้นเดือนสิงหาคม SET Index ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 26.6% จากสิ้นปี 2568 โดยในเดือนสิงหาคมนี้ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มทรัพยากรให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่น ขณะที่นับตั้งแต่ต้นปี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากรยังคงให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด
นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 75,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 69,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 24,681 ล้านบาทในเดือนสิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิ 51,183 ล้านบาท ด้านผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 55.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 30.8% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและบริษัทหลักทรัพย์ในสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 6.9%
ทั้งนี้ ในเดือนสิงหาคม 2569 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายในตลาด mai จำนวน 1 บริษัท ได้แก่ บมจ. กลุ่มภัทร (PHAT)
สำหรับ Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 14.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.2 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 15.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.5 เท่า
ในแง่ของอัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 4.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.8%
ภาวะตลาด TFEX เดือนส.ค.
ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 463,401 สัญญา ลดลง 17.7% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 542,985 สัญญา เพิ่มขึ้น 29.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน







