
PDP 2026 ปลุกหุ้นไฟฟ้า-นิคม-ไอซีที รับคลื่นลงทุน Data Center
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ PDP 2026 ดันพลังงานสะอาด-Smart Grid-Direct PPA รับดีมานด์ Data Center พร้อมชี้กลุ่มหุ้นได้ประโยชน์ตรงและทางอ้อม
KEY
POINTS
- แผน PDP 2026 มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีพอร์ตพลังงานหมุนเวียน
- การลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA, AMATA) ในการดึงดูดการลงทุนจาก Data Center
- การขยายตัวของ Data Center ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากความมั่นคงด้านพลังงาน จะสร้างอานิสงส์ต่อเนื่องไปยังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร (ICT) ที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบโครงข่าย
ร่าง PDP 2026 จ่อเปลี่ยนโฉมโครงสร้างธุรกิจพลังงานไทย เปิดทางลงทุนตั้งแต่โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ระบบสายส่ง Smart Grid ไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน Data Center “ยูโอบี เคย์เฮียน” ชี้ GUNKUL-GULF-GPSC-BGRIM รับประโยชน์ตรง ขณะที่ GUNKUL-QTC-WHA-AMATA-ILINK-ALT มีโอกาสรับอานิสงส์ตามการลงทุนและความต้องการใช้ไฟฟ้าก้อนใหม่
PDP 2026 เปิดเกมลงทุนพลังงานสะอาด
ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 กำลังกลายเป็นมากกว่าแผนจัดหาไฟฟ้า เพราะทุกเมกะวัตต์ที่จะถูกบรรจุลงในแผนย่อมหมายถึงทิศทางเงินลงทุน โครงการโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง และโอกาสทางธุรกิจที่จะกระจายไปตลอดห่วงโซ่พลังงาน
โจทย์ใหญ่ของ PDP 2026 ไม่ได้มีเพียงการเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดเพื่อพาประเทศไปสู่เป้าหมาย Net Zero แต่ยังต้องสร้างระบบไฟฟ้าที่มั่นคง รองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนซึ่งมีความผันผวน รวมถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าก้อนใหม่จาก Data Center ปัญญาประดิษฐ์ รถยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ได้เปิดทางให้เฉพาะหุ้นโรงไฟฟ้า แต่กำลังขยายวงไปถึงผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า ผู้รับเหมาระบบสายส่ง นิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนธุรกิจโครงข่ายสื่อสาร คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนจึงไม่ใช่เพียงหุ้นตัวไหนได้ประโยชน์ แต่ต้องมองต่อไปว่า บริษัทใดมีโครงการ ทำเล และความพร้อมมากพอที่จะเปลี่ยนนโยบายบนกระดาษให้กลายเป็นรายได้และกำไรจริง
ประโยชน์ PDP 2026 สู่ตลาดทุน
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรงจากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2026) คือ กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะบริษัทที่มีพอร์ตพลังงานหมุนเวียนและมีโครงการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
หัวใจสำคัญของ PDP 2026 คือ การเพิ่มบทบาทของพลังงานสะอาดในระบบผลิตไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยภาครัฐวางเป้าหมายระยะยาวให้สัดส่วนไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและกลไกซื้อขายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม
ทั้งนี้ ตัวเลขสัดส่วนพลังงานทดแทนจากประมาณ 51% เพิ่มขึ้นสู่ราว 70% เป็นกรอบประมาณการที่ฝ่ายวิเคราะห์ใช้อ้างอิง ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของกระทรวงพลังงานระบุเป้าหมายไฟฟ้าพลังงานสะอาดระยะยาวที่ประมาณ 60% ภายในปี 2050 ดังนั้น นักลงทุนยังต้องติดตามรายละเอียดและตัวเลขสุดท้ายหลังร่างแผนผ่านกระบวนการพิจารณาและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
เปิดโผหุ้นโรงไฟฟ้ารับประโยชน์ตรง
สำหรับหุ้นที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์โดยตรง ทางฝ่ายมองความน่าสนใจไปยัง GUNKUL, GULF, GPSC และ BGRIM เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีธุรกิจผลิตไฟฟ้าและมีพอร์ตหรือแผนขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนอยู่แล้ว
โดยระดับประโยชน์ที่แต่ละบริษัทจะได้รับไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับพื้นที่ตั้งโครงการ ความพร้อมของระบบสายส่ง สัญญาซื้อขายไฟฟ้า แหล่งเงินทุน และความสามารถในการรองรับลูกค้าที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง
ปัจจัยด้านทำเลมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักที่ผู้ประกอบการ Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเลือกใช้เป็นฐานลงทุน
ผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีโครงการอยู่ใกล้กลุ่มลูกค้าดังกล่าว หรือสามารถเชื่อมโยงไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมมีโอกาสเปลี่ยนการเติบโตของ Data Center ให้เป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและรายได้จริงได้เร็วกว่าผู้ประกอบการที่ไม่มีสินทรัพย์รองรับในพื้นที่ยุทธศาสตร์
Smart Grid เปิดโอกาส GUNKUL-QTC
นอกจากผู้ผลิตไฟฟ้าแล้ว ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและปรับปรุงระบบสายส่งจะเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจาก PDP 2026 โดยหุ้นที่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าน่าจับตา ได้แก่ GUNKUL และ QTC
ระบบไฟฟ้าแบบเดิมถูกออกแบบให้ส่งไฟฟ้าทิศทางเดียวจากโรงไฟฟ้าไปยังผู้ใช้ แต่เมื่อพลังงานหมุนเวียน โซลาร์รูฟท็อป ระบบกักเก็บพลังงาน และรถยนต์ไฟฟ้ามีบทบาทเพิ่มขึ้น การไหลของไฟฟ้าจะซับซ้อนและเกิดขึ้นได้ทั้งสองทิศทาง ผู้ใช้ไฟบางรายสามารถเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ผลิตและขายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบได้
โครงข่ายไฟฟ้าจึงต้องพัฒนาไปสู่ Smart Grid ซึ่งสามารถบริหารการผลิตและการใช้ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ พร้อมเชื่อมโยง Smart Meter ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant) และมาตรการตอบสนองด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) เข้าด้วยกัน
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานระบุว่า การยกระดับโครงข่ายดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการรองรับพลังงานหมุนเวียน Data Center และรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมรักษาเสถียรภาพของระบบในช่วงที่การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมมีความผันผวน
การลงทุนจึงมีโอกาสกระจายไปยังหม้อแปลงไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อย อุปกรณ์ควบคุมระบบ สายส่ง ซอฟต์แวร์บริหารจัดการพลังงาน และระบบกักเก็บไฟฟ้า ซึ่งเป็นห่วงโซ่ที่นักลงทุนควรจับตาควบคู่กับหุ้นโรงไฟฟ้า
Direct PPA หนุนนิคม WHA-AMATA
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาดทำสัญญาขายไฟแก่ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ผ่านระบบโครงข่ายของการไฟฟ้า
กลุ่มที่มีโอกาสได้รับประโยชน์ ได้แก่ ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม เช่น WHA และ AMATA เนื่องจากมีฐานที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค และลูกค้าอุตสาหกรรมอยู่แล้ว โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่ม Data Center ซึ่งให้ความสำคัญกับความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและความสามารถในการตรวจสอบแหล่งที่มาของพลังงานสะอาด
ก่อนหน้านี้ กระทรวงพลังงานได้ผลักดันโครงการ Direct PPA ขนาด 2,000 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยประเมินว่าจะก่อให้เกิดเงินลงทุนราว 65,000 ล้านบาท ขณะที่การพัฒนาระบบไฟฟ้าในพื้นที่ EEC มีเป้าหมายรองรับ Data Center อย่างน้อย 16 ราย และความต้องการไฟฟ้ามากกว่า 800 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ ประโยชน์ที่จะเกิดกับ WHA และ AMATA ต้องพิจารณาทั้งรายได้จากการขายที่ดิน ค่าสาธารณูปโภค ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงการลงทุนผ่านบริษัทย่อยด้านพลังงาน ไม่ควรประเมินจากยอดขายที่ดินเพียงมิติเดียว
ILINK-ALT รับอานิสงส์ปลายทางจาก Data Center
ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและโครงข่ายสื่อสาร เช่น ILINK และ ALT ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ PDP 2026 โดยตรง เนื่องจากธุรกิจหลักอยู่ในด้านระบบสายสื่อสาร การเชื่อมต่อโครงข่าย และโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม
อย่างไรก็ตาม หาก PDP 2026 ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านไฟฟ้าและสนับสนุนให้ Data Center เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ความต้องการวางระบบโครงข่าย สายเคเบิลใยแก้วนำแสง การเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล และระบบเคเบิลใต้น้ำก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น ทั้ง ILINK และ ALT จึงจัดเป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์ในลำดับถัดไป โดยจังหวะรับรู้ประโยชน์จะขึ้นอยู่กับการเกิดขึ้นจริงของโครงการ Data Center การเปิดประมูลงาน และความสามารถของแต่ละบริษัทในการคว้าสัญญา มากกว่าการประกาศแผน PDP เพียงอย่างเดียว







