
จับตาสิ้นปี 69 เงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยแตะแสนล้าน ชูแบงก์-AOT เข้าตา
3 โบรกประเมินฟันด์โฟลว์ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยปี 2569 มีลุ้นแตะ 1 แสนล้านบาท แต่ไม่ถึง 1.6-2 แสนล้าน ชูบาทแข็ง-กำไร บจ.โตหนุน จับตาช่องแคบฮอร์มุซ
KEY
POINTS
- นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติมีโอกาสแตะระดับ 100,000 ล้านบาทได้ภายในสิ้นปี 2569
- หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นเป้าหมายหลักในการเข้าซื้อของต่างชาติ และคาดว่าเงินทุนจะเริ่มหมุนเข้าสู่กลุ่มท่องเที่ยว โดยเฉพาะหุ้น AOT ในระยะต่อไป
- ปัจจัยบวกที่ดึงดูดเงินทุนไหลเข้าคือค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผลประกอบการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องติดตาม
ทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 นี้ ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด จากข้อมูลภาพรวมยอดซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 70,000 ล้านบาท
ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่ยอดซื้อสุทธิสะสมของต่างชาติจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 160,000 ถึง 200,000 ล้านบาทในสิ้นปีนี้
ยอดต่างชาติซื้อสะสมสิ้นปีแสนล้าน
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองต่อประเด็นนี้ว่า ยอดซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติไม่มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 200,000 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน
โดยประเมินว่าหากยอดซื้อสุทธิเมื่อสิ้นปีสามารถแตะระดับ 100,000 ล้านบาทได้ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมากแล้ว เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติได้ทยอยไหลเข้ามาในช่วงครึ่งปีแรกไปค่อนข้างมากแล้ว ทั้งนี้ โอกาสที่กระแสเงินทุนจะไหลเข้ามาเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลังยังคงมีอยู่ และปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการเทขายหุ้นไทยอย่างรุนแรงจากนักลงทุนต่างชาติแต่อย่างใด
สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดที่มีรายงานยอดขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 8,000 ล้านบาทในวันเดียวนั้น นายประกิตชี้แจงว่ายอดขายดังกล่าวไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไป แต่เป็นรายการซื้อขายบิ๊กล็อต (Big Lot) ของหุ้นธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ซึ่งหากหักรายการบิ๊กล็อตนี้ออกไป ภาพรวมของวันดังกล่าวจะยังคงเป็นยอดซื้อสุทธิของต่างชาติด้วยซ้ำ
อีกทั้งตลาดหุ้นไทยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนด้านความเชื่อมั่นจากโมเมนตัมการแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของค่าเงินบาท ซึ่งได้รับการเกื้อหนุนจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด โดยอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการจูงใจให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้า
ประกอบกับผลประกอบการและกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันตลาดหุ้นไทยก็ไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากการปรับพอร์ตของ MSCI โดยในการปรับน้ำหนักรอบล่าสุด ตลาดหุ้นไทยยังมีกระแสเงินทุนไหลเข้าเพิ่มเติมประมาณ 600 ถึง 700 ล้านบาท
สงครามฮอร์มุซชี้ชะตาเม็ดเงินลงทุน
อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่ต้องติดตามและจะมีผลต่อทิศทางกระแสเงินทุนไหลเข้าคือ สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นการเปิดหรือปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ซึ่งหากช่องแคบดังกล่าวไม่เปิดใช้งาน กระแสเงินทุนต่างชาติย่อมได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
แต่หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดใช้งานได้ตามปกติ กระแสเงินทุนต่างชาติก็จะสามารถไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้อย่างต่อเนื่องจากปัจจัยบาทแข็งค่าและกำไรบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในเกณฑ์ดี
ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ นายประกิตระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นกลุ่มหลักที่ต่างชาติเข้าซื้อมากที่สุด ตามมาด้วยกลุ่มพลังงาน
ขณะที่ในระยะถัดไป คาดการณ์ว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะเริ่มหมุนเวียนเข้าสู่กลุ่มท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT
ครึ่งปีหลังโฟลว์เข้าต่อ
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทางฝ่ายคาดกระแสเงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าเฉลี่ยรวมประมาณ 100,000 ล้านบาทในปี 2569 นี้
โดยไม่ได้คาดว่าเงินที่ไหลอออกไป จะไหลกลับเข้ามาทั้งหมด เพราะเม็ดเงินลงทุนถูกดูดซับจาก Balance Sheet ของเฟดที่ลดลง เพราะฉะนั้น การไหลเข้าของเงินลงทุนที่ระดับ 20-30% ของที่ออกไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากว่า 450,000 ล้านบาท จึงเป็นสิ่งที่พอคาดหวังได้
บอนด์ยิลด์ลงแรงหนุนกระแสเงินทุนต่างชาติ
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์อัตราผลตอบแทนของพันธบัตร (บอนด์ยิลด์) สหรัฐฯ ที่ปรับลงแรงอาจหนุนอัตราผลตอบแทนบอนด์ยิลด์ไทยลดลงเช่นกัน
ซึ่งจะดีกับตลาดหุ้นในภาพรวมและกลุ่ม Non Bank เมื่อวานนี้อาจเห็น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 8,700 ล้านบาท แต่เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจาก BIG LOT หุ้น TTB มูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเม็ดเงินทุนต่างชาติมีโอกาสซื้อสุทธิต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 2569 นี้ ปัจจัยหลักจากการเมืองที่นิ่งมากขึ้น ส่งผลให้คราดการณ์ว่าการซื้อสุทธิเฉลี่ยรวมสิ้นปีอาจแตะที่กว่า 100,000 ล้านบาทได้แน่ แต่อาจไม่ได้สูงถึง 160,000-200,000 ล้านบาท







