
SPCG เปลี่ยนขั้วผู้ถือหุ้นใหญ่ กลุ่มทุนใหม่ถือ 57.46% เทนเดอร์ฯ หุ้นละ 9.11 บาท
SPCG เปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ หลังกลุ่มผู้ซื้อเข้าถือหุ้นรวม 57.46% เตรียมทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์หุ้นที่เหลือทั้งหมดในราคาหุ้นละ 9.11 บาท พร้อมปรับคณะกรรมการและฝ่ายบริหารชุดใหม่
KEY
POINTS
- กลุ่มทุนใหม่ 4 รายเข้าซื้อหุ้น SPCG จำนวน 57.46% จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม นำโดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งสำคัญ
- เนื่องจากการเข้าถือหุ้นเกิน 50% กลุ่มผู้ซื้อจึงมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด (Mandatory Tender Offer) ในราคาหุ้นละ 9.11 บาท
- กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ยืนยันว่าไม่มีแผนที่จะเพิกถอนหุ้น SPCG ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และไม่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หลักของธุรกิจใน 12 เดือนข้างหน้า
นางสาวปาริฉัตร ไส้เพี้ย เลขานุการบริษัท บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 รับทราบการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการซื้อขายหุ้นระหว่าง ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และผู้ถือหุ้นรายอื่นในฐานะกลุ่มผู้ขาย กับผู้ซื้อ 4 ราย ได้แก่ นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ บริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด Premia Global Limited และบริษัท พรีเมีย โกลบอล ไทย จำกัด
ธุรกรรมมีจำนวนรวม 606,690,726 หุ้น คิดเป็น 57.46% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ SPCG ส่งผลให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่และอำนาจควบคุมกิจการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
เปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ชุดใหม่
ภายหลังการทำรายการ กลุ่มผู้ซื้อทั้ง 4 รายถือหุ้น SPCG รวมกัน 57.46% แบ่งเป็น
- บริษัท เจอาร์ที กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ถือหุ้น 265,888,888 หุ้น หรือ 25.18%
- Premia Global Limited ถือหุ้น 225,888,888 หุ้น หรือ 21.40%
- นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ถือหุ้น 74,610,050 หุ้น หรือ 7.07%
- บริษัท พรีเมีย โกลบอล ไทย จำกัด ถือหุ้น 40,302,900 หุ้น หรือ 3.82%
ขณะที่ ดร.วันดี ซึ่งเดิมถือหุ้น 486,551,676 หุ้น หรือ 46.08% ไม่ปรากฏการถือหุ้นภายหลังการทำรายการ เช่นเดียวกับ Kyocera Corporation ซึ่งเดิมถือหุ้น 63.50 ล้านหุ้น หรือ 6.01% และนายโชคชัย เศรษฐีวรรณ ซึ่งเดิมถือหุ้น 5.40 ล้านหุ้น หรือ 0.51%
เมื่อคำนวณจากราคาเสนอซื้อหุ้นละ 9.11 บาท หุ้นที่กลุ่มผู้ซื้อรับโอนจำนวน 606.69 ล้านหุ้นมีมูลค่าประมาณ 5,526.95 ล้านบาท
เทนเดอร์ฯ หุ้นละ 9.11 บาท
ภายหลังเข้าถือหุ้นรวมเกินกว่า 50% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด กลุ่มผู้ซื้อมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของ SPCG ตามหลักเกณฑ์การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ หรือ Mandatory Tender Offer
ผู้ทำคำเสนอซื้อประกอบด้วยผู้ซื้อทั้ง 4 ราย และนายเกรียงไกร จารุทวี รวมเป็น 5 ราย โดยกำหนดราคาเสนอซื้อหุ้น SPCG ที่หุ้นละ 9.11 บาท ผู้ถือหุ้นที่ตอบรับคำเสนอซื้อจะได้รับเงินสุทธิหุ้นละ 9.08563075 บาท หลังหักค่าธรรมเนียมและภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้อง
กำหนดระยะเวลารับซื้อระหว่างวันที่ 4 กันยายน–8 ตุลาคม 2569 และชำระราคาวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด เป็นตัวแทนรับซื้อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับหุ้นที่กลุ่มผู้ซื้อยังไม่ได้ถือครองมีจำนวนประมาณ 449.10 ล้านหุ้น หรือ 42.54% หากผู้ถือหุ้นส่วนน้อยตอบรับคำเสนอซื้อทั้งหมด จะต้องใช้เงินสำหรับรับซื้อเพิ่มเติมสูงสุดประมาณ 4,091.29 ล้านบาท ทั้งนี้ วงเงินจริงขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นที่นำมาเสนอขาย
ไม่เพิกถอนหุ้น–คงธุรกิจหลัก
กลุ่มผู้ทำคำเสนอซื้อระบุว่า การทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ครั้งนี้ไม่ใช่การทำคำเสนอซื้อเพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ และไม่มีแผนนำหุ้น SPCG ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
นอกจากนี้ ไม่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หลักในการประกอบธุรกิจของ SPCG อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 12 เดือนนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาทำคำเสนอซื้อ
ส่วนรายละเอียดนโยบายและแผนงานภายหลังการเข้าควบคุมกิจการ นักลงทุนควรติดตามแบบคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ หรือแบบ 247-4 ซึ่งผู้ทำคำเสนอซื้อจะยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในวันที่ 1 กันยายน 2569
กรรมการ 3 รายลาออกก่อนครบวาระ
SPCG ยังแจ้งการลาออกก่อนครบวาระของกรรมการ 3 ราย มีผลวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ประกอบด้วย
- ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ และประธานกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
- นางสาวออมสิน ศิริ ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานกรรมการการลงทุน
- นางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย ลาออกจากตำแหน่งกรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
ปรับคณะกรรมการรับผู้ถือหุ้นใหม่
คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ได้แก่
- นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล เป็นประธานกรรมการ กรรมการอิสระ และกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
- นายแอลเลน ย่า-หลุน หวั่ง เป็นกรรมการ
- นายเกรียงศักดิ์ จารุทวี เป็นกรรมการ และกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
นอกจากนี้ บริษัทแต่งตั้งนายพรทัต อมตวิวัฒน์ เป็นกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ นายเคอข่าย หว่อง (Mr. Kurkye Wong) เป็นกรรมการ และนายอาร์โนลด์ ทิน ชี อิป (Mr. Arnold Tin Chee IP) เป็นกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ มีผลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569
ด้านโครงสร้างฝ่ายบริหาร นายวุฒิชัย ตันกุรานันท์ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบัญชีและการเงิน และดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน หรือ CFO มีผลตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569
ส่วนตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งว่างลงภายหลังการลาออกของนางสาวออมสิน ศิริ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมต่อไป







