thansettakij
thansettakij
หุ้นพลังงานคึกรับน้ำมันขาขึ้น ดัน SET Index บวก 10 จุด ยืน 1,620.23 จุด

หุ้นพลังงานคึกรับน้ำมันขาขึ้น ดัน SET Index บวก 10 จุด ยืน 1,620.23 จุด

21 ส.ค. 69 | 04:15 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ส.ค. 69 | 04:16 น.

หุ้นไทยเช้าบวก 10.24 จุด รับแรงซื้อพลังงาน-ปิโตรเคมี หลังราคาน้ำมันฟื้น โบรกมอง SET กรอบ 1,600-1,625 จุด แนะ Trading พร้อมชู BBL-PR9 หุ้นเด่น

KEY

POINTS

  • ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.24 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,620.23 จุด
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นคึกคัก ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกที่ฟื้นตัวขึ้นกว่า 2%
  • ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการกดดันอิหร่าน

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 21 สิงหาคม 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 10:57 น. ที่ระดับ 1,620.23 จุด เพิ่มขึ้น 10.24 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.64% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,624.36-1,613.67 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 27,464.98 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • PTTGC ราคา 42.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท หรือ 8.33% มูลค่าซื้อขาย 2,559.18 ล้านบาท
  • TTB ราคา 2.92 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท หรือ 2.82% มูลค่าซื้อขาย 1,835.55 ล้านบาท
  • PTT ราคา 41.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.23% มูลค่าซื้อขาย 1,720.22 ล้านบาท
  • AOT ราคา 66.50 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.37% มูลค่าซื้อขาย 1,393.65 ล้านบาท
  • TOP ราคา 64.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท หรือ 4.49% มูลค่าซื้อขาย 1,387.50 ล้านบาท

ราคาน้ำมันดีด 2%

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (21 ส.ค. 69) ว่า สถานการณ์ในภาพรวมยังขาดปัจจัยบวก น้ำมันดิบกลับมาฟื้นตัว 2% หลังทรัมป์ระบุจะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่าน และเช้านี้เอเชียส่วนใหญ่แกว่งแดนลบ แต่กับตลาดหุ้นไทยอาจเกิดการ Rotate มา Value, Energy Sector พร้อมกับเงินบาทที่แข็งค่ายังคาดหวังกับเม็ดเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow)

โดยDJIA เมื่อคืนปิดลบ 703 จุด (-1.3%) เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ ปรับตัวขึ้นกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวกมากถึง 2.4% หลังจากทรัมป์ประกาศใช้มาตรการกดดันอิหร่านทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้ตลาดกังวลกับสถานการณ์ที่รุนแรง ราคาหุ้นที่ขยับขึ้น MU +3.97% SNDK +2%

ประกอบกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาไม่แน่นอนสูง กดดันราคาน้ำมันดิบขยับขึ้น รวมถึงทิศทางของ Bond Yield สหรัฐฯ การเข้าแทรกแซงของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มองเป็นเพียงปัจจัยผ่อนคลายระยะสั้น เพราะปัญหาหลักของสหรัฐฯ คือการขาดดุลงบประมาณ ภาระหนี้สินที่สูง

รวมถึงขาดดุลการค้าที่ระยะยาวแล้วจะกดดัน Dollar อ่อนค่า แต่การอ่อนค่าของ Dollar หากจะทำให้กลับมาแข็งค่าก็อาจจะต้องแลกกับดอกเบี้ย ที่สูงขึ้นผ่าน Bond Yield แต่สำหรับทองคำเห็นการฟื้นตัวแบบ ต่อเนื่องแม้วานนี้จะมีจังหวะย่อต่ำกว่า 4500 ระหว่างวันแต่ก็ เห็นการซื้อกลับมาเหนือกว่า 4500 คืนนี้รอติดตามตัวเลข PMI เบื้องต้นของสหรัฐฯ พร้อมกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง

กลยุทธ์ระยะสั้นเน้น Trading

อย่างไรก็ตาม มองว่ายังไร้ปัจจัยใหม่ๆ แต่มีมุมมองเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทยผ่านประมาณการกำไรที่ดีขึ้นและเป็นหุ้นได้ประโยชน์จากน้ำมันที่ขยับขึ้นพร้อมกับบาทที่แข็งค่าจะเป็นปัจจัยหนุนกระแสเงินทุนที่เมื่อวานนี้ เริ่มเห็นการกลับเข้ามาซื้อสุทธิ 960 ล้านบาท

วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวกรอบ 1,600-1,625 จุด อาจได้แรงหนุนกลุ่ม ENERGY ตามน้ำมันที่ขยับขึ้นและเชื่อว่าเงินจะไหลเข้า Value Stock จาก กลุ่ม Tech ที่ไม่แน่นอน กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นเน้น Trading พลังงานและปิโตรเคมี (PTTEP PTTGC PTT) ส่วน Value Play เน้นที่ธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) โรงพยาบาล (BDMS BCH PR9) ท่องเที่ยว (ERW MINT CENTEL AOT)

หุ้นแนะนำ

  • BBL : ธนาคารได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศหนุนจากกระแสเงินไหลเข้ามายังภูมิภาคอาเชียน (ASEAN) ส่งผลบวกต่อการขยายสินเชื่อ (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 213 บาท)
  • PR9 : แนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/2569 คาดจะขยายตัวทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากการลงทุนเครื่องมือรักษาโรคเฉพาะทาง อาทิ เครื่องฉีดสีสวนหลอดเลือด 2 ระนาบ (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 20 บาท)